ซึมเศร้า อกหัก แต่เดดไลน์รออยู่ จะสู้อย่างไรดี?
  • Lifestyle
  • Aug 23, 2019

“หมออยากให้คุณลองหาอะไรที่ทำแล้วมีความสุข อะไรก็ได้ ออกกำลังกาย วาดรูป อ่านหนังสือ แล้วคุณจะค่อยๆ ค้นพบว่าความสุขของคุณเกิดได้จากสิ่งอื่น ไม่ใช่เขาเพียงอย่างเดียว"

คุณหมอกล่าวกับคนไข้โรคซึมเศร้าที่มีปัจจัยมาจากการผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่เพียงแค่นั้น เธอยังเผชิญกับความเครียดเรื่องงานที่เต็มไปด้วยความคาดหวังและเส้นตายที่มารอจ่ออยู่ทุกๆ สัปดาห์

ไม่ว่าคุณจะป่วยเป็นโรคซึมเศร้าหรือไม่ แต่หลายครั้งชีวิตก็นำมาอะไรไม่รู้มาโยนใส่จนข้างในมันพังทลาย อยากหนีไปจากสถานการณ์นี้ ไม่อยากขยับตัว ขออยู่เงียบๆ คนเดียวสักพัก

แต่....

“เฮ้ย เอ็งต้องทำงานนี้ให้เสร็จภายในวีคนี้นะ” เสียงหัวหน้าดังก้องอยู่ในหัว “พี่ช่วยดูงานนี้ด้วยค่ะ หนูต้องส่งลูกค้าตรวจแล้ว” เสียงลูกน้องดังมาจากโต๊ะข้างๆ

ในเวลาปกติ งานเหล่านี้เอาอยู่อยู่แล้ว แต่เวลาที่รักมันพัง เจอกับความสูญเสีย หรือปัญหาชีวิตต่างๆ นานา แล้วเราจะรับมืออย่างไร ให้ยังมีไฟในการทำงานอยู่

ความเห็นจากนักจิตวิทยาในหลายบทความ (บวกประสบการณ์ส่วนตัว) เราขอเสนอวิธี “ฮึบ” ให้ผ่านช่วงนี้ไปได้

พยายามพาตัวเองออกมาข้างนอก

ถ้าคุณเป็นพนักงานออฟฟิศ ปกติที่นี่จะอาจเป็นสนามรบสำหรับคุณ แต่ในยามซึมเศร้า และต้องตื่นขึ้นมาด้วยอาการหมดแรงไม่อยากไปทำงาน ออฟฟิศจะกลายเป็นเซฟโซนของคุณ เพราะเมื่อคุณได้ออกมาข้างนอก เจอเพื่อนร่วมงาน จัดการงานที่ต้องทำไปตามลำดับ มันจะช่วยดึงคุณออกจากหลุมแห่งความเศร้าได้ (แม้ชั่วคราวก็ตาม) หากคุณเป็นฟรีแลนซ์ที่ทำงานอยู่กับบ้าน พยายามออกมาทำงานนอกบ้าน ไปใช้ไวไฟของร้านกาแฟ ไปห้องสมุด (ขอบอกว่าหอสมุดแห่งชาติพื้นที่ดีมาก) ไปทำงานตามโคเวิร์คกิ้งสเปซ การพาตัวเองออกจากบ้าน ให้ผิวสัมผัสสายลมและแสงแดด มันจะช่วยลดความซึมเศร้าลงได้อย่างมีนัยยะสำคัญ

ยอมลดความคาดหวังต่อตัวเองลงบ้าง

หากคุณเป็นคนสมบูรณ์แบบ ทำอะไรก็อยากให้ออกมาดี คุณพยายามเหลือเกินที่จะทำงานในความรับผิดชอบให้ดีที่สุด แต่คุณในเวลาอ่อนแอ ก็ต้องยอมรับตัวเองว่า ประสิทธิภาพการทำงานของตัวเองจะลดลงเหลือเพียง 30% เปรียบสภาพจิตใจคุณก็เหมือนการทำงานของคอมพิวเตอร์ มันก็มีช่วงเวลาหนืดอืด ประมวลผลไม่ได้ประสิทธิภาพ

 

วิธีช่วยต่อมา คือจัดลำดับความสำคัญ เขียนออกมาเป็น 1 2 3 เลยว่าวันนี้คุณต้องทำอะไรบ้าง ความสำคัญใดก่อนหลัง วางตารางว่าจะทำอะไรกี่โมงถึงกี่โมง ค่อยๆ ทำไปตามลำดับ ถ้ามีอะไรไม่สามารถทำให้เสร็จในวันนั้นแล้วยังไม่เป็นไร ก็ต้องยอมปิดคอมพิวเตอร์ (จริงๆ และตัวเอง) หยุดพักบ้าง เพื่อเฉลี่ยแรงไปในวันต่อไป

พยายามรับผิดชอบให้ได้

รู้ว่าในช่วงหดหู่ซึมเศร้า การพยายามทำให้ได้ดีตามหน้าที่รับผิดชอบเป็นไปได้ยาก กระนั้นก็ต้องทำ ไม่ใช่บังคับตัวเองขั้นรุนแรง แต่ใช้วิธีคุยกับเพื่อน ตั้งเป้าหมายกับเพื่อน (กับที่ปรึกษา กับนักจิตบำบัด) พูดออกไปเหมือนบอกตัวเองกลายๆ ว่าต้องทำให้ได้  สัญญากับคนที่ร่วมงานกันว่าจะได้งานวันไหน (แบบเป็นไปได้จริงๆ นะ) ขอความช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมงาน ฯลฯ ไม่ใช่เพื่อกดดันตัวเอง แต่เพื่อเข็นตัวเองไปข้างหน้า และการทำแบบนี้ก็อาจได้คอนเนคชั่นไปในระหว่างทางด้วย

เรียนรู้ที่จะรักตัวเอง

ความเศร้าทำให้เราอยากทำลายตัวเอง แต่เพื่อต่อสู้กับมัน คุณควรจะยิ่งดูแลตัวเองให้ดี รัก และเมตตาตัวเองให้มากยิ่งขึ้น ทานอาหารดีๆ ปรนเปรอตัวเองบ้าง ในความเป็นผู้หญิงก็แนะนำให้ออกกำลังกาย ไปตัดผม ทำเล็บ ไปสปา ทำทรีตเมนท์หน้า ไปออนเซ็น อะไรก็ได้ เพื่อให้ผ่อนคลายตัวเอง คุณผู้ชายก็ลองหาสิ่งอื่นที่ทำให้แล้วสบายใจเข้ามาทดแทนและเยียวยาตัวเอง แต่ระวังอย่าพึ่งเหล้าและบุหรี่มาก มันอาจช่วยคุณระยะสั้น แต่ในระยะยาวไม่ส่งผลดีกับร่างกายสักนิด

“เกลียดตัวเอง” ความคิดแบบนี้จะขึ้นมาบ่อยๆ โดยเฉพาะเวลาอกหัก (เราทำอะไรที่ดีไม่พอ เราไม่มีคุณค่า) การสูญเสีย (เสียใจย้อนหลังที่ยังไม่ได้ทำอะไรดีๆ กับคนที่รัก) หรือเป็นโรคซึมเศร้า (เราไม่ดีพอสำหรับโลกใบนี้ เป็นภาระ ฯลฯ)

คุณควรจะดูแลและเมตตาตัวเองให้มากๆ ในช่วงเวลาที่จิตใจตกต่ำทุกสิ่งรอบด้านดูมืดมิดไปหมด แต่คุณไม่รู้หรอกว่ามันก็เป็นช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้นของชีวิต คุณยังไม่รู้ตอนจบของเรื่องราวเหล่านี้เลย มันไม่น่าตื่นเต้นหรอกเหรอว่าหากคุณผ่านความยากลำบากทางใจนี้ไปได้ ร่าง 2 ร่าง 3 ร่าง 4… ของคุณจะเก่งและแกร่งขึ้นขนาดไหน คุณมีค่าเสมอ สำหรับชีวิตตัวเองที่คุณจะเขียนขึ้นหลังจากนี้

พาตัวเองไปหาเพื่อน

คุณอยากอยู่คนเดียวที่สุดเวลาซึมเศร้า อยากจะทุ่มตัวร้องไห้หนักๆ ไม่อยากสวมหน้ากากเข้าสังคม ไม่อยากอยู่ในโหมดของคนเข้มแข็งแล้วบอกโลกว่า “ฉันไม่เป็นไร” แต่ที่จริงถ้าคุณฝืนออกไปหาเพื่อน ไปทำกิจกรรมสนุกๆ ออกไปเจอผู้คน หลายครั้งการพูดกับคนที่ไว้วางใจได้ ขอกอดเพื่อนบ้าง ขอซบไหล่รองรับน้ำตาของคุณบ้าง ก็เบาใจขึ้นสุดๆ “ภาวะซึมเศร้า” มันจะเป่าหูคุณว่าตัวคุณไม่มีค่า เป็นภาระแก่คนอื่น ปัญหาของคุณมันงี่เง่าปัญญาอ่อน ไม่ควรค่าที่จะไปบ่นระบายให้ใครฟัง ไม่มีใครรักคุณ  -ทั้งหมดไม่จริงเลยนะ-

หากคุณมีคนที่คุณสบายใจที่จะพูดด้วย ก็พูดมันออกมา เป็นเพื่อน เป็นพี่น้อง เป็นเพื่อนร่วมงานกัน การรับฟังไม่ใช่ภาระหนักหน่วง หรืออันที่จริง แม้คุณไม่ต้องพูดอะไรออกไปเลย เพียงแค่อยู่ในแวดล้อมของคนที่คุณรักและรักคุณ แค่พลังงานที่เขาส่งมาให้ในวงโคจรของความสัมพันธ์ตามปกติ ก็ช่วยพยุงชีวิตคุณแล้ว มนุษย์เป็นสัตว์สังคมนะ อย่าโดดเดี่ยวตัวเอง อย่าลังเลที่จะขอความช่วยเหลือ

ดึงตัวเองไปพบแพทย์

จิตแพทย์หรือนักจิตบำบัดไม่ได้เกิดมาเพื่อคนเป็นโรคซึมเศร้า หรือป่วยจิตเท่านั้น เมื่อเรารู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว อาการซึมเศร้า ความเสียใจจากการอกหัก สูญเสีย ความเครียดที่กัดกินมันเริ่มจะคุกคามชีวิต ลดประสิทธิภาพในการทำงาน หรือกระทบความสัมพันธ์ ก็ถึงเวลาแล้วที่จะไปปรึกษาจิตแพทย์  จิตแพทย์เขาเป็นมืออาชีพที่พร้อมรับฟังคุณโดยไม่ตัดสิน  แนะนำให้คุณสังเกตตัวเอง หาวิธีรับมือไปด้วยกัน หรือบางทีอาจเป็นเรื่องของเคมีในสมองที่ยาก็อาจช่วยได้เหมือนกัน

หาแง่มุมที่ดีของความเศร้า

เคยไหมเวลาที่กดดันมากๆ กลับผลิตงานออกมาได้ดี (คล้ายกับไฟลนก้น) หรือบางทีความคิดบางอย่างที่ไม่เคยปรากฏในความคิดคำนึงก็เกิดขึ้นมา เพราะความเศร้านี่แหละ

“หากไม่เคยผ่านความเจ็บปวด ศิลปินก็ไม่อาจสร้างงานที่ดีได้” เคยได้ยินภัณฑารักษ์คนหนึ่งกล่าวไว้ เพราะฉะนั้น ในช่วงเวลาอันหน่วงเศร้า หากคุณมองเห็นประกายบางอย่างที่เปล่งออกมาจากความมืดมิด “พี่เห็น Silver Lining ในทุกสถานการณ์ไม่ว่าจะวิกฤติแค่ไหน” พี่สาวคนเก่งในวงการสื่อเคยบอกกับเรา ชีวิตพี่เขาผกผันจนเชื่อได้ว่าช่วงเวลาซึมเศร้าก็ต้องเคยถล่มเขาเช่นกัน การเห็นแสงเงินแสงทองที่ขอบฟ้าอันมืดมิดนั้น จะทำให้เรามีความหวัง และมีพลังสู้ต่อไปได้

“เลิกกับแฟนก็เสียใจนะ แต่อีกใจหนึ่งก็ดีใจที่จะได้มีแฟนใหม่” (ตั้งใจเขียนบทความจริงๆ ไม่ได้ทิ้งนัยยะอะไรไว้เลย) พี่เขาพูดพร้อมหัวเราะ

เราเองก็อยากเป็นกำลังใจให้ทุกคนสามารถผ่านช่วงเวลาอันยากลำบากไปได้ นกฟินิกส์เกิดใหม่ได้หลังจากเผาไหม้ตัวเอง คุณก็เช่นกัน

อ้างอิง: QZ, wikihow

ทุกคนย่อมมีช่วงเวลาซึมเศร้าและหดหู่ แต่ชีวิตต้องสู้และงานต้องเดินหน้า หาวิธีเข็นตัวเองสลับกับปลอบประโลมตัวเอง เพื่อผ่านช่วงเหล่านี้ไปได้ แล้วคุณจะแข็งแกร่งขึ้น

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์ เราจะเป็น “เพื่อน” ที่คนอ่านทั้ง “เอามัน” และ “เอาเรื่อง”

เชื่อใจได้ตลอดเวลา ในวันที่ทุกคนเล่นบท “สื่อ” บนพื้นที่ข่าวสารอันเชี่ยวกรากในโลกออนไลน์ แต่ “ความน่าเชื่อถือ” มักเป็นสิ่งที่ผู้คนมองหาเสมอเมื่อต้องการ “ใช้ข่าว” สักชิ้น ไม่ว่าจะเพื่อ “บอกเล่า-อ้างอิง-วิเคราะห์” ก็ตาม

  • About
  • Contact
  • For Advertiser
  • Want to become an author?