5 เหตุผลคน "เที่ยวฟิลิปปินส์" ต้องปักหมุด "ซาน อะกุสติน"
  • Lifestyle
  • Aug 14, 2019

ฟิลิปปินส์เป็นประเทศหมู่เกาะ มีเกาะอยู่ไม่น้อยกว่า 7,100 เกาะ แถมในท้องทะเลยังมีก้นเหวใต้มหาสมุทรที่ลึกสุดในโลกอยู่ด้วย เรียกว่า "มาเรียน่า เทรนซ์" ส่วนในแง่ประวัติศาสตร์ก็มีความเป็นมายาวนานมาก ก่อรูปขึ้นด้วยหลากวัฒนธรรม เคยตกอยู่ใต้การปกครองของทั้งสเปน (ยุคตะวันตกล่าอาณานิคม) ญี่ปุ่น (สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2) และสหรัฐอเมริกา (หลังญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2) 

การได้ไปเยือนฟิลิปปินส์ประเทศเดียว เราจึงได้สัมผัสกลิ่นอายวัฒนธรรมถึง 3 ชนชาติในเวลาเดียวกัน จนนักประวัติศาสตร์พูดติดตลกกันเล่นๆ ว่าสิ่งที่สเปนทิ้งไว้เป็นมรดกกับชาวตากาล็อก (ชนพื้นเมืองดั้งเดิมของฟิลิปปินส์) ก็คือ ศาสนาคริสต์ และ การชอบดีดกีตาร์ ร้องรำทำเพลง 

ส่วนญี่ปุ่นได้ฝากบาดแผลจากสงครามไว้ให้ และสหรัฐอเมริกาได้ฝากผับบาร์และแสงสีความบันเทิงไว้ในดีเอ็นเอของคนฟิลิปปินส์ยุคใหม่ไปซะงั้น!

มาเที่ยวฟิลิปปินส์ครั้งนี้ ไม่ได้จะพาคุณไปร้องรำทำเพลงสนุกฮาเฮ หรือออกไปดำน้ำ ชมปลาดูปะการัง แต่จะพาคุณนั่งแคปซูลเวลาย้อนกลับไปในยุคต้นศตวรรษ 1500 ซึ่งชาวสเปนล่องเรือใบลำใหญ่ยักษ์ ออกสำรวจโลกล่าอาณานิคมเป็นเมืองขึ้นกันเลยทีเดียว

และนี่คือ 5 เหตุผลที่คุณควรเดินทางมาปักหมุดที่ "ซาน อะกุสติน" โบสถ์เก่าแก่ในเมืองโบราณของประเทศฟิลิปปินส์ ที่ขึ้นชื่อว่าสวยงามอลังการสุดๆ เป็นหนึ่งในโบสถ์ระดับโลกที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด

1. อารยธรรมชาวคริสต์สุดอลังการ!

ซาน อะกุสติน โบสถ์เก่าแก่แห่งนี้ คือ สถานที่ท่องเที่ยวที่อยากจะพาไปเยือน ที่นี่เป็นหลักฐานชัดเจนถึงห้วงเวลาในอดีตในขณะนั้นที่สำคัญมากเพราะ เฟอร์ดินานด์ มาเจลลัน นักเดินเรือชาวโปรตุเกส ได้ล่องเรือรอบโลกเป็นครั้งแรก เขาขึ้นฝั่งหมู่เกาะฟิลิปปินส์ (อย่างจงใจหรือบังเอิญ ข้อนี้ยังไม่มีใครพิสูจน์ได้) และได้อ้างสิทธิ์ความเป็นเจ้าของเหนือผืนดินนี้

เขาได้นำศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกเข้ามาเผยแผ่ไปทั่วฟิลิปปินส์ กระทั่ง ‘คริสต์’ ได้กลายเป็นศาสนาประจำชาติฟิลิปปินส์ปัจจุบัน แล้วแตกออกเป็นอีกหลายนิกายอย่างเหลือเชื่อ จนทำให้ประเทสนี้มีโบสถ์สวยๆ หลายแห่ง แต่ที่อลังการที่สุดก็ต้องยกให้โบสถ์ซาน อะกุสติน แห่งนี้นี่แหละ

2. ซาน อะกุสติน มรดกโลก UNESCO

โบสถ์ซาน อะกุสติน (San Agustin Church) ตั้งอยู่ที่ย่านเมืองเก่าของกรุงมะนิลา จากย่านหรูใจกลางเมืองใหม่มะนิลา (Metro Manila) ผมเดินทางฝ่าความวุ่นวาย ผู้คน และรถราจอแจ ไปสู่เขตชายทะเลศูนย์กลางย่านเมืองเก่า สมัยสเปนยึดฟิลิปปินส์เป็นเมืองขึ้นในราวศตวรรษที่ 16 คนฟิลิปปินส์เรียกที่นี่ว่า ‘เมืองในกำแพง’ (Walled City) เพราะตัวเมืองเก่ามีแนวกำแพงหินสูงล้อมรอบ เพื่อป้องกันการรุกรานของข้าศึกหรือโจรสลัดจีนในช่วงเวลานั้น

เมืองโบราณที่ผมกำลังกล่าวถึงเมื่อสักครู่ก็คือ ป้อมอินทรามูรอส (Intramuros) ป้อมเก่าแก่ที่สุดของฟิลิปปินส์ ซึ่ง มิเกล โลเปส เดอ เลอกาสปิ (Miguel Lopez de Legazpi) เจ้าอาณานิคมชาวสเปนใช้เป็นศูนย์กลางปกครองช่วงปี ค.ศ. 1521-1898 และในเมืองโบราณแห่งนี้นี่แหละที่มี Landmark สำคัญที่สุดที่นักท่องเที่ยวต่างหลั่งไหลมาชม นั่นคือ โบสถ์ซาน อะกุสติน (San Agustin Church) ซึ่งเป็นมรดกโลกที่องค์การ UNESCO ให้การยกย่องอย่างเป็นทางการ

3. โบสถ์แห่งเดียวที่ไม่ถูกระเบิด!

ซาน อะกุสติน เป็นโบสถ์ใหญ่ 1 ใน 7 แห่งของเมืองโบราณนี้ ซึ่งเป็นโบสถ์เพียงแห่งเดียวที่ไม่ถูกระเบิดของอเมริกาช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ส่วนที่เหลืออีก 6 แห่ง พังย่อยยับ! วันนี้เราจึงยังสามารถสัมผัสความงามของซาน อะกุสติน ที่เดินทางผ่านกาลเวลามาเกือบ 450 ปีได้

4. โบสถ์สวยอลังการ สไตล์โคโลเนียล

จากด้านหน้าโบสถ์เราต้องแหงนมองคอตั้งบ่า ชมโครงสร้างหินอ่อนจำหลักลวดลายอ่อนช้อย โดยมีซุ้มโค้งและเสาโรมันขนาดใหญ่ 4 ต้น ขนาบบานประตูไม้ยักษ์ไว้ แค่ก้าวแรกที่เข้าไปภายในโบสถ์ ก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความขรึมขลัง บรรยากาศเยือกเย็น มืดสลัว อวลด้วยแรงศรัทธาของชาวคริสต์โรมันคาทอลิกที่ออกันอยู่เป็นร้อย

โดยส่วนตัวผมว่า ซาน อะกุสติน เป็นโบสถ์คริสต์ในเอเชียที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งเลยล่ะ เพราะสถาปัตยกรรมที่เห็นด้วยตา บรรยากาศที่สัมผัสได้ด้วยใจ ช่างให้ความรู้สึกเดียวกับเวลาไปเดินอยู่ในโบสถ์วิหารโบราณในยุโรปยังไงยังงั้น

การเดินชมภายในโบสถ์ซาน อะกุสติน เป็นแบบ One Way ไปทางเดียวตามลูกศรชี้ ห้ามย้อนกลับ นักท่องเที่ยวถ่ายภาพได้ แต่ห้ามใช้แฟลช ความมหัศจรรย์ที่ใครๆ อยากมาชม ณ ที่นี้ คือบริเวณห้องโถงใหญ่ (ห้องสวดมนต์) ใจกลางมหาวิหาร

ผมลองเงยหน้าขึ้นไปมองบนเพดานโค้งขนาดยักษ์เหนือหัว ทีแรกนึกว่าช่างแกะสลักหินอ่อนเป็นลวดลายได้สวยจับตาจับใจ แต่พอเพ่งมองดูดีๆ อีกที อ้าว ปรากฏว่าลายที่เห็นทั้งหมดบนเพดานคือภาพวาดสามมิติอายุ 400 กว่าปี มันให้แสงเงาหลอกตาได้เหมือนลายสลักหินนูนต่ำจริงๆ จึงบิดเบือนทัศนมิติของผู้ชมเบื้องล่างได้อย่างวิเศษ

ออกจากห้องโถงใหญ่เดินอย่างแช่มช้าต่อไปตามระเบียงทางเดินมืดสลัว ซึ่งมีภาพวาดทางศาสนา รูปปั้นนักบุญคนสำคัญ โบราณวัตถุ และวัตถุศักดิ์สิทธิ์วางเรียงรายอยู่ตลอดริมผนัง หลายภาพชวนให้หยุดพินิจเนิ่นนาน เพราะเป็นภาพวาดสีน้ำมันเก่าคร่ำคร่า บรรจุไว้ด้วยเนื้อหาแห่งศรัทธา

5. นั่งรถม้าชมเมืองเก่า ชิลสุดๆ

นอกจากเดินชมภายในโบสถ์อย่างเพลิดเพลินแล้ว ภายนอกของป้อมอินทรามูรอส (เมืองโบราณ) ก็สามารถเที่ยวชมได้เพลิดเพลินเช่นกัน แม้ว่าพื้นที่ป้อมจะกว้างเพียง 0.64 ตารางกิโลเมตร ทว่าอัดแน่นไว้ด้วยอณูแห่งประวัติศาสตร์ งามด้วยอาคารเก่าแก่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมสเปนยุคโคโลเนียล ให้อารมณ์คลาสสิกมาก

กิจกรรมที่น่าสนใจในป้อมนี้คือการนั่งรถม้าชมบรรยากาศเมืองเก่า ชวนให้จินตนาการถึงยุคที่มีทหารสเปนใส่ชุดเกราะ ถือปืนคาบศิลาเดินกันอยู่เป็นพันๆ คน จริงๆ แล้วภายในแนวกำแพงมีจุดสำคัญให้เที่ยวชมมากกว่า 30 จุด ถ้าจะดูกันละเอียดต้องใช้เวลาเป็นวันๆ

รวมๆ แล้ว ผมใช้เวลาอยู่ในโบสถ์ซาน อะกุสติน 3 ชั่วโมงกว่า นานกว่านักท่องเที่ยวทั่วไป เพราะผมชอบถ่ายภาพและชอบเก็บรายละเอียดของบรรยากาศภายในด้วย บางมุมผมหยุดยืนนิ่งดูอยู่นาน ปล่อยเวลาให้เลยผ่านอย่างแช่มช้า 

มันคือห้วงเวลาที่ผมได้นั่งแคปซูลเวลาย้อนกลับสู่อดีตอย่างแท้จริง

Traveler’s Guide

Best season : เดือนพฤศจิกายน-เมษายน เป็นช่วงที่ฝนตกน้อย (ควรตรวจสอบสภาพอากาศล่วงหน้า)

Getting there : บินตรงจากกรุงเทพฯ-มะนิลา (เมืองหลวงของฟิลิปปินส์) ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง 25 นาที มีหลายสายการบิน เช่น Philippines Airlines, Cebu Pacific Airline, การบินไทย, Air Asia ฯลฯ

Overnight : ในมะนิลา แนะนำโรงแรม Solaire Resort โทร. +632-888-8888 เว็บไซต์ www.solaireresort.com เพราะสะดวกสบาย และเดินทางเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยวไม่ไกล

Souvenirs : มะม่วงอบแห้ง, น้ำมะม่วง, กีตาร์, ไข่มุก, เครื่องจักสาน, สร้อยคอปะการังสี, ผ้าบารอง, ไม้แกะสลัก, เปลือกหอย ฯลฯ ร้าน Balikbayan Handicrafts โทร. +632-831-0044 www.balikbayanhandicrafts.com

More info : Department of Tourism Philippines เว็บไซต์ www.visitmyphilippines.cpm.ph และ www.tourism.gov.ph
 

ซาน อะกุสติน (San Agustin Church) เป็นโบสถ์เก่าแก่ในย่านเมืองเก่าของฟิลิปปินส์ มีอายุมากถึง 450 ปี แต่ยังคงสวยงามอลังการและรอดพ้นจากระเบิดในสมัยสงครามโลกมาได้ ที่สำคัญ...เป็นโบสถ์ที่องค์การ UNESCO ยกย่องให้เป็นมรดกโลกอีกด้วย

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์