โต้ลมหนาว 15 องศาฯ เที่ยวสุดฟินที่ "ภูหินร่องกล้า"
  • Lifestyle
  • Oct 16, 2019

ต้อนรับฤดูหนาวอย่างเป็นทางการของปีนี้ ด้วยการพาคุณไปเช็คอิน ที่เที่ยวหน้าหนาว อีกแห่งหนึ่งที่หลายคนอาจจะมองข้ามไปอย่าง อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า บอกเลยว่าที่นี่มีจุดชมวิวสุดเริ่ด! สามารถชมวิวทะเลหมอกในยามเช้าและวิวพระอาทิตย์ตกในยามเย็นได้สวยอลังการไม่แพ้แหล่งท่องเที่ยวโด่งดังแห่งอื่นๆ เลย

ล่าสุด...มีรายงานข่าวว่าหลังจากสภาพอากาศเริ่มเย็นลงในหลายจังหวัดทางภาคเหนือและภาคอีสาน หนึ่งในนั้นก็คือพื้นที่ของ อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จ.พิษณุโลก พบว่าอุณหภูมิเริ่มเย็นลงในช่วงเช้าอยู่ที่ประมาณ 15-17 องศาเซลเซียส ทำให้นักท่องเที่ยวเริ่มไปเที่ยวชมและสัมผัสอากาศที่เย็นลงกันมากขึ้น ยิ่งในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ก็ยิ่งมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวจำนวนมาก

บุญช่วย ชุณหกิจ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ให้ข้อมูลว่า นักท่องเที่ยวทั้งในพิษณุโลกและต่างจังหวัดเริ่มเดินทางมาเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าจำนวนมากขึ้น เนื่องจากสภาพอากาศเย็นลงทำให้มีบรรยากาศดี นิยมไปเที่ยวยังจุดท่องเที่ยวสำคัญต่างๆ เช่น ผาชูธง, โรงเรียนการเมืองการทหาร, ลานหินปุ่ม,  ลานหินแตก, และจุดชมวิว "ร่องกล้าฮั้นแน๊ว" ที่สามารถชมวิวพระอาทิตย์ตกและทะเลหมอกยามเช้าได้อย่างสวยงาม ซึ่งคาดว่าในปีนี้จะสวยงามมากกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีความหนาวเย็นมากกว่าทุกๆ ปี จึงส่งผลให้ธรรมชาติโดยเฉพาะดอกไม้ป่าสวยงามมากขึ้นเช่นกัน

เอาเป็นว่าถ้าใครกำลังมองหา ที่เที่ยวหน้าหนาว ที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก ก็ลองแวะไปเที่ยวชมวิวทะเลหมอกที่นี่ ก็น่าจะสวยถูกใจขาเที่ยวสายล่าทะเลหมอกอยู่ไม่น้อย งั้นอย่ารอช้า Bottom Line จะพาคุณไปทำความรู้จัก อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า และแนะนำแหล่งท่องเที่ยวที่ควรไปเช็คอิน

  • ภูหินร่องกล้า พิกัดอยู่ที่ไหน?

อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ตั้งอยู่ที่อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งที่ 48 ของประเทศ และนับเป็นแห่งที่ 14 ของภาคเหนือ มีเนื้อที่ประมาณ 307 ตารางกิโลเมตร หรือ 191,875 ไร่ ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อปี พ.ศ. 2527 ครอบคลุมพื้นที่รอยต่อของ 3 จังหวัด คือ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์, อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย, อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก

  • เรื่องราวในอดีตของภูหินร่องกล้า

ภูหินร่องกล้าอันเป็นแหล่งกำเนิดของประวัติศาสตร์การสู้รบอันยาวนานของนักรบไทย เนื่องจากพื้นที่แห่งนี้เคยเป็นฐานปฏิบัติการของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยในอดีต เป็นศูนย์กลางแพร่กระจายลัทธิคอมมิวนิสต์ไปสู่เขาค้อ ภูขัด และภูเมี่ยง จนก่อเกิดปัญหาความมั่นคงทางการเมือง ครั้นเมื่อเหตุการณ์สงบลงในปลายเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2525 ได้มีการตัดเส้นทางผ่านใจกลางภูหินร่องกล้าและจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติขึ้น จนกลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งของภาคเหนือตอนล่างในปัจจุบัน และยังคงมีสถานที่สำคัญๆ ในอดีตที่ถูกเก็บรักษาไว้ให้คนรุ่นหลังได้ชมกัน ได้แก่ โรงเรียนการเมืองการทหาร, สำนักอำนาจรัฐ, หมู่บ้านมวลชน, โรงพยาบาล เป็นต้น

  • อากาศดีตลอดทั้งปี

สภาพภูมิประเทศของภูหินร่องกล้าเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,614 เมตร ทำให้สภาพภูมิอากาศของที่นี่มีอากาศหนาวเย็นเกือบตลอดปี ในฤดูหนาวอุณหภูมิจะต่ำได้ถึงประมาณ 0-4 องศาเซลเซียส ส่วนฤดูร้อนและในฤดูฝนอากาศจะเย็นสบาย มีอุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีประมาณ 18-25 องศาเซลเซียส

ในส่วนของพืชพรรณและป่าไม้ อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ปกคลุมด้วยป่าไม้ 3 ชนิด คือ ป่าเต็งรัง ป่าดิบเขา และป่าสนเขา มีสนสองใบและสนสามใบขึ้นปะปนกัน นอกจากนี้ยังพบกล้วยไม้ดอกไม้ป่าหลายชนิดขึ้นอยู่ตามลานหิน แต่ไม่มีสัตว์ป่าขนาดใหญ่อาศัยอยู่ เพราะพื้นที่นี้ได้กลายเป็นที่อยู่อาศัยของชาวบ้าน สัตว์ป่าที่พบได้ส่วนใหญ่เป็นนกบางชนิดเท่านั้น

  • แหล่งท่องเที่ยวที่ต้องเช็คอิน

ทางเดินโลกที่สาม: เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติผ่านภูมิทัศน์สวยงาม ตลอดจนสถานที่สำคัญในอดีต ได้แก่ สำนักอำนาจรัฐ เป็นสถานที่พิจารณาลงโทษผู้กระทำผิด, คุก สำหรับคุมขัง, สถานที่ทอผ้าและโรงซ่อมเครื่องจักรกล, ที่หลบภัยทางอากาศซึ่งเป็นโพรงถ้ำกว้างขวางจุคนได้กว่า 200 คน

โรงเรียนการเมืองการทหาร: อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 6 กิโลเมตร เคยใช้เป็นสถานที่ให้การศึกษาตามแนวทางของลัทธิคอมมิวนิสต์ มีบ้านพักฝ่ายพลเรือน ฝ่ายพลาธิการ และสถานพยาบาล กระจายตัวอยู่ใต้ร่มไม้แน่นทึบประมาณ 30 หลัง บริเวณใกล้เคียงยังมีสุสานทหาร และกังหันน้ำสำหรับสีข้าว

ลานหินแตก: เป็นลานหินกว้างมีรอยแตกคล้ายแผ่นดินแยก ซึ่งตามซอกหินพบไม้ประเภทมอสส์ ไลเคน เฟิร์น และกล้วยไม้จำนวนมาก

ลานหินปุ่ม: ลานหินที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เต็มไปด้วยหินรุปร่างตะปุ่มตะป่ำเป็นบริเวณกว้างดูแปลกตา เกิดจากการสึกกร่อนของหินโดยธรรมชาติ

ผาชูธง: เป็นจุดที่คอมมิวนิสต์ชักธงแดงทุกครั้งที่รบชนะ มีลักษณะเป็นหน้าผาสูงชันอยู่ห่างจากลานหินปุ่มประมาณ 500 เมตร ที่นี่ถือเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่มีความสวยงาม สามารถมองเห็นทัศนียภาพได้โดยรอบแบบ 360 องศา ในยามเย็นหน้าผาแห่งนี้เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง

น้ำตกร่มเกล้า-ภราดร: ห่างจากโรงเรียนการเมืองประมาณ 600 เมตร มีทางแยกเดินลงน้ำตกร่มเกล้าก่อน จากนั้นเดินลงไปประมาณ 200 เมตร จะพบกับน้ำตกภราดรที่เกิดจากลำธารเดียวกัน

น้ำตกศรีพัชรินทร์: ได้รับการตั้งชื่อเพื่อเป็นอนุสรณ์ให้กับทหารจากค่ายศรีพัชรินทร์ จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นทหารหน่วยแรกที่ขึ้นมาบนภูหินร่องกล้า น้ำตกสายนี้มีความสูงประมาณ 20 เมตร และมีแอ่งใหญ่ที่เหมาะสำหรับเล่นน้ำ

น้ำตกหมันแดง: เป็นน้ำตกที่มีชั้นลดหลั่นกันมากถึง 32 ชั้น เกิดจากห้วยน้ำหมันซึ่งมีน้ำไหลตลอดปี ที่นี่อยู่บนเส้นทางสายภูหินร่องกล้า-หล่มเก่า กม. 18 มีทางเดินเท้าเข้าสู่น้ำตกประมาณ 3.5 กิโลเมตร

  • การเดินทาง

จากในตัวเมืองพิษณุโลก ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 12 สายพิษณุโลก-หล่มสัก เลี้ยวซ้ายที่บ้านแยง กิโลเมตรที่ 68 สู่ทางหลวงหมายเลข 2013 จากนั้นตรงไปอีก 28 กิโลเมตรจะถึงอำเภอนครไทย แล้วเลี้ยวขวาตามทางหลวงหมายเลข 2331 เพื่อมุ่งสู่ภูหินร่องกล้า ตรงไปอีกประมาณ 30 กิโลเมตรก็จะถึงอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า มีคำแนะนำเพิ่มเติมคือ การเดินทางขึ้นและลงภูหินร่องกล้าควรใช้รถยนต์ที่มีกำลังสูง มีสภาพเบรกและคลัชดีมาก และต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ไม่ควรใช้รถบัสใหญ่ขึ้นภูหินร่องกล้าเนื่องจากเส้นทางคดเคี้ยวและสูงชัน

-----------------------------

อ้างอิง: 

https://thai.tourismthailand.org/Attraction/อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

https://th.wikipedia.org/wiki/อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

นักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือน อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า กันอย่างคึกคัก เนื่องจากสภาพอากาศเย็นลงทำให้มีบรรยากาศดี โดยเฉพาะที่จุดชมวิวร่องกล้าฮั้นแน๊ว ที่สามารถชมวิวพระอาทิตย์ตกและทะเลหมอกยามเช้าได้อย่างสวยงาม ซึ่งคาดว่าในปีนี้จะสวยงามมากกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจากปีนี้มีความหนาวเย็นมากกว่าทุกๆ ปี จึงส่งผลให้ธรรมชาติโดยเฉพาะดอกไม้ป่าสวยงามมากขึ้นเช่นกัน

นักข่าว นักหนังสือพิมพ์ ที่ทำงานในแวดวงสื่อสารมวลชนทั้งในแพลตฟอร์มหนังสือพิมพ์และออนไลน์ ชอบท่องโลกกว้างเป็นชีวิตจิตใจ ไม่พลาดที่จะค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ จากการกิน ดื่ม เที่ยว ไปพร้อมกับเพิ่มทักษะ Self-Development ในทุกๆ จังหวะของชีวิต