Impostor Syndrome: เมื่อภาวะ "รู้สึกไร้ค่า" คุกคามคุณ
  • Lifestyle
  • Nov 3, 2019

หนุ่มสาววัยทำงานโดยเฉพาะพนักงานออฟฟิศเมื่อทำงานไปสักพัก และมีผลงานที่ดีด้วย แต่เมื่อถูกมอบหมายงานสำคัญให้ทำ บางคนอาจจะรู้สึกประหม่า กังวล จนคิดว่าตนเองทำไม่ได้ รู้สึกว่าตัวเองไม่เก่งพอ ไร้ความสามารถ และรู้สึกว่าทำงานนั้นไม่สำเร็จแน่ๆ ใครมีอาการแบบนี้? นั่นแปลว่าคุณอาจกำลังเข้าข่ายป่วยเป็นโรค Impostor Syndrome หรือภาวะที่รู้สึกว่าตัวเองไม่เก่งอยู่ตลอดเวลา

นักจิตวิทยา Pauline Clance และ Suzanne Imes ระบุอาการของโรค Impostor เป็นครั้งแรกในปี 1970 โดยอธิบายอาการของโรคนี้ไว้ว่า เป็นความรู้สึกสงสัยและความไม่มั่นคงเกี่ยวกับความสำเร็จของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง รวมถึงการไม่สามารถกำหนดความสำเร็จของตัวเองได้และกลัวว่าจะถูก "เปิดเผย" ในฐานะคนที่เก่งไม่จริง คนไร้ความสามารถ รู้สึกแย่กับตัวเอง คิดว่าตัวเองทำอะไรก็กลัวจะไม่สำเร็จ โดยเฉพาะเมื่อต้องทำงานหรือกิจกรรมที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เคยทำมาเป็นครั้งแรก เช่น การรับบทบาทหรือความท้าทายใหม่ๆ ในสายงาน

อย่างไรก็ตาม หากมีความรู้สึกนี้ขึ้นมาแล้วไม่สามารถหยุดยั้งมันได้ ยังปล่อยให้ความคิดนั้นครอบงำตัวเองอยู่เสมอ ก็จะส่งผลเสียทำให้ยึดติดอยู่กับความรู้สึกด้านลบ อาจเป็นอุปสรรคต่ออาชีพของคุณ (เช่น การวางแผนอาชีพ การมุ่งมั่นในอาชีพ และแรงจูงใจในการเป็นผู้นำ) รวมถึงอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพด้านอื่นๆ ได้ด้วย เช่น โรคซึมเศร้า นอนไม่หลับ โรควิตกกังวล เป็นต้น

  • ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจเกี่ยวกับ Impostor Syndrome

- 70% ของประชากรโลกกำลังเกิดภาวะ Impostor Syndrome ในตอนนี้

- ไม่ใช่ลักษณะบุคลิกภาพหรือความผิดปกติทางจิต

- ไม่ว่าจะเป็นเพศหญิงหรือเพศชายก็สามารถเกิดภาวะนี้ได้ทั้งนั้น

- ภาวะที่รู้สึกว่าตัวเองไม่เก่งเกิดได้กับคนในสายอาชีพต่างๆ หลากหลายอาชีพ

- ความสำเร็จไม่ได้การันตีว่าคนๆ นั้น จะไม่มีภาวะ Impostor Syndrome

- พบมากในผู้ที่ประสบความสำเร็จสูง

- ความชุกของโรคนี้พบว่ามีสูงขึ้นในชนกลุ่มน้อยหรือผู้ที่แตกต่างจากคนรอบข้าง

- หากคุณไม่แน่ใจว่าตัวเองเข้าข่ายการเป็นภาวะรู้สึกไร้ความสามารถหรือไม่ เดี๋ยวนี้มีแบบประเมินให้คุณสามารถเช็คตัวเองได้ คลิกที่นี่ >> Impostor Phenomenon Assessment

  • แล้วจะแก้ไขภาวะ Impostor Syndrome ได้ยังไง?

Bhali Gill นักจิตวิทยาและโค้ชผู้ก่อตั้ง Corporate Wellbeing ซึ่งทำงานด้านการบำบัดและปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานขององค์กรผ่านความทางการปรับสภาพจิตใจและอารมณ์ของพนักงาน เธอมีคำแนะนำแก่หนุ่มสาววัยทำงานที่กำลังอยู่ในภาวะรู้สึกว่าตัวเองไม่เก่งและไร้ความสามารถ โดยให้ลองปฏิบัติดังนี้ 

1. ตระหนักว่าความรู้สึกนั้น มันก็ "แค่ความคิด"

ความรู้สึกที่ว่า "ตัวเองเก่งไม่จริง" มักจะนำไปสู่วงจรความคิดด้านลบที่เลวร้ายหากคุณปล่อยให้มันวนเวียนอยู่ในสมองตลอดเวลา สิ่งสำคัญที่ต้องแก้ไขอันดับแรกคือ ปรับความคิดใหม่ ตระหนักไว้ว่าสิ่งที่กำลังคิดหรือรู้สึกนั้น มันก็แค่ความรู้สึก มันไม่ได้เกิดขึ้นอย่างนั้นจริงๆ ซะหน่อย และพยายามพาตัวเองออกจากความคิดนั้นให้ได้โดยเร็ว

สิ่งที่ต้องทำ: ใช้เวลาสักครู่เพื่อสังเกตความคิดที่เกิดขึ้น แล้วเขียนมันลงบนกระดาษ ตามทันความคิดตัวเองและเข้าใจว่ามันเป็น "แค่ความคิด" เท่านั้น และไม่ใช่ภาพสะท้อนความสามารถที่แท้จริงของคุณ

2. ตั้งรับให้ดีในทุกสถานการณ์

บางครั้งหากคุณเป็นคนส่วนน้อยที่มีความแตกต่างจากผู้คนส่วนใหญ่ในที่ทำงาน (เช่น เชื้อชาติ, อายุ, เพศ, การเป็นเด็กใหม่) สถานการณ์แบบนี้อาจทำให้ความรู้สึก "คิดว่าตัวเองไร้ความสามารถ" เพิ่มสูงขึ้นได้

สิ่งที่ต้องทำ: ทำใจให้สบาย ไม่ต้องตื่นตระหนก เตรียมความพร้อมกับตัวเองว่าอาจเกิดความรู้สึกแบบนี้ในสถานการณ์ดังกล่าว และพยายามกำจัดความคิดเหล่านั้นออกไปซะ 

3. แชร์ความรู้สึกกับคนใกล้ตัว

การแบ่งปันความกลัวและความอ่อนแอของคุณกับคนใกล้ตัว เช่น ครอบครัว แฟน หรือเพื่อนสนิท สามารถลดความวิตกกังวลและความคิดในแง่ลบเหล่านั้นได้ ในความเป็นจริงคุณอาจตระหนักว่าหลายคนรอบตัวคุณรู้สึกแบบเดียวกัน และอาจมีเคล็ดลับดีๆ ในการก้าวข้ามความรู้สึกเหล่านั้นมาแชร์ให้คุณได้ด้วย

สิ่งที่ต้องทำ: หัดเปิดใจและพูดคุยระบายความรู้สึกกับคนรอบข้างมากขึ้น

4. อยู่ท่ามกลางบุคคลที่พร้อมจะ Cheer Up!

พาตัวเองออกจากมุมมืด และไปสังสรรค์กับเพื่อนๆ โดยเฉพาะกลุ่มคนที่คุณไว้วางใจได้ว่าพวกเขาจะสนับสนุนและสามารถยกระดับจิตใจของคุณให้สดใสมากขึ้น หรือช่วย Cheer Up คุณในทุกๆ แอคชั่นเพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จ จากการศึกษาในปี 2558 พบว่าการสนับสนุนทางสังคมในที่ทำงาน เช่น การสนับสนุนจากเพื่อนร่วมงาน การให้คำปรึกษาด้านอาชีพ และการฝึกสอน ช่วยลดผลกระทบด้านลบของกลุ่มโรคร้่ายได้

สิ่งที่ต้องทำ: จดจำผู้คนที่ซัพพอร์ตคุณ หาเวลาไปเที่ยว กินข้าว หรือแฮงเอาท์กับพวกเขาบ่อยๆ ก็จะช่วยทำลายความรู้สึกแง่ลบเหล่านั้นไปได้

5. รู้จักเฉลิมฉลองความสำเร็จซะบ้าง!

คนที่ประสบกับโรค Impostor Syndrome มักจะเป็นคนที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง อดทน และมักจะขัดเกลาตนเองเพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จอยู่เสมอ ลองใช้เวลาสักครู่เพื่อระลึกถึงความสำเร็จทั้งหมดของคุณ สิ่งนี้สามารถให้กำลังใจคุณและเตือนคุณว่าคุณทำได้ดีแล้ว

สิ่งที่ต้องทำ: ทำรายการความสำเร็จทั้งหมดของคุณใน 2 ปีที่ผ่านมา (ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องใหญ่) เพื่อชมเชยตัวเองบ้าง

เอาเป็นว่าคุณไม่ต้องเศร้าใจไป เพราะไม่ใช่คุณคนเดียวบนโลกที่มีอาการของภาวะรู้สึกไร้ความสามารถ คนอื่นๆ หลายคนก็เป็น และพวกเขาก็สามารถก้าวข้ามมันไปได้ เชื่อสิ! คุณก็ต้องทำได้เช่นเดียวกันแน่นอน

-----------------------------

อ้างอิง: https://www.forbes.com/sites/bhaligill/2017/08/23/how-to-stop-feeling-like-an-impostor/#763dbefd2925

นักจิตวิทยา Pauline Clance และ Suzanne Imes ระบุอาการของโรค Impostor เป็นครั้งแรกในปี 1970 โดยอธิบายอาการของโรคนี้ไว้ว่า เป็นความรู้สึกสงสัยและความไม่มั่นคงเกี่ยวกับความสำเร็จของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง และกลัวว่าจะถูก "เปิดเผย" ในฐานะคนที่เก่งไม่จริง ไร้ความสามารถ จนรู้สึกแย่กับตัวเอง มักเกิดขึ้นเมื่อต้องรับบทบาทหรือความท้าทายใหม่ๆ ในสายงาน

นักข่าว นักหนังสือพิมพ์ ที่ทำงานในแวดวงสื่อสารมวลชนทั้งในแพลตฟอร์มหนังสือพิมพ์และออนไลน์ ชอบท่องโลกกว้างเป็นชีวิตจิตใจ ไม่พลาดที่จะค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ จากการกิน ดื่ม เที่ยว ไปพร้อมกับเพิ่มทักษะ Self-Development ในทุกๆ จังหวะของชีวิต

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์ เราจะเป็น “เพื่อน” ที่คนอ่านทั้ง “เอามัน” และ “เอาเรื่อง”

เชื่อใจได้ตลอดเวลา ในวันที่ทุกคนเล่นบท “สื่อ” บนพื้นที่ข่าวสารอันเชี่ยวกรากในโลกออนไลน์ แต่ “ความน่าเชื่อถือ” มักเป็นสิ่งที่ผู้คนมองหาเสมอเมื่อต้องการ “ใช้ข่าว” สักชิ้น ไม่ว่าจะเพื่อ “บอกเล่า-อ้างอิง-วิเคราะห์” ก็ตาม

  • About
  • Contact
  • For Advertiser
  • Want to become an author?