เส้นทางการเข้าถึงจิตแพทย์ของคนไทย (2)
  • Lifestyle
  • Oct 8, 2019

ไม่ว่าคุณจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม แต่ข้อเท็จจริงกำลังตอกย้ำพวกเราว่าทุกวันนี้ โรคทางจิตเวช ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป และดูเหมือนว่าใครๆ ก็เป็นกันได้ง่ายขึ้น เที่ยบเท่ากับการป่วยเป็นไข้หวัด ปวดหัว หรือปวดท้อง ที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศ ทุกวัย ทุกเวลา โดยเฉพาะกลุ่มคนที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่และไกลบ้านถิ่นฐานเดิม

มีการคาดการณ์ว่าภายในปี ค.ศ. 2030 ทั่วโลกจะเสียค่าใช้จ่ายจาก วิกฤตโรคซึมเศร้า เป็นจำนวนกว่า 16 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ แล้วทำไมผู้ป่วยกลุ่มโรคจิตเวชถึงพบจำนวนเพิ่มมากขึ้นทั่วโลก? สถานการณ์กลุ่มผู้ป่วยจิตเวชในเมืองไทยเป็นอย่างไร? ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการรักษากับจิตแพทย์ได้มากน้อยแค่ไหน? Bottom Line ชวนคุณมาหาคำตอบเรื่องนี้ไปพร้อมกัน

  • เมื่อผู้ป่วยไทยเพิ่มขึ้น แต่จิตแพทย์ขาดแคลน

ก่อนอื่น...มาเช็คกันหน่อยว่าตอนนี้คนไทยมีกลุ่มผู้ป่วยโรคจิตเวชมากแค่ไหน มีข้อมูลรายงานผู้ป่วยมารับบริการด้านจิตเวชภาพรวมทั้งประเทศ ประจำปีงบประมาณ 2561 จากกรมสุขภาพจิต ระบุว่า มีผู้ป่วยด้านจิตเวชทะลุพุ่งสูงมากถึง 3.3 ล้านคน เมื่อแบ่งตามกลุ่มโรคที่พบบ่อย เช่น โรคจิตเภท โรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล และผู้ป่วยที่พยายามฆ่าตัวตาย รวมแล้วมีจำนวนกว่า 1.3 คน 

- โรคจิตเภท 455,118 คน

โรคซึมเศร้า 370,885 คน

โรควิตกกังวล 485,621 คน

พยายามฆ่าตัวตาย 31,610 คน

แต่เมื่อมาเช็คจำนวนจิตแพทย์และเจ้าหน้าที่ทางจิตวิทยาของเมืองไทย กลับพบว่ามีจำนวนน้อยกว่าแพทย์เฉพาะทางด้านอื่นๆ อยู่มาก จากรายงานประจำปีของกรมสุขภาพจิต ระบุว่าประเทศไทยมีจิตแพทย์จำนวน 211 คน และเจ้าหน้าที่จิตวิทยาจำนวน 113 คนเท่านั้น เมื่อลองคิดเป็นอัตราส่วนพบว่าจิตแพทย์ 1 คน ต้องดูแลคนป่วยมากถึง 6,366 คน โดยมีสถานบริการในสังกัดกรมสุขภาพ 20 แห่ง และศูนย์สุขภาพจิตอีกเพียง 13 หน่วยทั่วประเทศ มีผู้ป่วยเพียง 8 แสนกว่ารายเท่านั้นที่เข้าถึงบริการด้านโรคจิตเวช หรือคิดเป็น 61.21% 

นอกจากนี้ยังมีข้อมูลว่าประชาชนไทยโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 มากถึง 70,534 สาย ในจำนวนนี้พบว่าอาการอันดับ 1 ที่พบคือความเครียดและวิตกกังวล เมื่อประเทศไทยมีจิตแพทย์และการบริการทางจิตวิทยาไม่เพียงพอ ทำให้ตอนนี้ผู้ป่วยจิตเวชเข้าถึงบริการ ต่ำกว่า การรักษาโรคอื่นๆ ทางกาย

  • เป็นโรคจริงๆ หรือแค่คิดไปเอง?

อย่างที่บอกไปว่าสมัยนี้มีผู้ป่วยจิตเวชเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะโรคซึมเศร้าที่พบว่าเป็นโรค 1 ใน 10 ที่ก่อให้เกิดความทุพพลภาพสูงสุด กระทบกับคุณภาพชีวิต และเป็นภาระทางสังคม บางคนพอเสังเกตตัวเองก็รู้สึกว่ามีอาการของโรคเหล่านี้เช่นกัน จนเกิดความตระหนกและสับสนว่าต้องไปหาหมอหรือไม่? แต่ก่อนจะตัดสินใจไปหาหมอ...แน่ใจได้ยังไงว่าอาการที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากมีอาการป่วยจริงๆ หรือเป็นเพียวภาวะชั่วคราวเท่านั้น??

มาทำความรู้จักกับอาการเบื้องต้นกันก่อน สำหรับอาการของกลุ่มโรคจิตเวชมักจะเริ่มจากเบื่อหน่ายกับสิ่งที่เคยชอบหรืออยากทำ รู้สึกว่าชีวิตไม่มีความสุข ขี้หลงขี้ลืม ขาดความมั่นใจที่เคยมี รู้สึกสิ้นหวังกับทุกสิ่งอย่าง คิดว่าไม่มีทางที่อะไรๆ จะดีขึ้น ไม่ดูแลตัวเองอย่างที่เคยทำ บางครั้งก็มีอาการทางกายร่วมด้วย เช่น นอนไม่หลับ นิสัยการกินผิดปกติไปจากเดิม ปวดหัว หรือปวดท้อง 

การจะแยกแยะว่าอาการที่คุณเป็นนั้น เป็นโรคที่ต้องได้รับการรักษาจากจิตแพทยืจริงๆ หรือ เป็นเพียงภาวะชั่วคราว สามารถสังเกตได้จาก ถ้าคุณมีอาการเหล่านี้ข้างต้นเพียงเล็กน้อยและหายไปภายใน 1-2 สัปดาห์ ก็อาจจะเป็นแค่ภาวะชั่วคราวที่เกิดขึ้นได้กับทุกคนและจะหายได้เองเมื่อได้พักผ่อนเต็มที่และได้ทำกิจกรรมที่คลายเครียด

แต่ถ้าคุณมีอาการเหล่านั้นติดต่อยาวนานมากกว่า 2 สัปดาห์ขึ้นไป แล้วอาการเหล่านั้นกระจายตัวแทรกซึมไปกับเหตุการณ์ในชีวิต และมีความรุนแรงมากจนไปกระทบกับการดำเนินชีวิตประจำวัน หากมีอาการแบบนี้ก็ถึงเวลาที่จะต้องไปปรึกษาจิตแพทย์แล้วล่ะ เพื่อรับการวินิจฉัยว่าป่วยจริงๆ หรือไม่ และเริ่มขั้นตอนการรักษาต่อไป (หรือจะเช็คอาการตัวเองเพิ่มเติมจากแบบทดสอบนี้ก็ได้ >> แบบทดสอบสุขภาพจิตใจทั่วไป หรือ แบบประเมินโรคซึมเศร้า)

  • ขั้นตอน ข้อปฏิบัติ เมื่อต้องพบจิตแพทย์

สำหรับใครที่มีอาการที่เข้าข่ายเป็นโรคในกลุ่มจิตเวช เรามีคำแนะนำและ How To สำหรับการเข้าถึงสิทธิ์การรักษากับจิตแพทย์หรือเจ้าหน้าที่จิตวิทยา รวมถึงข้อปฏิบัติเมื่อต้องการพบจิตแพทย์

1. ตรวจสอบสิทธิ์การรักษาของตนเอง

ปัจจุบันคนไทยมีสิทธิ์ในการเข้าถึงการรักษาโรคจิตเวชได้หลากหลายช่องทาง เช่น สิทธิ์บัตรทอง ประกันสังคม ประกันกลุ่มของที่ทำงาน หรือประกันสุขภาพอื่นๆ ของบางบริษัท

อ่านเพิ่มเติม:

- เส้นทางการเข้าถึงจิตแพทย์ของคนไทย (1) : ตรวจสอบสิทธิการรักษา

เช็คตัวเองและคนรอบข้าง มีอาการเหมือน JOKER รึเปล่า?

2. รพ. ใกล้บ้านมีจิตแพทย์หรือไม่?

จากนั้นให้เริ่มค้นหาและสอบถามไปยังโรงพยาบาลใกล้บ้านว่ามีจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาให้บริการอยู่หรือไม่ พร้อมนัดคิวพบแพทย์ ทั้งนี้จากประสบการณ์คนใกล้ตัวของผู้เขียนพบว่าโรงพยาบาลบางแห่งมีจิตแพทย์ก็จริง แต่คิวยาวหลายเดือน แถมสิทธิ์การรักษาก็ไม่ครอบคลุมสิทธิ์บัตรประกันกลุ่มของที่ทำงาน ดังนั้นต้องโทรสอบถามและตรวจสอบให้ดี

3. เมื่อพบจิตแพทย์ ต้องทำยังไงบ้าง?

มีข้อมูลจาก สมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย ให้คำแนะนำไว้ว่า สิ่งที่ควรเตรียมก่อนไปพบจิตแพทย์ โดยเฉพาะเมื่อไปครั้งแรก หรือย้ายโรงพยาบาลก็คือ ควรบอกอาการและเรียบเรียงเรื่องราว "ที่ทำให้ทนไม่ไหว" จนต้องมาหาหมอ ข้อมูลนี้ต้องบอกก่อนข้อมูลอื่นๆ 

ปัญหาคือ หมอไทยในโรงพยาบาลรัฐบาลมีเวลาไม่มาก บางแห่งกำหนดเวลาตรวจวินิจฉัยไว้ไม่เกิน 15-30 นาทีต่อคนไข้ใหม่ 1 คน เนื่องจากคนไข้เยอะล้นมือหมอ แถมค่าใช้จ่ายก็ถูก ดังนั้นคนไข้ควรเรียบเรียงเรื่องราวและอาการมาก่อนล่วงหน้า ให้ตรงประเด็นที่สุด เพื่อที่ช่วยให้หมอวินิจฉัยรักษาได้เต็มที่มากขึ้น (ส่วนรพ.เอกชนมีเวลาตรวจนานกว่า แต่ก็มีค่าใช้จ่ายมากกว่าตามไปด้วย)

4. ค้นไข้ควรเข้าตรวจคนเดียวก่อนญาติ

กรณีที่คนไข้มีญาติไปด้วย ควรให้ญาติช่วยให้ข้อมูลหรือไม่? โดยปกติแล้วจิตแพทย์จะให้คนไข้เป็นคนตอบคำถามเอง เพราะการที่คนไข้เล่าเรื่องได้หรือไม่ได้นั่นย่อมสะท้อนถึงระบบความคิดของคนไข้ และการที่มีคนอื่น (แม้จะเป็นญาติสนิทหรือแฟน) อยู่ด้วย มักทำให้คนไข้เล่าได้อย่างไม่เป็นอิสระเต็มที่ หรือบางทีญาติก็แย่งคนไข้พูด หรือแย่งหมอถาม ดังนั้นโดยทั่วไปหมอจึงตรวจคนไข้คนเดียวก่อน แล้วค่อยให้ญาติเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มหากญาติจำเป็น

5. หากย้ายการรักษา ต้องมีข้อมูลเดิมมาด้วย

หากย้ายการรักษามาจากที่อื่น หรือมีการเปลี่ยนโรงพยาบาลแห่งใหม่ เข้าพบจิตแพทย์คนใหม่ คนไข้ควรขอข้อมูลการรักษาที่เดิมมาด้วยเสมอจะดีสุด ให้หมอที่เดิมสรุปประวัติมาให้ รวมถึงควรนำยาที่เคยใช้รักษามาด้วยหรือจำชื่อยามาก็ได้ เพื่อที่หมอคนใหม่จะได้ทราบอาการและขั้นตอนรักษาที่ผ่านมา และสามารถรักษาได้ต่อเนื่อง

- Side Dish - 

รายชื่อโรงพยาบาลที่มีจิตแพทย์ใน กทม.

รพ.ของรัฐ ได้แก่ สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน / รพ.ศิริราช เขตบางกอกน้อย / รพ.จุฬาลงกรณ์ เขตปทุมวัน / รพ.ตำรวจ เขตปทุมวัน / รพ.รามาธิบดี เขตราชเทวี / รพ.พระมงกุฎเกล้า เขตราชเทวี / รพ.ราชวิถี เขตราชเทวี
/ สถาบันประสาทวิทยา เขตราชเทวี / สถาบันสุขภาพจิตเด็กราชนครินทร์ (ตรงข้ามรพ.รามา) เขตราชเทวี / สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (รพ.เด็ก) เขตราชเทวี / รพ.ราชานุกูล เขตดินแดง / รพ.วชิรพยาบาล เขตดุสิต / สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ เขตทวีวัฒนา / รพ.กลาง เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย / รพ.นพรัตนราชธานี เขตคันนายาว / รพ.เจริญกรุงประชารักษ์ เขตบางคอแหลม / รพ.เวชการุณย์รัศมิ์ เขตหนองจอก / รพ.สิรินธร เขตประเวศ / รพ.ทหารผ่านศึก เขตพญาไท / รพ.ทหารเรือกรุงเทพ พร. เขตบางนา / รพ.ภูมิพลอดุลยเดช พอ. เขตสายไหม / รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้ากรมแพทย์ทหารเรือ เขตธนบุรี

รพ.เอกชน ได้แก่ รพ.กรุงเทพ เขตห้วยขวาง / รพ.พระรามเก้า เขตห้วยขวาง / รพ.บางนา เขตบางนา / รพ.มนารมย์ เขตบางนา / รพ.บำรุงราษฎร์ เขตวัฒนา / รพ.คามิลเลียน เขตวัฒนา / รพ.สมิติเวชสุขุมวิท เขตวัฒนา / รพ.สมิติเวชศรีนครินทร์ เขตสวนหลวง / รพ.วิชัยยุทธ เขตพญาไท / รพ.พญาไท2 เขตพญาไท / รพ.เปาโล เมโมเรียล เขตพญาไท / รพ.ธนบุรี เขตบางกอกน้อย / รพ.เจ้าพระยา เขตบางกอกน้อย / รพ.หัวเฉียว เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย / รพ.พญาไท1 เขตราชเทวี/ รพ.บางปะกอก1 เขต ราษฎร์บูรณะ / รพ.บางปะกอก9 เขตจอมทอง / รพ.กรุงเทพคริสเตียน เขตบางรัก / รพ. BNH เขตบางรัก / รพ.เสรีรักษ์ เขตมีนบุรี / รพ.เซนต์หลุยส์ เขตสาทร / รพ.เวชธานี เขตบางกะปิ / รพ.พญาไท3 เขตภาษีเจริญ
/ รพ.นครธน เขตบางขุนเทียน / รพ.กล้วยน้ำไท เขตคลองเตย / รพ.ยันฮี เขตบางพลัด / รพ.บี.แคร์ เมดิคอลเซ็นเตอร์ เขตสายไหม

รพ.ในเขตปริมณฑล ได้แก่ รพ.ศรีธัญญา อ.เมือง จ.นนทบุรี / รพ.ชลประทาน อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี / รพ.พระนั่งเกล้า อ.เมือง จ.นนทบุรี / รพ.ปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี / รพ.นนทเวช อ.เมือง จ.นนทบุรี / รพ.เกษมราษฎร์ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี / รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี / รพ.แพทย์รังสัต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี

--------------------------------

อ้างอิง: 
รายงานประจำปี กรมสุขภาพจิต

https://dmh.go.th/report/datacenter/map/

สมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย

https://www.creativethailand.org/article/trend/32013/th

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)

FB คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา

ประเทศไทยมีผู้ป่วยด้านจิตเวชมากถึง 3.3 ล้านคน เมื่อแบ่งตามกลุ่มโรคที่พบบ่อย เช่น โรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล โรคจิตเภท และผู้ป่วยที่พยายามฆ่าตัวตาย รวมแล้วมีจำนวนกว่า 1.3 คน แต่จิตแพทย์และเจ้าหน้าที่จิตวิทยาพบว่ามีจำนวนน้อยกว่ามาก มีจิตแพทย์จำนวนเพียง 211 คน และเจ้าหน้าที่จิตวิทยาจำนวน 113 คนเท่านั้น ลองคิดเป็นอัตราส่วนจิตแพทย์ 1 คน ต้องดูแลคนป่วยมากถึง 6,366 คน

นักข่าว นักหนังสือพิมพ์ ที่ทำงานในแวดวงสื่อสารมวลชนทั้งในแพลตฟอร์มหนังสือพิมพ์และออนไลน์ ชอบท่องโลกกว้างเป็นชีวิตจิตใจ ไม่พลาดที่จะค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ จากการกิน ดื่ม เที่ยว ไปพร้อมกับเพิ่มทักษะ Self-Development ในทุกๆ จังหวะของชีวิต

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์ เราจะเป็น “เพื่อน” ที่คนอ่านทั้ง “เอามัน” และ “เอาเรื่อง”

เชื่อใจได้ตลอดเวลา ในวันที่ทุกคนเล่นบท “สื่อ” บนพื้นที่ข่าวสารอันเชี่ยวกรากในโลกออนไลน์ แต่ “ความน่าเชื่อถือ” มักเป็นสิ่งที่ผู้คนมองหาเสมอเมื่อต้องการ “ใช้ข่าว” สักชิ้น ไม่ว่าจะเพื่อ “บอกเล่า-อ้างอิง-วิเคราะห์” ก็ตาม

  • About
  • Contact
  • For Advertiser
  • Want to become an author?