ไม่ตลกแต่หัวเราะ เพราะอะไรเราจึงหัวเราะในสถานการณ์แปลกๆ
  • Lifestyle
  • Jul 16, 2019

ครั้งแรกที่ฉุกคิดเรื่องนี้ขึ้นมาคือตอนมัธยมปลาย เรากับเพื่อนติดรถญาติเพื่อนซึ่งเพิ่งเจอกันครั้งแรกกลับบ้าน เวลาเขาถามอะไร เราจะตอบพร้อมหัวเราะแหะๆ ตบท้ายทุกครั้ง จนเพื่อนทักว่า แกจะหัวเราะตลอดทำไม

นั่นซิ เราหัวเราะแบบนั้นไปทำไม ตอนหัวเราะเหมือนจะรู้ตัว แต่ควบคุมไม่ได้ ตอนนั้นเรานึกไม่ออก เหมือนหัวเราะกลบเกลื่อนอะไรบางอย่าง แต่ไม่รู้ว่าอะไร

หรือตอนฟังรายการที่คนโทรมาเล่าเรื่องผี ก็มีบางคนที่เล่าไปหัวเราะไปจนสงสัยว่านี่เรื่องสยองขวัญหรือเรื่องตลก แน่นอน เธอคนนั้นถูกคอมเมนต์ในรายการถล่มว่าเล่าไม่ดีเลย หัวเราะอะไรนักหนา

เร็วๆ นี้ ก็ได้เห็นสาวสวยคนหนึ่งร่าเริงเอิ๊กอ๊ากในสถานการณ์หนึ่งที่ไม่เข้ากัน จนเราแปลกใจเธอขำอะไรนะ

การหัวเราะเหล่านี้อาจจะใช่หรือไม่ใช่การหัวเราะแบบเดียวกันก็ได้ ไปหาคำตอบกันหน่อยดีกว่า

ทำไมเราจึงหัวเราะในสถานการณ์ที่ไม่ขำ

โดยปกติแล้วการหัวเราะถูกเชื่อมโยงเข้ากับเรื่องตลก สนุก มีความสุข แต่หลายครั้งคนเราก็หัวเราะเพราะประหม่า อาย เครียด สับสน ไม่สบายใจ และกังวล การหัวเราะแบบนี้เรียกว่า Nervous Laughter – หัวเราะแบบประหม่า (ที่จริงจะแปลอย่างนี้ก็ไม่ครอบคลุม หัวเราะแบบประสาทกินอาจเหมาะกว่า) การหัวเราะแบบนี้ไม่ธรรมดา ไม่ใช่แค่ 3 ตัวอย่างข้างต้น แต่เราทุกคนเคยเห็น (หรือแม้แต่เป็นเอง) คนที่หัวเราะแหะๆ หัวเราะกิ๊กกั๊กในเวลาที่พวกเขารู้สึกไม่สบายใจ บางทีก็ในสถานการณ์ที่ไม่เหมาะสม และส่วนใหญ่จะควบคุมตัวเองไม่ได้

“การหัวเราะเป็นการปลดปล่อยพลังงาน แล้วทำให้คนเราผ่อนคลาย” Joseph Nowinski นักจิตวิทยาคลินิกบอก เพราะการหัวเราะช่วยกระตุ้นระบบเอนดอฟินในสมอง ทำให้ความกังวลลดลง และต้านทานความเจ็บปวดได้ดีขึ้น

ในขณะที่ Nervous Laughter เป็นปฏิกิริยาตอบสนองที่ร่างกายพยายามจะหาทางผ่อนคลายในสถานการณ์อันทำให้คนเราไม่สบายใจ นักประสาทวิทยา Vilayanur S. Ramachandran “เราหัวเราะแบบนี้เพราะเราต้องการให้ตัวเองรู้สึกว่าสิ่งเลวร้ายที่เราเผชิญหน้าอยู่ไม่ได้แย่อย่างที่มันเป็น คือเราอยากจะเชื่อแบบนั้น”

การหัวเราะแบบนี้จึงออกมาเพราะคนเรากำลังกลัว กังวล ประหม่า รู้สึกอับอายขายหน้า โดยรวมคือเหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกประสาทกิน แล้วมันก็เกิดขึ้นบ่อยด้วย Robert Provine นักจิตวิทยาและนักประสาทวิทยา จากมหาวิทยาลัยแมรีแลนด์ ซึ่งได้ศึกษา “กรณีการหัวเราะ” มากกว่า 1,200 กรณี พบกว่ากว่า 80% ไม่ได้ตอบสนองต่อมุกตลก

เหมือนจะปกติแต่บางทีก็ไม่

การหัวเราะแบบประสาทกิน ดูเผินๆ ก็คือการหัวเราะแก้เขิน ซึ่งดูไม่เป็นอะไร แต่หลายครั้งการหัวเราะแบบนี้ นอกจากไม่ดีต่อภาพลักษณ์ ยังไม่ดีต่อสุขภาพ และบ่งชี้อาการบางอย่างทางใจ ถ้าสังเกตดูการหัวเราะแบบประสาทกิน จะเป็นการหัวเราะที่ออกมาจากลำคอ ไม่ใช่มาจากท้องเหมือนอย่างหัวเราะเพราะตลก และแทนที่จะทำให้รู้สึกผ่อนคลายเหมือนหัวเราะจริงๆ กลับทำให้รู้สึกเกร็งมากกว่าเดิม

ไม่ใช่ทุกคนเป็นแบบนี้ มันเกิดขึ้นกับคนที่ขี้อาย ไม่มั่นใจในตัวเอง ไม่ชอบเข้าสังคม หรือคนอินโทรเวิร์ท ที่สบายใจเฉพาะบางสังคม

นึกย้อนไปตอนมัธยมปลาย เราก็เป็นคนไม่มั่นใจ ทำตัวไม่ถูกเวลาต้องพูดกับคนแปลกหน้า เลยมักหัวเราะแบบนั้น เมื่อจำต้องอยู่ในสถานการณ์ที่รู้สึกเกร็ง พอโตมา บริบทต่างๆ ก็ทำให้เราปรับตัวจนไม่มีอาการนั้นแล้ว ฉะนั้น การหัวเราะแบบประสาทกินสามารถแก้ไขได้ด้วยการเข้าสังคม ฝึกเติมความมั่นใจให้กับตัวเอง และการปรับตัวให้รับมือกับสถานการณ์ต่างๆ

นี่คือคนที่ไม่มั่นใจตัวเองทั่วไป ซึ่งสามารถปรับสมดุลทางอารมณ์ได้ในที่สุด

แต่สำหรับบางคน การหัวเราะแบบไม่สมเหตุสมผลนั้น ออกอาการหนักจนติดเป็นนิสัย กระทบบุคลิกภาพ และการเข้าสังคม ไม่ว่าจะเป็นในที่ทำงาน หรือในความสัมพันธ์ มักเกิดขึ้นกับผู้ที่มีภาวะหรือเป็นโรคกังวลต่อการเข้าสังคม (Social Anxiety Disorder) ซึ่งจะประหม่า หวาดกลัว วิตกกังวล เมื่อต้องเข้าสังคมหรืออยู่ในสถานการณ์ตื่นเวที อย่างการออกเดตครั้งแรก การนำเสนอผลงานต่อหน้าคน สาเหตุไม่แน่ชัด มีทั้งเกิดจากปัจจัยแวดล้อม และกรรมพันธุ์

ซึ่งนักจิตวิทยาอย่าง Nowinsky แนะนำว่าการฝึกสมาธิให้ตัวเองมีสติ จะช่วยควบคุมอารมณ์ได้ แต่ถ้าในกรณีที่แย่กว่านั้น ก็ต้องปรึกษานักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์ ซึ่งจะให้คำแนะนำและเครื่องมือที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

รู้อย่างนี้แล้ว บางทีที่เราเห็นคนหัวเราะในสถานการณ์ไม่เหมาะสม ต้องลองทำความเข้าใจเขาดู อย่าเพิ่งไปตัดสินว่าเขาหยาบคาย ไม่รู้กาลเทศะ เพราะอารมณ์คนเราซับซ้อนมาก บางคนก็จัดการกับความรู้สึกตัวเองได้ยากจริงๆ

เรื่อง: อาศิรา พนาราม

ภาพประกอบ: Bottom Line

อ้างอิง: https://joo.gl/16XK

https://joo.gl/vqxZ

https://joo.gl/BwwM

การหัวเราะไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเราสนุก หรือรู้สึกตลกเสมอไป หลายครั้งเราก็หัวเราะเมื่อรู้สึกเครียดและไม่สบายใจ เพราะจิตใต้สำนึกหาทางรับมือกับสถานการณ์แย่ๆ ตรงหน้า ว่ามันไม่ได้น่ากังวลอย่างที่คิด

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์