แวะเยี่ยมพะยูน! ปักหมุดเที่ยวเกาะลิบง จ.ตรัง
  • Lifestyle
  • Oct 2, 2019

ช่วงเดือนตุลาคมเป็นต้นไป เป็นช่วงที่ทะเลฝั่งอันดามันเริ่มกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง หลังจากผ่านพ้นช่วงมรสุมไปแล้ว น้ำทะเลจากที่ขุ่นๆ ก็กลับมาใสปิ๊งราวกับกระจก ท้องฟ้าจากที่ครึ้มหม่นหมองก็เริ่มสดใสกลายเป็นสีฟ้าเข้มสวย อากาศดีแบบนี้ จะไม่บุ๊คตั๋วเครื่องบินไปเที่ยวทะเล ก็คงไม่ได้แล้ว แต่คราวนี้ขอปักหมุดเที่ยวทะเลตรัง ที่เกาะลิบงหน่อยแล้วกัน เพราะเราอยากไปดูพะยูน!!

สำหรับใครที่ยังไม่เคยไปเที่ยวตรัง หรืออาจจะเคยไปตรังแต่ยังไม่เคย เที่ยวเกาะลิบง เราอยากให้คุณลองมาเที่ยวสัมผัสวิถีชุมชนคนลิบงดูสักครั้ง รับรองว่าคุณจะต้องหลงรักที่นี่เข้าอย่างจัง ด้วยแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่ยังคงอุดมสมบูรณ์ และเป็นหนึ่งในไม่กี่แห่งของไทยที่เป็นบ้านหลังใหญ่ของ พะยูน ซึ่งเป็นสัตว์ป่าสงวนและอยู่ในบัญชีไซเตส คือ ห้ามค้าโดยเด็ดขาด เนื่องจากใกล้จะสูญพันธุ์เพราะลดจำนวนลงทุกที ตอนนี้ทั้งประเทศไทยเหลือพะยูนอยู่ราวๆ 200 ตัวเท่านั้น ถือว่าเป็นสัตว์หาดูยากอีกชนิดหนึ่งเลยทีเดียว

จะว่าไปก็เป็นเพราะน้องมาเรียมนี่แหละที่ทำให้เราอยากมาเที่ยวเกาะลิบง (และนี่เป็นครั้งแรกที่ได้มา!) อยากมาดูพะยูนสักครั้งในชีวิต อยากมาลองเที่ยวในเชิงอนุรักษ์ดูบ้าง ซึ่งก็เป็นประสบการณ์ที่ดีไม่แพ้การเที่ยวแบบอื่นๆ เลย

จากสนามบินตรัง เราใช้วิธีเช่าเหมารถไปยังท่าเรือหาดยาว ใช้เวลาไม่นานนักก็ถึงท่าเรือแล้ว ที่นี่มีเรือหัวโทง ซึ่งเป็นเรือท้องถิ่นของชาวบ้านที่นำมาใช้สำหรับการท่องเที่ยวในชุมชน จากท่าเรือใช้เวลาเดินทางแค่ 15-20 นาที ก็ถึงเกาะลิบง จุดหมายของเราในครั้งนี้ และบอกก่อนว่า...การมาเที่ยวเกาะลิบง เป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ มีบรรยากาศสงบ เงียบ ห่างไกลจากแสงสีและเสียงเพลงดังๆ ใครที่ไม่ชอบแนวนี้อาจจะไม่ถูกใจเท่าไหร่ แต่สำหรับคนที่ชอบเที่ยวชุมชนบ้านๆ แบบเรา เรียกว่าฟินเลยแหละ ส่วนจะมีที่ไหนน่าเที่ยวชมบ้าง ตามมา...

  • หอชมวิถีสัตว์น้ำ

อันดับแรก เราก็ต้องไปตามหาน้องพะยูนกันซะหน่อย เพราะอย่างที่บอกไปว่า เกาะลิบงถือเป็นบ้านหลังใหญ่ของพะยูน เราเริ่มจากเดินลัดเลาะหมู่บ้านเพื่อไปยัง หอชมวิถีสัตว์น้ำ ที่นี่เป็นหนึ่งในจุดชมวิวทะเลที่นักท่องเที่ยวควรมาเช็คอินให้ได้ หอชมวิวสูง 5 ชั้นทำให้เราสามารถชมวิวทะเลสวยๆ จากมุมสูงได้แบบ 360 องศา แม้ตอนเดินข้ามสะพานจะแดดแรงไปบ้าง แต่พอขึ้นมาบนหอชั้นบนแล้วหายเหนื่อยเลย เพราะลมเย็นพัดมาปะทะใบหน้า แถมเห็นวิวทะเลสวยๆ และทิวเขารายล้อม ฟินสุดๆ แต่พอมองหาน้องพะยูนก็ยังไม่เห็นสักที เลยถอดใจเดินกลับดีกว่า

  • จุดชมวิวยอดเขาบาตูปูเต๊ะ

อีกจุดหนึ่งที่เป็นพื้นที่สำหรับชมพะยูนโดยเฉพาะ นั่นคือ จุดชมวิวยอดเขาบาตูปูเต๊ะ ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้ร่วมมือกันทำจุดดูพะยูนไว้เป็นกิจจะลักษณะสำหรับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ และห้ามไม่ให้มีการนั่งเรือออกไปชมพะยูนหรือแล่นเรือเข้าใกล้พะยูนโดยเด็ดขาด เพื่อเป็นการเคารพและไม่รุกล้ำเข้าไปในเขตอาศัยของสัตว์ป่าสงวน

เส้นทางไปยอดเขาบาตูฯ ค่อนข้างสูงชันและซับซ้อนหน่อย เพราะต้องเดินขึ้นเขา ปีนป่าย และลอดถ้ำ กว่าจะมาถึงจุดชมวิวจุดนี้ได้ ก็ทำเอาหลายคนเหนื่อยหอบไปบ้างเหมือนกัน วันที่เราไปชมโชคร้ายไม่ได้เจอน้องพะยูนอย่างที่คิด (อีกแล้ว..) เพราะฤดูกาลนี้พบเจอได้น้อย แต่ยังดีที่ได้เห็นเต่าทะเล ส่วนช่วงที่พบพะยูนได้บ่อยคือช่วงเดือน พ.ย.-มี.ค. ของทุกปี ไม่เป็นไร...ไว้ปลายปีจะมาส่องน้องพะยูนใหม่อีกที

  • เที่ยวชุมชนเกาะลิบง กินซีฟู้ดสดแซ่บ!

นอกจากไฮไลต์ของการดูพะยูนแล้ว เกาะลิบง ยังมีแหล่งท่องเที่ยวชุมชนที่น่ารัก นักท่องเที่ยวสามารถเดินเที่ยวหรือปั่นจักรยานเที่ยวได้รอบๆ ชุมชน ถนนรอบชุมชนก็ปูด้วยอิฐตัวหนอนอย่างดี เดินเที่ยวได้สะดวกสบาย แถมมีร้านขนมและร้านอาหารท้องถิ่นให้แวะชิมหลายร้าน หนึ่งในนั้นคืออาหารทะเลสดๆ จากร้านครัวมัลดีฟส์ ใครมาเที่ยวที่นี่เป็นต้องฝากท้องไว้กับร้านนี้ทุกครั้ง (หลายคนว่ามาอย่างนั้น) ซึ่งพอเราได้ลองชิมแลพกินอย่างจริงจังแล้ว ปรากฏว่าอร่อย สด แซ่บ! สมคำร่ำลือจริงๆ 

อ้อ! เนื่องจากว่าที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชน ก็เลยมีโฮมสเตย์ไว้บริการนักท่องเที่ยวด้วย ราคาไม่แพง แถมชาวบ้านก็ใจดี ดูแลดี น่ารักมากๆ ส่วนมากจะเป็นราคาเหมาที่พักรวมกับค่าอาหารไปเลย ซึ่งขอบอกว่าค่าอาหารทะเลสดๆ แบบนี้ และให้เติมได้ตลอดจนกว่าจะกินอิ่ม หัวละ 250 บาทเท่านั้น ราคามิตรภาพมากๆ แถมอร่อยทุกอย่างเลย

ส่วนใครที่อยากปั่นจักรยานเที่ยวในชุมชน ที่นี่เขาก็มีร้านให้เช่าจักรยานด้วยนะ คิดค่าเช่าชั่วโมงละ 20 บาท ครึ่งวัน 50 บาท เต็มวันวันละ 100 บาทเท่านั้นเองจ้า...

แม้วันนี้จะไม่มี มาเรียม พะยูนน้อยขวัญใจชาวไทยแล้ว แต่อย่างน้อยก็ทำให้สปอร์ตไลท์สาดส่องไปที่เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง สว่างชัดเจนขึ้นกว่าที่เคย ทั้งยังสร้างแรงกระเพื่อมด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรทางทะเลให้แก่นักท่องเที่ยวได้อย่างมหาศาล

นักข่าว นักหนังสือพิมพ์ ที่ทำงานในแวดวงสื่อสารมวลชนทั้งในแพลตฟอร์มหนังสือพิมพ์และออนไลน์ ชอบท่องโลกกว้างเป็นชีวิตจิตใจ ไม่พลาดที่จะค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ จากการกิน ดื่ม เที่ยว ไปพร้อมกับเพิ่มทักษะ Self-Development ในทุกๆ จังหวะของชีวิต