ชอบกิน "ส้มตำ" ต้องรู้! 5 วิธีรับมือเมื่อท้องร่วง
  • Lifestyle
  • Sep 3, 2019

สะเทือนวงการส้มตำมากๆ เมื่อมีข่าวสลดใจเกี่ยวกับเด็กผู้หญิงที่กิน ส้มตำปลาร้า แล้วมีอาการท้องร่วงรุนแรงจนมีภาวะช็อคและเสียชีวิต เรื่องนี้เศร้าเกินกว่าที่จะยอมให้เกิดขึ้นอีก ไม่ว่ากับใครก็ตาม

เคสนี้ทางสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยผลการชันสูตรการเสียชีวิตของน้องผู้หญิงคนนี้ว่า เกิดจากลำไส้อักเสบ มีภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดเนื่องจากลำไส้ใหญ่อักเสบอย่างรุนแรง ร่วมกับภาวะขาดน้ำและขาดความสมดุลของเกลือแร่ในร่างกาย เพลีย และมีภาวะช็อคจนทำให้เสียชีวิต อาการทั้งหมดเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันภายในเวลาแค่ 7-8 ชั่วโมง ซึ่งสาเหตุน่าจะมาจากอาหารที่กินเข้าไปมื้อสุดท้ายก่อนมีอาการ

ยังไม่รู้แน่ชัดว่าผู้ร้ายของเรื่องนี้คือส้มตำปลาร้า ที่น้องกินเข้าไปจริงๆ หรือมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย แต่เอาเป็นว่า..คนชอบกินส้มตำคงต้องเลือกร้านที่ปรุงสะอาดไว้ก่อนดีกว่า 

แต่ถ้าโชคร้าย ระมัดระวังแล้วก็ยังมีอาการใกล้เคียงกับเหตุการณ์นี้ ต้องรีบปฐมพยาบาลในเบื้องต้น Bottom Line ชวนมารู้จัก 5 วิธีดูแลตัวเอง เมื่อเผลอกินอาหารที่ไม่สะอาดเข้าไปจนทำให้คุณมีอาการท้องร่วง อาหารเป็นพิษ

อาหารเป็นพิษ ลำไส้อักเสบเฉียบพลัน อันตรายถึงตาย!

ก่อนอื่นมารู้จักกับโรคท้องร่วงจากอาหารเป็นพิษ และลำไส้อักเสบกันสักนิด.. มีข้อมูลจาก รศ.นพ.ชิษณุ พันธุ์เจริญ รพ.จุฬาลงกรณ์ ที่เคยให้ไว้ในบทความวิชาการระบุว่า อาการท้องร่วงรุนแรงจากอาหารเป็นพิษ ผู้ป่วยอาจมีไข้ อาเจียน และมีอาการท้องเสียตามมา และอาจมีอาการปวดท้องร่วมด้วย ลักษณะของอุจจาระ แบ่งเป็น 3 ประเภท คือ ถ่ายเหลว ถ่ายเป็นน้ำ และถ่ายเป็นมูกเลือด ผู้ป่วยที่มีอาการท้องเสียรุนแรงจะเกิดภาวะขาดน้ำ หรือถึงขั้นทำให้เกิดภาวะช็อก

อีกทั้งมีข้อมูลอีกชุดหนึ่งจากศูนย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลเปาโล ระบุว่าอาการท้องเสียรุนแรงมีความสัมพันธ์กับโรคลำไส้อักเสบเฉียบพลัน ซึ่งมักมีสาเหตุเกิดจากการกินอาหารหรือน้ำที่มีสารพิษหรือเชื้อโรคเข้าไป โดยทั่วไปทางการแพทย์ถือว่าอาหารที่เป็นต้นเหตุ คือ อาหารมื้อสุดท้ายก่อนเกิดอาการ หากท้องเสียจากการกินอาหารที่มีเชื้อโรคเข้าไป เชื้อจะมีระยะฟักตัวและทำให้ผู้ป่วยแสดงอาการได้ภายในไม่กี่ชั่วโมงจนถึงหลายวัน

เชื้อแบคทีเรีย ตัวการใหญ่ที่น่ากลัว

สำหรับอาการท้องเสีย ท้องร่วง จากลำไส้อักเสบเฉียบพลันที่เกิดจากการติดเชื้อ เกิดจากพิษของแบคทีเรีย โดยที่ไม่มีการรุกรานทำลายผิวของลำไส้ (Non-invasive) โดยแบคทีเรียในกลุ่มนี้ที่ทำให้เกิดอาการท้องเสีย ได้แก่ เชื้อแคมไพโลแบคเตอร์ เชื้อซาลโมเนลลา เชื้อชิเกลลา และเชื้ออีโคไล ซึ่งอาจทำให้ถ่ายท้องมากกว่า 10 ลิตรต่อวัน และทำให้เกิดภาวะช็อกจากการสูญเสียน้ำได้ภายในระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมง ส่วนใหญ่โรคลำไส้อักเสบจากการติดเชื้อมักเป็นมีอาการแบบเฉียบพลัน นอกจากนี้อาหารท้องเสียรุนแรงยังเกิดได้จากอีกหลายสาเหตุ เช่น

- เกิดจากแบคทีเรียในกลุ่มที่รุกรานทำลายผิวของลำไส้ (Invasive) ทำให้มีอาการท้องเสีย ปวดท้อง มีไข้สูง อุจจาระมีมูกเลือดหรือมีกลิ่นเหม็น

- เกิดจากการติดเชื้อไวรัส (Viral gastroenteritis) เป็นสาเหตุของการท้องเสียที่พบบ่อยในเด็กเล็ก แต่ปัจจุบันพบโรคนี้ในผู้ป่วยผู้ใหญ่มากขึ้น ได้แก่ Rota visus, Adenovirus หรือ Norovirus ทำให้มีอาการท้องเสีย มีไข้ ปวดท้อง คลื่นไส้ ปวดตามตัว เป็นต้น

- ลำไส้อักเสบเฉียบพลันที่ไม่ใช่การติดเชื้อ แต่เกิดจากการกินสารพิษ เช่น สารโลหะหนัก เห็ดพิษบางชนิด แพ้อาหารบางชนิด หรือกินยาผิดประเภท เป็นต้น ทำให้มีอาการคลื่นไส้อาเจียน ปวดท้อง และท้องเสียได้เช่นกัน

อาการเริ่มไม่ดี...อย่าชะล่าใจ

หลังกินอาหารเข้าไปภายใน 3-6 ชั่วโมงแล้วรู้สึกคลื่นไส้อาเจียน ปวดท้องแบบบิดๆ อาการปวดเกิดเป็นพักๆ ถ่ายท้องบ่อย (ไม่ว่าจะถ่ายเหลว ถ่ายเป็นน้ำ หรือปนมูกเลือดก็ตาม) รู้สึกอ่อนเพลีย หน้ามืดจะเป็นลม ปากแห้ง มือเท้าเย็น ให้ระวังไว้เลยว่านี่อาจเป็นอาการของโรคท้องร่วงจากอาหารเป็นพิษและลำไส้อักเสบ

แต่หากการปวดท้องตลอดเวลาโดยไม่มีหยุด และถ่ายท้องเป็นน้ำติดต่อกันรัวๆ ภายใน 2-3 ชั่วโมง ให้ระวังไว้ว่านั่นอาจไม่ใช่อาการท้องเสียจากลำไส้อักเสบธรรมดา และยิ่งถ้ามีไข้สูงและหนาวสั่นร่วมด้วย อาจเดาได้ว่าเป็นอาการของลำไส้อักเสบติดเชื้อที่รุนแรงและเฉียบพลัน

ต้องรู้! 5 วิธีรับมือเมื่อท้องร่วง

1. ปวดบิดมากๆ ต้องระวัง: หากมีอาการปวดท้องบิดๆ ปวดมาก และถ่ายท้อง 5-6 ครั้งติดกันรัวๆ ภายใน1-2 ชั่วโมง ให้ระวังไว้ว่าอาจเป็นลำไส้อักเสบเฉียบพลันได้ 

2. จิบเกลือแร่บ่อยๆ: ระหว่างถ่ายท้องให้ชงน้ำเกลือแร่มาจิบบ่อยๆ ป้องกันภาวะขาดน้ำ

3. ทำเกลือแร่เอง: ถ้าไม่มีผงเกลือแร่ ให้ใช้น้ำตาลผสมเกลือแกง ชงกับน้ำดื่มทดแทนเกลือแร่ได้

4. อย่ากินยาหยุดถ่าย: ไม่แนะนำให้กินยาหยุดถ่ายเพราะเชื้อโรคจะไม่ถูกกำจัดออกจากร่างกาย จะทำให้มีอาการแย่ลงกว่าเดิม เพราะถ้าอาการรุนแรงๆ อาจทำให้ติดเชื้อในกระแสเลือดได้

5. รีบหาหมอ: ถ้าผ่านไป 4-6 ชม. แล้วยังไม่หยุดถ่าย ร่างกายขาดน้ำ และอ่อนเพลียมากจนถึงขั้นจะเป็นลม ห้ามรีรอ ต้องรีบไปหาหมอทันที!

-------------------------------------

อ้างอิง: 

https://www.thaihealth.or.th/Content/47559

https://medthai.com

http://www.paolohospital.com

https://www.honestdocs.co

เมนูแซ่บมหาชนอย่าง ส้มตำ อาจเป็นผู้ร้ายที่ซุ่มโจมตีร่างกายของคุณแบบไม่ให้รู้ตัว ถ้าเกิดโชคร้ายกินส้มตำแล้วท้องเสียรุนแรงและมีอาการของลำไส้อักเสบเฉียบพลัน ต้องรู้วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้ถูกต้องและรีบไปหาหมอโดยด่วนที่สุด!

นักข่าว นักหนังสือพิมพ์ ที่ทำงานในแวดวงสื่อสารมวลชนทั้งในแพลตฟอร์มหนังสือพิมพ์และออนไลน์ ชอบท่องโลกกว้างเป็นชีวิตจิตใจ ไม่พลาดที่จะค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ จากการกิน ดื่ม เที่ยว ไปพร้อมกับเพิ่มทักษะ Self-Development ในทุกๆ จังหวะของชีวิต