ลดน้ำหนักแบบเดิมหลบไป
  • Lifestyle
  • Aug 23, 2019

หัวข้อ ลดน้ำหนัก ยังเป็นประเด็นยอดฮิตตลอดการ โดยเฉพาะสาว ๆ ที่ปฎิญาณว่าจะลดน้ำหนักให้ได้สักที ในปีที่ผ่านมามีวิธีการลดน้ำหนักในแบบต่าง ๆ ถูกนำเสนออกมาเสมอ  ในปี 2019 นี้ NBC news ได้จัดเทรนด์การลดน้ำหนักหรืออาหารสุขภาพที่น่าสนใจและเป็นที่นิยมได้ 3 ประเภท ได้แก่

Carnivore Diet การรับประทานเนื้อเพียงอย่างเดียว

กระแสการกินนี้ เริ่มจาก “แพทย์” คนหนึ่งทางตะวัน มีความสนใจว่า หากเรากินแต่เนื้อสัตว์นั้น ก็จะช่วยให้ลดน้ำหนักได้ ซึ่งก็ได้เริ่มการปฏิบัติและแชร์ออกไปในวงกว้าง วิธีเริ่มได้รับความสนใจในหลายๆ แห่งทั่วโลก และคนอ้วนหลาย ๆ คนที่เริ่มทำพบว่า ได้ผลจริง

รูปแบบคือ เลือกกินและปรุงอาหารอาหารที่ “มีต้นตอกำเนิดมาจากสัตว์เท่านั้น” อะไรที่มาจากพืชผักให้งดเว้นไปเลย เช่น ข้าว เครื่องปรุงที่ทำจากถั่วเหลือง (ซีอิ๊ว) โยเกิร์ต คอมบูฉะ (น้ำหมักที่ได้จากการหมักน้ำชาแบบหวาน ) ซุปก้อนที่ใช้ปรุงอาจมีการใส่น้ำตาล (ทำจากอ้อย) ก็งดไปด้วย ฉะนั้นการปรุงก็จะพึ่งพาเกลือต่าง ๆ เท่านั้น

วิธีนี้ฟังดูน่าสนใจ แต่ก็เป็นวิธีที่คล้ายคลึงกับการกินแบบ Atkin ที่เคยได้รับความนิยมเมื่อหลายสิบปีก่อน ด้วยรูปแบบที่คล้ายกัน แม้จะแลกด้วยน้ำหนักที่ลดลงได้ เพราะการกินแต่เนื้อสัตว์ จะก่อให้เกิดความอิ่มด้วยแรงกลของการย่อยที่ยากกว่าพืช และหนักท้องย่อยนานกว่า ส่งผลให้เรากินอาหารรวมได้รับพลังงานรวมต่อวันลดลง จึงทำให้น้ำหนักลดได้

แต่ความเสี่ยงหนึ่งที่อาจเกิดขึ้นคือ การก่อให้เกิดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ ทั้งสาเหตุจากการงดเว้นพืชผักผลไม้ต่าง ๆ (ที่ควรรับประทานวันละอย่างน้อย 400 กรัม) และการเกิดสาร TMAO ในลำไส้เนื่องจากการกินเนื้อแดงอีก จึงควรพิจารณาและหาข้อมูลเพิ่มเติมให้ดีก่อน

Faux meats เนื้อเทียม หรือเนื้อสัตว์ทางเลือก

เนื้อเทียม ทั้งหลายเป็นสิ่งที่ไม่แปลกใหม่สำหรับประเทศไทย เพราะ เรามักเจอวัตถุดิบเนื้อเทียมในเทศการอาหารเจในทุก ๆ ปี แต่ถึงอย่างนั้นทั่วโลก การรับประทานเนื้อเทียมกำลังกลายเป็นเทรนด์และเศรษฐกิจที่กำลังมาแรง โดยเทรนด์การลดน้ำหนักแบบ Faux meats หรือเนื้อเทียมนั้น ง่าย ๆ เลยคือการรับประทานอาหารที่มีวัตถุดิบทำจากพืชในการสังเคราะห์คล้ายเนื้อสัตว์

มีการประมาณการว่า มูลค่าการบริโภคอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพในปี 2561 มีมูลค่าประมาณ 86,648 ล้านบาท โดยกลุ่มโปรตีนจากพืชและนมพืช ซึ่งเป็นอาหารทดแทนเนื้อสัตว์ที่ผลิตจากพืชตระกูลถั่ว เห็ด และสาหร่าย รวมถึงการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากพืชเมล็ดถั่ว ตลอดจนโปรตีนจากการหมักเชื้อจุลินทรีย์ มีมูลค่าประมาณ 6,321 ล้านบาท

และยังคาดการณ์ว่า มูลค่าการบริโภคอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพในปี 2562 จะมีมูลค่าประมาณ 88,731 ล้านบาท หรือมีอัตราการขยายตัว 2.4% เมื่อเทียบจากปี 2561 โดยกลุ่มโปรตีนจากพืชและนมพืช จะมีมูลค่าประมาณ 6,725 ล้านบาท และมีแนวโน้มขยายตัว 6.4% ตามความนิยมบริโภคอาหารโปรตีนสูงเพื่อสร้างสมดุลทางโภชนาการทดแทนเนื้อสัตว์ การเสริมสร้างกล้ามเนื้อ รวมถึงการรักษาสุขภาพเพื่อลดความเสี่ยงของโรคที่เกิดจากการบริโภคอาหารประเภทเนื้อสัตว์

ส่วนการเกิด “เนื้อไร้เนื้อ หรือ Plant Based Food” จะกลายเป็นเมกะเทรนด์ของอนาคต เนื่องจากเป็นโปรตีนที่ไม่สร้างมลพิษในขั้นตอนการผลิต ทั้งยังดีต่อสุขภาพซึ่งเป็นใจความสำคัญของการใช้ชีวิตของมนุษย์ในยุคปัจจุบันที่โรคต่าง ๆ เริ่มพัฒนาและต่อต้านการรักษาได้มากขึ้น เมื่อประกอบกับการคาดการณ์ถึงภาวะขาดแคลนเนื้อสัตว์อันเนื่องมาจากปัจจัยของสภาพแวดล้อมและทรัพยากรที่ใช้มีลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด เนื้อที่ใช้วิธีการปลูกขึ้นมาจึงจะกลายเป็นอาหารหลักในไม่ช้า

Ketogenic Diet

คีโตเจนิค ไดเอต คือ การลดน้ำหนักด้วยการทานอาหารหมู่คาร์โบไฮเดรต หรืออาหารประเภทแป้งและน้ำตาลให้น้อยที่สุด เน้นกินอาหารประเภทไขมันดีให้ได้ร้อยละ 75-80 ควบคู่ไปกับอาหารหมู่โปรตีน เพื่อปรับการทำงานของระบบเผาผลาญพลังงาน ถือเป็นการปรับให้ร่างกายเข้าสู่สภาวะเลียนแบบการอดอาหาร เพื่อให้ร่างกายดึงไขมันที่เก็บสะสมไว้มาเผาผลาญเป็นพลังงานแทนน้ำตาล 

สูตรไดเอตนี้ถูกคิดค้นขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1980 เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ในการรักษาผู้ป่วยโรคลมบ้าหมู แต่ในปัจจุบันนี้สูตรลดน้ำหนักแบบคีโตเจนิค ไดเอตนี้ก็ได้กลายเป็นที่นิยมของนักเล่นกล้ามด้วย 

การกินคีโต เคยได้รับความนิยมในปี 2018 และกระแสเบาบางลงไป หลักการคล้ายคลึงกับ CD แต่จะมีกลุ่มอาหารที่รับประทานได้หลากหลายกว่า และพุ่งความสนใจไปที่ ระดับคีโตนในเลือดต้องมีตลอดเวลา เพราะเป็นการยืนยันว่าร่างกายถูกบังคับให้ใช้ไขมันเป็นแหล่งพลังงานหลักอยู่
 

วิธีการกินคีโต คือ  การงดกินอาหารประเภทแป้งและน้ำตาล  และเน้นกินอาหารหมู่โปรตีนและไขมัน ซึ่งอาหารหมู่ไขมันอาจทำให้สุขภาพของเราแย่ลงได้ เพราะไขมันบางชนิดก็เป็นตัวการเพิ่มระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ดังนั้น ก่อนตัดสินใจเริ่มต้นลดน้ำหนักด้วยสูตรนี้อย่างจริงจัง เราก็ควรเข้าใจกับหลักการ 3 ข้อง่าย ๆ ของสูตรคีโตเจนิค ไดเอตกันก่อน

  •     ลดปริมาณอาหารหมู่คาร์โบไฮเดรต โดยการคุมปริมาณการกินคาร์โบไฮเดรตให้เหลือวันละ 25-50 กรัมต่อวัน
  •     เน้นกินโปรตีน โปรตีนจะถูกเปลี่ยนเป็นกลูโคสเพื่อให้ร่างกายนำไปเผาผลาญเป็นพลังงาน
  •      เน้นกินไขมันชนิดดี สารอาหารประเภทไขมันจะทำให้ร่างกายเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาผลาญพลังงานมากขึ้น โดยการกินไขมันให้ได้เฉลี่ยวันละร้อยละ 70-80 จากอาหารที่มีกรดไขมันสายปานกลาง (MCT oil)

แต่ถึงอย่างนั้น วิธีการกินนี้มีงานวิจัยรองรับถึงความปลอดภัยน้อยมาก แม้จะทำให้น้ำหนักลดได้จริง แต่ควรคำนึงถึงความเสี่ยงที่อาจพบ เช่น ความไม่สบายตัว ผื่นเฉพาะตัวที่เกิดจากการกินคีโต การได้รับไขมันมากเกินไปจนในอนาคตอาจเสี่ยงโรคหวัใจและหลอดเลือดได้ รวมทั้งความปลอดภัยอื่น ๆ ที่ต้องรอการศึกษาและวิจัยอีก 

 

ที่มา:

เว็บไซต์ planforfit

เว็บไซต์ Nbc news  

 

การลดน้ำหนักต้องคำนึงถึงความพร้อม และสุขภาพของตัวเราที่จะทำให้สามารถเลือกวิธีการที่เหมาะสม และไม่เป็นอันตรายต่อตัวเอง

เพราะบอนชอนและโบท็อกซ์ คือสิ่งที่ทำให้มีกำลังใจใช้ชีวิตในประเทศที่ประยุทธเป็นนายกรัฐมนตรี