ว่าด้วยพฤติกรรม "Binge-Watching"
  • Lifestyle
  • Jul 29, 2019

เมื่อยุคนี้เป็นยุคแห่งความบันเทิงในรูปแบบสตรีมมิ่งแพลตฟอร์ม ใครๆ ก็ดูหนังหรือซีรีส์ที่บ้านผ่าน Application กันทั้งนั้น (ไม่ว่าจะใช้บริการเจ้าไหนก็ตาม) โดยเฉพาะในวันที่ซีรีส์เรื่องโปรดของคุณเพิ่งจะออนแอร์ซีซันใหม่ วันนั้นให้ลืม "การนอน" ไปได้เลย

ทำไมน่ะเหรอ? ก็เพราะหลายคนมักจะอดใจไม่ดูตอนต่อไปไม่ไหว พอจบ Ep. นี้ มือเป็นต้องหยิบรีโมทมากด Next Ep. ทุกทีสิน่า! ไปๆ มาๆ ก็ดูรวดเดียวจนจบซีซันข้ามวันข้ามคืนแบบไม่หลับไม่นอนกันเลย ใครชอบดูซีรีส์แบบนี้...นั่นแปลว่าคุณกำลังมีพฤติกรรม Binge-Watching อยู่นะ รู้ตัวหรือเปล่า?

"Binge-Watching" คือพฤติกรรมการดูซีรีย์กระหน่ำแบบไม่พัก 7-10 ตอน หรือดูจบทั้งซีซั่นในรวดเดียว ซึ่งคุณต้องใช้เวลาดูแบบข้ามวันข้ามคืน ไม่หลับไม่นอน จนทำให้เช้าอีกวันคุณตื่นมาเป็นเหมือนซอมบี้ พูดจาไม่รู้เรื่อง สมองเบลอ คิดงานไม่ออก และง่วงซึมตลอดทั้งวัน

...ดูเหมือนว่าการดูซีรีส์ติดต่อกันนานๆ โดยไม่พักแบบนี้ จะส่งผลเสียต่อร่างกายมากกว่าที่คิด!

ทำให้เสพติด ส่งผลต่อการนอนหลับ

จริงๆ แล้ว พฤติกรรมนี้มักเกิดขึ้นอย่าง "ไม่ตั้งใจ" ไม่ได้วางแผนว่าจะดูแบบยาวๆ แต่เป็นการเผลอดูตอนต่อไปเรื่อยๆ มากกว่า ซึ่งพฤติกรรม Binge-watching มีผลกระทบต่อสารเคมีในสมอง ซึ่งทำให้คุณมีอาการเสพติดได้เหมือนติดยาเสพติดเลยทีเดียว

Jan Van den Bulck และ Liese Exelmans นักวิจัยจาก University of Michigan ได้ทดลองศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรม Binge-watching และคุณภาพในการนอนหลับผ่านการทำแบบสอบถามของกลุ่มตัวอย่างกว่า 400 คน 

พวกเขาศึกษาจนพบว่า กระบวนการที่ทำให้เสพติดการดูซีรีส์แบบหยุดไม่ลง เป็นขั้นตอนการทำงานของสมองที่มีความสัมพันธ์กับสารเคมีและฮอร์โมนที่ทำให้คุณรู้สึกอิ่มเอมใจ ตื่นเต้น สงสัย ฯลฯ ซึ่งตามปกติซีรีส์มักจะจบตอนด้วยการหักมุม นั่นจะยิ่งทำให้คุณเกิดความสงสัยและเกิดภาวะเครียดฉับพลัน ส่งผลให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมน Corticotropin-Releasing Hormone หรือ CRH ออกมาในปริมาณมากกว่าปกติ (CRH ทำหน้าที่กระตุ้นการปล่อยฮอร์โมนชนิดอื่นๆ ที่ทำให้ตื่นตัวจากความเครียด พอร่างกายตื่นตัวก็จะไม่รู้สึกง่วง และไปขัดขวางการนอนหลับ) 

หากคุณมีพฤติกรรม Binge-watching ร่วมกับการได้ดูซีรีส์ซีซั่นใหม่ตั้งแต่ต้นจบก่อนใคร จะทำให้คุณมีความรู้สึกได้รับชัยชนะจากการทำสิ่งที่ใจหวัง ซึ่งมันทำให้คุณมีอาการเสพสุข (จากการดูซีรีส์) คล้ายกับอาการเสพติดของผู้เสพยา เพราะร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนแห่งความสุขอย่าง Dopamine ออกมาในกลุ่มเซลล์ประสาทสมองส่วน Nucleus accubens ที่เป็นพื้นที่รับรู้ความสุขในสมอง เมื่อรู้สึกสุข เราจึงกดดูตอนต่อไปเรื่อยๆ แบบหยุดไม่ได้

ผลเสียของการดูซีรีส์แบบไม่หลับไม่นอนที่เห็นได้ชัดๆ เลยก็คือ มักจะทำให้นอนหลับยาก และรู้สึกเพลียหลังตื่นนอน อีกทั้งยังทำให้ความทรงจำของการเสพซีรีส์ที่เราชื่นชอบด้อยลงกว่าเดิมอีกด้วย (ในระยะยาวจะมีปัญหาเรื่องความจำ)

ร่างกายอ่อนแอ เพลีย เหนื่อยง่าย

ผลกระทบมันพ่วงต่อกันมาเป็นลูกโซ่ เมื่อการดูแบบ Binge-watching ส่งผลกระทบต่อสารเคมีในสมองจนทำให้คุณนอนหลับยากแล้ว มันก็ส่งผลต่อเนื่องทำให้ร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ ตื่นมาแบบไม่สดชื่น ไม่มีสมาธิ สมองเบลอ พูดจาไม่รู้เรื่อง และประสิทธิภาพในการทำงานลดลง และยังทำให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายต่ำ ส่งผลให้คุณป่วยง่ายกว่าเดิมด้วย

ระวัง! Computer Vision Syndrome

ไม่เพียงแค่นั้น การดูซีรีส์ยาวๆ ต่อเนื่องแบบไม่หลับไม่นอน ทำให้คุณใช้สายตาแบบหนักหน่วงจนเกินไป เสี่ยงต่อโรค Computer Vision Syndrome จากการจ้องหน้าจอเป็นเวลานานเกินควร (คนส่วนใหญ่ดูผ่าน App บนมือถือหรือแท็บเล็ต)

ถึงแม้โรคนี้ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อ "ดวงตา" อย่างเฉียบพลัน แต่หากปล่อยไว้จนมีอาการสะสมเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดปัญหาสายตาตามมา เช่น อาการปวดตา ตามัว ตาแห้ง สายตาล้า อาการปวดหัว ปวดหลัง ปวดท้ายทอย ปวดไมเกรน เนื่องจากเส้นประสาทจำนวนมากบริเวณรอบดวงตาจะเชื่อมต่อถึงกันทั่วทั้งศีรษะ ในบางรายอาจมีอาการหนักถึงขั้นเป็นโรคตะคริวขึ้นตาได้  (อาการคือ ตาพร่า ตามัว มองภาพไม่ชัด และส่งผลให้มองในระยะไกลไม่เห็นในที่สุด)

ตามคำแนะนำของจักษุแพทย์บอกว่า คนเราควรใช้สายตานานติดต่อกันไม่เกิน 30-40 นาที จากนั้นต้องพักสายตาโดยการหลับตา หรือมองไปที่ไกลๆ ลุกขึ้นเปลี่ยนอิริยาบถ เพื่อให้กล้ามเนื้อตาได้มีเวลาคลายตัวบ้าง แต่ถ้าคุณมีพฤติกรรม Binge-watching ดูยาวๆ 7-8 ชั่วโมงขนาดนี้ ไม่ต้องเดาเลยว่าในอนาคตคุณจะมีปัญหาด้านสายตาแน่นอน

How to หยุดการเสพติดซีรีส์

เห็นแล้วใช่มั้ยว่าพฤติกรรมนี้มีความเสี่ยงต่อสุขภาพมากแค่ไหน แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะห้ามดูซีรีส์ตลอดไปหรอกนะ เพียงแต่อยากดึงสติให้เหล่าสาวกซีรีส์สตรีมมิ่งทั้งหลายหันมาปรับสมดุลการดูซีรีส์ให้ดีกว่าเดิม เพื่อป้องกันอาการผิดปกติต่างๆ ของสุขภาพร่างกาย

1. จดเวลาที่คุณดูซีรีส์ในแต่ละวัน

เริ่มจากการเก็บบันทึกจำนวนชั่วโมงที่ใช้ดูซีรีส์แต่ละวัน สิ่งนี้จะช่วยให้เห็นว่าคุณเสียเวลาในชีวิตของคุณไปมากแค่ไหน นอกจากนี้ยังช่วยให้คุณสามารถลดเวลาการดูซีรีส์ แล้วทดแทนด้วยกิจกรรมอย่างอื่นได้ง่ายขึ้น แถมยังช่วยปรับเวลานอนและเวลาตื่นให้ดีต่อสุขภาพได้ง่ายขึ้นด้วย (แทนที่จะนอนดึกตื่นสายแบบเดิม ก็สามารถปรับนาฬิกาชีวิตใหม่ ให้เข้านอนเร็วและตื่นเช้าได้)

2. ยึดมั่นกับเป้าหมายชีวิตให้มากขึ้น

ลองถามใจตัวเองดูว่า ทุกวันนี้คุณได้ทำอะไรที่พัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นในด้านต่างๆ หรือยัง? ถ้ายัง...มีอะไรที่คุณอยากพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นบ้าง? แล้วมุ่งมั่นไปที่เป้าหมายนั้น พยายามลงมือทำโดยการตัดเวลาการดูซีรีส์ออกไปเสียบ้าง แล้วเอาเวลาที่ได้คืนมานั่นแหละ ไปลงมือทำอะไรสักอย่างให้ชีวิตคุณดีขึ้น อาจจะเริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการกินข้าวให้ตรงเวลาให้ได้สักที (จากเดิมที่ติดซีรีส์จนลืมกินข้าวกินน้ำ) แล้วเริ่มค้นคว้าหาว่าสิ่งไหนที่คุณอยากจะทำเพื่อพัฒนาตัวเอง

3. ตระหนักว่าซีรีส์กำลังขโมยชีวิตของคุณ

ลองถามตัวเองว่า ถ้าคืนนี้คุณดูทีวี 3 ชั่วโมงคุณจะมีความสุขไหมในวันพรุ่งนี้? คุณจะมีเพื่อนมากขึ้นหรือมีคนรักคุณมากขึ้นในชีวิตรึเปล่า? คุณจะฉลาดกว่านี้ไหม? คุณจะมีสุขภาพที่ดีขึ้นหรือร่ำรวยขึ้นหรือไม่? ถ้าคุณดูทีวีคืนนี้ 3 ชั่วโมงชีวิตของคุณจะดีขึ้นไหม? คำถามเหล่านี้จะช่วยตอกย้ำให้คุณเห็นว่าการเสียเวลาไปมากมายกับซีรีส์เรื่องโปรด นอกจากทำให้เสียสุขภาพแล้ว ยังเสียโอกาสด้านอื่นๆ ของชีวิตไปด้วย แล้วมันจะทำให้คุณเลิกพฤติกรรม Binge-watching ได้ง่ายขึ้น 

4. หาอย่างอื่นทำ ทดแทนการดูซีรีส์

เมื่อคุณมีเวลาว่าง แน่นอนว่าคุณมักจะเลือกดูหนัง ดูซีรีส์ แต่...ถ้าคุณตั้งใจจะเลิกพฤติกรรมการเสพติดซีรีส์ให้หายขาด คุณจะต้องตัดใจจากหน้าจอ แล้วไปหากิจกรรมอย่างอื่นทำแทน เช่น การอ่านหนังสือ ปลูกต้นไม้ ทำสวน จัดตู้เสื้อผ้าใหม่ ออกไปปั่นจักรยาน เดินป่า ท่องเที่ยว วาดรูประบายสี เรียนเต้นรำ ทำธุรกิจออนไลน์ เปิดตัวบล็อกใหม่ ฯลฯ เหล่านี้จะทำให้คุณถอยห่างจากพฤติกรรม Binge-watching ได้ในที่สุด

5. ปรับสมดุลชีวิต ทวงคืนสุขภาพดี

ลงมือทำในสิ่งที่จะช่วยปรับสมดุลชีวิตให้คุณกลับมามีสุขภาพที่ดี เมื่อคุณเริ่มลด ละ เลิก พฤติกรรม Binge-watching ได้แล้ว จากนั้นก็ควรปรับสมดุลสุขภาพร่างกายด้วยการฝึกให้ตัวเองเข้านอนเร็วขึ้น และตื่นเช้าให้ได้ ลองปรับเวลาใหม่ เช่น ในช่วง 20.00-21.00 น. แทนที่จะมานั่งดูซีรีส์เหมือนเดิม ให้เปลี่ยนใหม่เป็นลองหาเครื่องดื่มอุ่นๆ มาดื่ม หยิบหนังสือดีๆ มาแล้วมุ่งหน้าไปที่ห้องนอนทันที วิธีนี้จะช่วยให้คุณสามารถเตรียมร่างกายให้ผ่อนคลายก่อนนอนได้ดี ทำให้หลับง่าย และตื่นเช้าในวันถัดไปด้วยความสดชื่น กระปรี้กระเปร่า ที่สำคัญ...ควรแบ่งเวลามาออกกำลังกายเพื่อฟื้นฟูและปรับสมดุลร่างกายให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง

ทั้งหมดนี้ก็เป็นทริกเล็กๆ น้อยๆ ที่เราหวังว่าจะช่วยให้คุณสามารถปรับสมดุลระหว่างการดูซีรีส์และการใช้ชีวิตในด้านอื่นๆ ได้อย่างลงตัวและมีความสุขได้

อ้างอิง: 

https://www.nbcnews.com/better/health/what-happens-your-brain-when-you-binge-watch-tv-series-ncna816991

https://medium.com/better-humans/how-to-stop-binge-watching-from-ruining-your-life-cd0e92f51750

https://www.michaeldpollock.com/how-i-overcame-tv-addiction/

https://www.the101.world/binge-watching/

https://waymagazine.org/computer_vision_syndrome/

ไม่ได้ห้ามไม่ให้ดูซีรีย์ แต่จะดีต่อสุขภาพของคุณมากกว่ามั้ย? ถ้าแบ่งเวลาดูให้พอดีๆ ไม่หักโหมแบบข้ามวันข้ามคืน

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์