5 โครงการหลวงในเชียงใหม่ ที่ควรปักหมุดปลายปีนี้!
  • Lifestyle
  • Oct 12, 2019

ลมหนาวแรกพัดมาทักทายคนไทยกันแล้ว หนุ่มสาวขาเที่ยวคงนึกอยากขึ้นเหนือไปเที่ยวพักผ่อนรับลมเย็นๆ ชมทะเลหมอกฟินๆ กันอยู่ล่ะสิ! เอาเป็นว่าถ้าใครมีแพลนเดินทางไปภาคเหนือ ดินแดนพื้นที่สูงดอยสวยที่มีโครงการหลวงอยู่มากมายหลายแห่ง เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยภูเขา ตลอดเดือนตุลาคมนี้เราเลยอยากชวนเพื่อนๆ มาตามรอยพ่อหลวงรัชกาลที่ 9 ลุยเที่ยวชม ชิม แชะ กันที่โครงการหลวงและสถานีเกษตรหลวงกันดีกว่า 

Bottom Line มี 5 ที่เที่ยวโครงการหลวง ที่บรรยากาศดี วิวสวยอลังการ แถมที่พักก็ราคาไม่แพง มาแนะนำขาเที่ยวที่กำลังมองหาที่เที่ยวปลายปี 2562 นี้ 

1. โครงการหลวงอ่างขาง โครงการหลวงแห่งแรก!

โครงการหลวงอ่างขาง หรือ สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง เป็นสถานีวิจัยแห่งแรกของโครงการหลวง วิจัยและพัฒนาพันธุ์ไม้ผลและผักเมืองหนาวกว่า 70 ชนิด และยังมีดอกไม้เมืองหนาวกว่า 20 ชนิดอีกด้วย ตั้งอยู่บนดอยอ่างขาง ณ ต.แม่งอน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ซึ่งสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,400 เมตร มีพื้นที่ที่ใช้ทำการเกษตรในงานวิจัยประมาณ 1,989 ไร่ มีหมู่บ้านชาวเขาที่ทางสถานีฯ ให้การส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ รวม 9 หมู่บ้าน ซึ่งประกอบไปด้วยประชาชนกลุ่มชาติพันธุ์ 4 เผ่า ได้แก่ ไทยใหญ่ มูเซอดำ ปะหล่อง และจีนยูนนาน

โครงการหลวงฯ แห่งนี้ ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ พ.ศ. 2512 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระราชดำริว่าพื้นที่นี้มีภูมิอากาศหนาวเย็น มีการปลูกฝิ่นมาก ไม่มีป่าไม้อยู่เลย ประกอบกับพระองค์ทรงทราบว่าชาวเขาได้เงินจากฝิ่นเท่ากับที่ได้จากการปลูกท้อพื้นเมือง และทรงทราบว่าที่สถานีทดลองไม้ผลเมืองหนาวของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้ทดลองวิธีติดตา ต่อกิ่งกับท้อฝรั่ง จึงสละพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวนหนึ่ง เพื่อซื้อที่ดินและไร่จากชาวเขาในบริเวณดอยอ่างขาง จากนั้นจึงโปรดเกล้าฯ ตั้งโครงการหลวงขึ้นเป็นโครงการส่วนพระองค์ ใช้เป็นสถานีวิจัยและทดลองปลูกพืชเมืองหนาวชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไม้ผล ผัก ไม้ดอก เมืองหนาว เพื่อเป็นตัวอย่างแก่เกษตรกรชาวเขาในการนำพืชเหล่านี้มาเพาะปลูกเป็นอาชีพ

การดำเนินงานต่างๆ ของโครงการหลวงอ่างขาง มีอาสาสมัครจากมหาวิทยาลัยและหน่วยงานต่างๆ มาช่วยถวายงาน ทำให้การปฏิบัติงานก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะงานวิจัยการปลูกพืชเมืองหนาว ทำให้เกษตรกรสามารถนำไปปลูกทดแทนฝิ่นได้ผลดี ต่อมาใน พ.ศ. 2537 โครงการควบคุมยาเสพติดของสหประชาชาติ (UNDCP) ได้ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญทองเพื่อสดุดีพระเกียรติคุณในการแก้ปัญหายาเสพติด โดยส่งเสริมให้ชาวเขาเลิกปลูกฝิ่น แต่ปลูกพืชอื่นแทน จึงกล่าวได้ว่าโครงการหลวงเป็นโครงการปลูกพืชทดแทนฝิ่นแห่งแรกของโลก

แหล่งท่องเที่ยว : เที่ยวชมแปลงเกษตรผัก ผลไม้เมืองหนาว / ชมดอกนางพญาเสือโคร่ง / ชมสวน ๘o  ซึ่งเป็นสวนไม้ดอกไม้ประดับกลางแจ้งตกแต่งสไตล์อังกฤษ แถมยังมีสวนดอกซากุระญี่ปุ่นที่จะบานช่วงเดือน ธันวาคม-มกราคม ให้ชมอีกด้วย

2. โครงการหลวงอินทนนท์

โครงการหลวงอินทนนท์ หรือ สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ ตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยงและเผ่าม้ง ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะช่วยเหลือชาวเขาเหล่านั้นให้มีพื้นที่ทำกินเป็นหลักแหล่ง และได้รับการถ่ายทอดวิชาความรู้ทางด้านการเกษตรแผนใหม่ ปรับปรุงฐานะความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น ด้วยการหันมาทำการเกษตรแบบถาวร อันเป็นที่มาของการจัดตั้ง “สถานีวิจัยโครงการหลวงอินทนนท์” ในปี พ.ศ.2522 

ดำเนินงานวิจัยด้านไม้ดอก ไม้ประดับ พืชผัก และไม้ผล รวมทั้งถ่ายทอดผลงานวิจัยไปสู่การส่งเสริมให้เป็นรายได้ของครอบครัวเกษตรกรทั้งชาวกะเหรี่ยงและม้งในหมู่บ้านรอบๆ สถานีฯ จำนวน 9 กลุ่มบ้าน มีเกษตรกรจำนวน 1,200 คน ชนิดพืชที่สถานีฯ ส่งเสริมให้ปลูก ได้แก่ ผักกาดกวางตุ้ง, ผักกาดฮ่องเต้, เบบี้ฮ่องเต้, เบบี้แครอท, ถั่วแขก, กรีนโอ๊คลีฟ, เรดโอ๊คลีฟ, ผักกาดหวาน, เฟนเนล, เซเลอรี่, ซูกินี่, พริกหวานเขียว, มะเขือเทศโครงการหลวง, พลัม, บ๊วย, อาโวกาโด, สตอเบอรี่พันธุ์ 80, เคปกูสเบอรี่, เสาวรสหวาน, องุ่น, มัลเบอรี่, กีวี่ฟรุต, ราสพ์เบอรี่, ฟิก (มะเดื่อฝรั่ง) ฯลฯ

แหล่งท่องเที่ยว : ชมวิวสูงที่จุดชิมวิวดอยอินทนนท์ / เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน ชมทะเลหมอก / ชมสวนพืชผักในสถานีเกษตรหลวง / ชมพระธาตุพระมหาธาตุนภเมทนีดล และพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ เป็นต้น

3.  ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง

โครงการหลวงขุนวาง หรือ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง ตั้งอยู่ที่ ต.แม่วิน อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่บนพื้นที่ของเทือกเขาสลับซับซ้อน สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,400 เมตร มีแม่น้ำสายสำคัญที่ไหลผ่านคือ แม่น้ำขุนวาง ประชากรในพื้นที่เป็นชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงและม้ง เมื่อปี พ.ศ. 2518 ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงเคยเสด็จพระราชดำเนินไปยังบ้านขุนวาง มีพระราชดำริให้โครงการหลวงและศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขาร่วมกันพัฒนาชีวิตและความเป็นอยู่ของราษฎรในพื้นที่ ต่อมาในพ.ศ. 2528 พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวางขึ้น เพื่อลดพื้นที่การปลูกฝิ่นและพัฒนาการปลูกพืชเขตหนาวที่มีรายได้มากกว่า ทำให้ชาวเขามีพื้นที่ทำกินอย่างถาวร

ส่งเสริมการปลูกพืชผัก ไม้ผล ไม้ดอก ชาจีน พืชไร่ เห็ด กาแฟ เพื่อหาพันธุ์ดีที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ภายใต้ระบบมาตรฐานอาหารปลอดภัย ได้แก่ระบบการเพาะปลูกที่ดี (GAP) สร้างรายได้ที่มั่นคงและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นแก่เกษตรกร

แหล่งท่องเที่ยว : ชมดอกนางพญาเสือโคร่งตามทิวเขา มี 2 จุด คือ 1) มุมด้านหน้าสถานีเกษตรขุนวาง บริเวณแปลงดอกไม้เมืองหนาว และ 2) จุดไฮไลต์อุโมงค์พญาเสือโคร่ง ต้องเข้าไปข้างในโครงการหลวงฯ / ชมแปลงดอกเบญจมาศหลากสีสัน ดอกลิลลี่ ดอกลิเซียทัส คาร์เนชั่น / ชมแปลงปลูกชาจีนเบอร์ 12 พันธุ์อู่หลง / ชมแปลงผักและผลไม้เมืองหนาว เช่น องุ่นไร้เมล็ด กีวี พีช สตรอว์เบอร์รี่ บ๊วย มะเขือเทศดอยคำ ถั่วหวาน ผักกาดหวาน บล๊อคโคลี่ หอมญี่ปุ่น ฯลฯ / ชมโรงเรือนสาธิตการปลูกวานิลลา เห็ดโพโตเบลโล เห็ดแชมปิญอง เป็นต้น

4. โครงการหลวงทุ่งเริง สวนกุหลาบห้วยผักไผ่

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริง ตั้งอยู่ที่ ต.บ้านปง อ.หางดง จ.เชียงใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 2519 ในหลวงรัชกาลที่ 9 เคยเสด็จพระราชดำเนินไปในพื้นที่ป่าสะเมิง (บ้านป่าเลา) ได้มีราษฎรจากบ้านแม่ขนิลร่วมรับเสด็จและถวายฎีกา ขอพระราชทานการสนับสนุนและพัฒนาพื้นที่ทำกินพื้นที่ป่าทุ่งอี่เริง (ทุ่งเริง) ต่อมาในปี พ.ศ. 2520 โครงการหลวงร่วมกับกรมพัฒนาที่ดินวางแผนการใช้ประโยชน์พื้นที่โครงการหลวงทุ่งเริง และกรมชลประทานวางระบบชลประทานเพื่อการเกษตร อุปโภค และบริโภค

จุดเด่นของโครงการหลวงแห่งนี้ คือ มีสวนกุหลาบหลวงโครงการหลวงห้วยผักไผ่ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร เปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวให้สัมผัสกับความงดงามของกุหลาบนานาพรรณ ทั้งยังเป็นแหล่งผลิตกุหลาบส่งขายทั่วประเทศ ภายในพื้นที่ตกแต่งสวนสวยงามตามสไตล์อังกฤษ แถมยังมีร้านอาหารที่ใช้วัตถุดิบจากโครงการหลวงมาปรุง ให้ได้อิ่มอร่อยท่ามกลางกลิ่นหอมหวลของดอกกุหลาบ 

แหล่งท่องเที่ยว : ชมสวนกุหลาบในโครงการ / ช็อปชิมชิลที่มุมจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากโครงการหลวง เช่น สบู่อะโวคาโด แชมพูและครีมนวดอะโวคาโด ชา กาแฟ น้ำมันนวด และน้ำมันหอมระเหย / ร้านอาหารภายในสวนกุหลาบ

5. ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงม่อนเงาะ

โครงการหลวงม่อนเงาะ ตั้งอยู่ที่ดอยม่อนเงาะในเขตป่าสงวนแห่งชาติแม่แตง ต.เมืองก๋าย อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,250 เมตร จากยอดดอยสามารถเห็นวิวทิวทัศน์ของภูเขาสลับซับซ้อนได้อย่างสวยงาม โครงการหลวงแห่งนี้ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2528 ประชาชนส่วนใหญ่เป็นชาวไทยภูเขาเผ่าม้งจำนวน 7 หมู่บ้าน สมัยก่อนชาวบ้านดำรงชีพด้วยการตัดไม้ทำลายป่าเพื่อปลูกฝิ่นและทำไร่เลื่อนลอย ต่อมามูลนิธิโครงการหลวงจึงได้นำพืชเขตหนาวไปส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกเพื่อหารายได้ทดแทนฝิ่น และพัฒนาปัจจัยพื้นฐานและสาธารณูปโภคในชุมชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

แหล่งท่องเที่ยว : จุดชมวิวดอยม่อนเงาะ อยู่ห่างจากศูนย์พัฒนาโครงการหลวงม่อนเงาะประมาณ 2 กิโลเมตร สามารถชมวิวทะเลหมอกยามเช้าได้สวยอลังการ พร้อมวิวพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า / ไร่ชาลุงเดช ไร่ชาที่ปลูกชาขั้นบันไดลดหลั่นไปตามเชิงเขา / ชมแปลงกล้วยไม้ซิมบิเดี้ยมหลากสีสัน / ชมแปลงผักและผลไม้เมืองหนาวในโครงการหลวงฯ เช่น ฟักทองญี่ปุ่น อะโวกาโด กาแฟอาราบิก้า ฯลฯ / เงือกผา เป็นหินงอกที่มีลักษณะคล้ายนางเงือกหันหน้าเกาะผาอยู่ / บ่อน้ำทิพย์ เป็นแอ่งน้ำซึมอยู่ภายในถ้ำและมีน้ำตลอดทั้งปี / ล่องแพผจญภัยที่บ้านสบก๋าย ชมธรรมชาติที่สวยงามและความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ เป็นต้น

-------------------------------------

อ้างอิง:

https://www.facebook.com/thairoyalprojecttour/

http://www.royalprojectangkhang.com/About_us

http://www.inthanonroyalprojectthailand.com/Home

http://royalprojectthailand.com/khunwang

http://royalprojectthailand.com/tungroeng

http://royalprojectthailand.com/monngo

เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยภูเขา ตลอดเดือนตุลาคมนี้เราเลยอยากชวนเพื่อนๆ มาตามรอยพ่อหลวงรัชกาลที่ 9 ลุยเที่ยวชม ชิม แชะ กันที่โครงการหลวงและสถานีเกษตรหลวงกันดีกว่า 

นักข่าว นักหนังสือพิมพ์ ที่ทำงานในแวดวงสื่อสารมวลชนทั้งในแพลตฟอร์มหนังสือพิมพ์และออนไลน์ ชอบท่องโลกกว้างเป็นชีวิตจิตใจ ไม่พลาดที่จะค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ จากการกิน ดื่ม เที่ยว ไปพร้อมกับเพิ่มทักษะ Self-Development ในทุกๆ จังหวะของชีวิต