แวะ check-in แล้วถ่ายรูปหลบไป
  • Lifestyle
  • Oct 25, 2019

ถ้าในอดีต การเดินทางไปยังสถานที่หรูหรา คาเฟ่สวยๆ เพื่อ Check-in แล้วถ่ายรูปลงโซเชียลฯ คือกิจกรรมที่ใครๆ ก็ไม่อยากพลาด  ถึงวันนี้พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวก็คงไม่เหมือนเดิม นั่นเพราะพวกเขาไม่ได้มองหาสิ่งของที่แพงและดูดีเพียงอย่างเดียว หากแต่มองหาประสบการณ์ที่มีคุณค่า มีความพิเศษเฉพาะตัวที่ไม่สามารถจะลืมเลือนได้

คุณค่าเฉพาะตัวที่มีเอกลักษณ์นี้อาจมีคำเรียกที่แตกต่างกันออกไป หากที่ตรงตัวที่สุดก็น่าจะเป็นคำว่า Creative Tourism หรือ การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งหมายถึง การท่องเที่ยวเชิงบวกที่สร้างคุณค่าให้กับนักท่องเที่ยวและผู้คนในชุมชนผ่านการทำกิจกรรมและแลกเปลี่ยนคุณค่าให้แก่กันและกัน

คำว่า Creative ซึ่งหมายถึงความสร้างสรรค์ และ Tourism ซึ่งแปลว่าการท่องเที่ยวไม่ใช่คำใหม่ก็จริง หากแต่เมื่อนำมารวมกันแล้ว นี่คือการท่องเที่ยวในมิติใหม่ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสประสบการณ์ที่ไม่เหมือนเดิม ผ่านการท่องเที่ยวและลงมือทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์จากฐานทรัพยากร วิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรมและเรื่องราวอันเป็นเอกลักษณ์ร่วมกับผู้คนในชุมชน

ผลสำรวจจากการศึกษาความต้องการเชิงลึกที่มีต่อสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวไทยที่มีศักยภาพในการใช้จ่าย จัดทำโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย บอกว่า นักท่องเที่ยวแต่ละกลุ่มต่างมีพฤติกรรมทางการท่องเที่ยวและความต้องการที่แตกต่างกัน ซึ่งนั่นหมายความว่า หากต้องการสร้างความประทับใจให้กับพวกเขาก็ต้องสร้างประสบการณ์ที่แตกต่าง โดยใช้หลัก Creative Tourism หรือการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ เพื่อจัดทริปที่จะสร้างความประทับใจให้ผู้คนแต่ละวัยซึ่งล้วนมีความต้องการที่แตกต่างกัน

“ยกตัวอย่าง เช่น กลุ่ม Gen Y (เกิดช่วงปี 2523-2540) ซึ่งผลสำรวจพบ Insight ว่า มีความต้องการประสบการณ์ใหม่ๆ อยากพบเจอสิ่งไม่คาดฝัน พวกเขาจึงชอบเลือกเดินทางไปยังสถานที่อย่างภาคเหนือและภาคใต้ซึ่งมีทิวทัศน์ที่สวยงามแปลกตา ได้ประสบการณ์ที่ไม่สามารถพบเจอได้ง่ายๆ ขณะที่ กลุ่ม Millennial Mom จะมีลูกเป็นจุดศูนย์กลาง ทริปการเดินทางของพวกเธอจึงต้องสะดวกสบาย ในขณะเดียวกับที่ต้องมีกิจกรรมที่สร้างประสบการณ์ใหม่ให้ลูกได้เรียนรู้ได้” ผลสำรวจตอนหนึ่งบอก

ถึงตรงนี้หมายความว่า การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ไม่ได้แปลว่า หรูหรา มีราคาแพงเสมอไป แต่เป็นการท่องเที่ยวที่สามารถตอบสนองความต้องการที่เฉพาะตัว เป็นสิ่งพิเศษได้รับการจัดสรร และได้รับบริการโดยผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งคือชุมชนนั่นเอง

แล้วอะไรล่ะคือประโยชน์ของการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์?

คำตอบก็คือการท่องเที่ยวในลักษณะนี้จะช่วยส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม มุ่งส่งเสริมการจัดการทรัพยากรท้องถิ่นของชุมชนให้เข้มแข็ง ยกระดับวัฒนธรรม ภูมิปัญญา ทรัพยากรอันเป็นอัตลักษณ์ของท้องถิ่น

ในอีกมุมหนึ่ง นักท่องเที่ยวเองก็จะได้เรียนรู้ และสัมผัสกับ Local Experience ที่โดดเด่น มีคุณค่าและร่วมอนุรักษ์สิ่งที่ดีงามไว้ให้คงอยู่  อีกทั้งยังส่งเสริมให้เกิดการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น พัฒนาคุณภาพชีวิต ฟื้นฟูวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม

คุณค่าของการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ จึงไม่ได้สำคัญที่ check-in แล้วแวะถ่ายรูปลงโซเชียลเหมือนแบบที่ผ่านมา แต่คือการให้นิยามของการออกเดินทางท่องเที่ยวที่แตกต่างไปได้ ที่ทั้งความสนุกและสัมผัสถึงตัวตนที่แท้จริงของจุดหมายปลายทางนั่นเอง

แล้วทริปท่องเที่ยวแบบสร้างสรรค์ของคุณล่ะ เป็นแบบไหน ?

  • ต่างเจน ต่างเที่ยว

การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์สามารถนำมาปรับใช้ได้กับกลุ่มนักท่องเที่ยวได้หลากหลาย ซึ่งนักท่องเที่ยวแต่ละกลุ่มต่างมีพฤติกรรมทางการท่องเที่ยวและ Insight ที่แตกต่างกัน ดังนั้น จึงจำเป็นต้องใช้แนวคิดการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ให้เหมาะสมกับแต่ละกลุ่ม ซึ่งสามารถแบ่งนักท่องเที่ยวออกได้เป็น 7 กลุ่ม ดังต่อไปนี้

  1. กลุ่ม Gen Y (เกิดช่วงปี 2523-2540)

คนกลุ่มนี้มีความสุขกับการสัมผัสประสบการณ์ที่หลากหลาย ได้ลองผิดลองถูก เพราะเชื่อว่าส่งผลต่อมุมมองชีวิตในอนาคต ดังนั้นการท่องเที่ยวที่เปิดประสบการณ์ใหม่ให้ชีวิต ได้เห็นสิ่งไม่คาดฝัน ได้ทำสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน ทำให้พวกเขาค้นพบตัวเอง เห็นตัวเองในมุมมองใหม่ๆ

ภูมิภาคและสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะสม : ภาคเหนือและภาคใต้ ซึ่งมีวิวทิวทัศน์สวยงามแปลกตา ภูมิประเทศเป็นป่าเขาและแม่น้ำ เหมาะแก่การพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ

  1. กลุ่ม Millennial Mom

คนกลุ่มนี้มีลูกเป็นศูนย์กลางของชีวิต ทุ่มเทเวลาและเงินเพื่อหวังให้ลูกเป็นคนดีมีคุณภาพ การท่องเที่ยวของพวกเธอจึงเป็นการมอบของขวัญ ให้ลูกได้เรียนรู้ประสบการณ์ใหม่เป็นความรู้ที่ห้องเรียนสอนไม่ได้ ต้องได้ลงมือทำจริง

ภูมิภาคและสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะสม : ภาคกลางและภาคตะวันออกที่สามารถเดินทางสะดวก มีสิ่งแวดล้อมเป็นมิตรแก่เด็กและมีกิจกรรมที่เหมาะสมแก่การเรียนรู้

  1. กลุ่ม Lady 1 (อายุ 38–44 ปี)

คนกลุ่มนี้ต้องทุ่มเทกับหน้าที่การงาน เผชิญความเครียด จึงต้องหาทางผ่อนคลายเท่าที่เวลาเอื้ออำนวย การท่องเที่ยวจึงต้องช่วยคลายเครียด เสริมกำลังใจในการทำงาน พาตนเองออกจากสิ่งแวดล้อมเดิมๆ เพื่อทำให้ร่างกายและจิตใจกลับมามีชีวิตชีวา

ภูมิภาคและสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะสม : ภาคเหนือ ซึ่งมีภูมิทัศน์ที่สวยงาม มีธรรมชาติที่มีสีสัน เช่น สวนดอกไม้

  1. กลุ่ม Lady 2 (อายุ 45–54 ปี)

คนกลุ่มนี้มีชีวิตและหน้าที่การงานลงตัว มีความสบายใจจึงอยากใช้ช่วงเวลาที่มีความสุขแบบนี้ไปเรื่อยๆ การท่องเที่ยวที่พวกเธอชอบจึงต้องเป็นสถานที่ซึ่งได้พักผ่อนแบบสบาย ๆ อยู่ในบรรยากาศสงบ บริสุทธิ์ มีกิจกรรมเบาๆ ให้ทำแล้วมีความสุข

ภูมิภาคและสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะสม : ภาคเหนือ ที่ยังมีธรรมชาติซึ่งยังคงความบริสุทธิ์ มีความสะดวกสบายในการเดินทาง

  1. กลุ่ม Silver Age

คนกลุ่มนี้ เรียกได้ว่าหมดภาระและสามารถทำอะไรที่ชอบได้อย่างเต็มที่ เป็นช่วงชีวิตที่สบายใจที่สุด พร้อม จะเดินทางไปท่องเที่ยวที่ระลึกถึงสิ่งที่ตนเองรักและผูกพัน เช่น เรื่องราวความเป็นไทย ศิลปะของวัด วัง และตำหนักต่างๆ

ภูมิภาคและสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะสม : ภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ตั้งของวัดมากมาย มีความสวยงามทางศิลปะ และเรื่องราวทางประวัติศาสตร์

  1. กลุ่ม Multi – Gen

คนกลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับการใช้เวลาร่วมกันภายในครอบครัว สไตล์การท่องเที่ยวของคนกลุ่มนี้คือทริปที่ทำให้สมาชิกได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างมีคุณภาพให้แต่ละวัยสนุกในแบบของตัวเอง

ภูมิภาคและสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะสม : ภาคกลาง ภาคใต้ และภาคตะวันออก ซึ่งมีธรรมชาติหลากหลาย และกิจกรรมที่คนทุกวัยสามารถทำร่วมกันได้

      7.กลุ่ม Hi – End

คนกลุ่มนี้มีรสนิยมการใช้ชีวิตที่ซับซ้อนและลึกซึ้ง ชอบประสบการณ์ที่ให้ความรู้ใหม่ๆ ขยายมุมมองความคิดที่มีอยู่เดิม การท่องเที่ยวของพวกเขาจึงต้องทำให้เข้าถึงเรื่องราวที่ยังไม่รู้จักในวงกว้าง สืบเสาะให้ลึกซึ้งถึงความเป็นมาของวัฒนธรรมหรือศิลปะที่มีเรื่องราวหน้าค้นหา

ภูมิภาคและสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะสม : ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งประวัติศาสตร์ยาวนานและน่าสนใจ มีเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่เป็นที่รู้จัก

คุณค่าของการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ คือการให้นิยามของการออกเดินทางท่องเที่ยวที่แตกต่างไปได้ ที่ทั้งความสนุกและสัมผัสถึงตัวตนที่แท้จริงของจุดหมายปลายทาง

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์