แค่ Snapshot หรือแท้จริงคือการ "ละเมิด"
แค่ Snapshot หรือแท้จริงคือการ "ละเมิด"
แค่ Snapshot หรือแท้จริงคือการ "ละเมิด"
  • Lifestyle
  • Nov 2, 2019

ปฏิเสธไม่ได้ว่ากิจกรรมสำคัญสำหรับการท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆ ก็คือ การถ่ายภาพ ทั้งการเก็บเป็นความทรงจำ หรือการแชร์ความสวยงามของสถานที่ให้คนอื่นๆ ได้เห็น ยิ่งเราอยู่ในยุคที่สมาร์ทโฟนสามารถพัฒนากล้องมือถือให้ถ่ายภาพได้สวยคมชัดไม่แพ้กล้องฟลูเฟรม DSLR ดังนั้นการยกสมาร์ทโฟนขึ้นมาแชะๆ ในทันที จึงเป็นเรื่องง่ายดายยิ่งกว่าปลอกกล้วย

แต่คำถามคือ ความง่ายของการถ่ายภาพในทุกวันนี้ อาจพ่วงสิ่งที่เรียกว่า “ละเมิดสิทธิ” เข้ามาด้วยหรือไม่ ?

เพราะบางครั้งบุคคลหรือสถานที่สำคัญ (บางแห่งเป็นสถานที่ราชการสำคัญที่ต้องเป็นความลับ) ที่อยู่ในภาพนั้น อาจไม่ได้มีความยินยอม โดยเฉพาะถ้าเราแชร์ภาพเหล่านั้นไปบนโลกออนไลน์ อาจสร้างผลเสียมากกว่าผลดีต่อสิ่งของที่อยู่ในภาพ

สำนักข่าว NHK ของประเทศญี่ปุ่นรายงานถึงกฎการห้ามถ่ายภาพเกอิชา บนถนนย่านกิออน ซึ่งเป็นหนึ่งในเขตการปกครองของเกียวโต

ในทุกๆ ปี เกียวโตจะมีนักท่องเที่ยวนับล้านคนแวะเวียนกันไปเยี่ยมชมและสัมผัสความดั้งเดิมและธรรมชาติของเมือง โดยเฉพาะในหมู่บ้านกิออน บ้านเรือนสมัยเอโดะ เหล่านักท่องเที่ยวจะมีโอกาสได้พบไมโกะ (เกอิชาฝึกหัด) ใส่ชุดกิโมโนกำลังเดินไปตามถนนอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นแลนมาร์คที่นักท่องเที่ยวต้องไปสัมผัสให้ได้

แต่ความยอดฮิตกลับเกิดปัญหาขึ้น เมื่อนักท่องเที่ยวบางคนเข้าไปแตะเนื้อต้องตัวเกอิชาหรือไมโกะ เพื่อขอให้ถ่ายรูปคู่กับตน ทั้งๆ ที่เจ้าตัวไม่ยินยอม อีกทั้งการกระทำดังกล่าวยังเป็นการทำลายบรรยากาศอันเก่าแก่ดั้งเดิมของเมือง โดยผู้ประกอบการร้านค้าและผู้ที่อาศัยอยู่ในละแวกนั้นได้มีการแจกใบปลิวให้แก่นักท่องเที่ยว เพื่อเตือนไม่ให้พวกเขาถ่ายรูปกับเกอิชาหรือไมโกะที่ไม่ต้องการที่จะถ่ายภาพ และขอให้พวกเขาแสดงกิริยาที่เหมาะสมต่อสถานที่ เนื่องด้วยถนนฮานามิโคจิเป็นย่านเก่าแก่ที่ได้รับการอนุรักษ์เอาไว้เป็นอย่างดี 

ทางเกียวโตได้มีการเริ่มใช้กล้องวงจรปิดจับตาดูคนที่ฝ่าฝืนกฎ ถ้ามีการทำผิดแล้วพวกเขาอาจจะยังไม่จับทันที แต่ก็จะมีการติดตามตัวได้ในภายหลัง สำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนจะมีการปรับเป็นจำนวน 10,000 เยน แต่ก็ยังไม่ชัดเจนในเรื่องการบังคับใช้กฎข้อห้ามนี้ อย่างไรก็ตาม ตำรวจหรืออาสาสมัครหวังว่าการตั้งกฎนี้ขึ้นมาน่าจะเป็นสัญญาณที่ดีในการยับยั้งการถ่ายภาพที่ละเมิดสิทธิบุคคลเหล่านั้นได้

หมู่บ้านกิออนไม่ใช่สถานที่แรกที่แบนการถ่ายภาพจากนักท่องเที่ยว เพราะเมื่อต้นปี 2019 ฮ่องกงก็เพิ่งออกกฎห้ามถ่ายภาพ ตึก Transformers ตึกยอดฮิตที่นักเที่ยวจะต้องไปถ่ายรูป จริงๆ แล้วตึกนี้เป็นที่อยู่อาศัยของชาวฮ่องกง มีชื่อว่า Montane Mansion หรือ Yick Fat Building รูปทรงตึกเมื่อมองจากมุมบนจะเป็นรูปตัว m เต็มไปด้วยห้องพักนับพันห้อง เรียงรายติดกันอย่างหนาแน่นบนความสูงของตึกเกือบ 20 ชั้น

สาเหตุที่คนมาเที่ยวชมตึก Montane Mansion เพราะว่าตึกนี้เคยเป็นที่ถ่ายทำหนังเรื่อง Transformers 4: Age of Extinction ที่ฉายในปี ค.ศ. 2014 เป็นฉากต่อสู้ที่ตื่นเต้นฉากหนึ่ง นักท่องเที่ยวส่วนมากจะรู้จักตึกนี้ในนาม ตึก Transformers ฮ่องกง แต่การไปเยือนและถ่ายภาพตึกดังกล่าวกลับสร้างความเดือดร้อนให้กับคนที่อาศัยในตึกดังกล่าว จนต้องออกกฎและขอความร่วมมือห้ามถ่ายภาพ

สำหรับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ก็มีการออกกฎห้ามถ่ายภาพอย่างชัดเจนเช่นกัน โดยสถานฑูตได้ประกาศกฎนี้แก่นักท่องเที่ยวที่อยากไปเยือนที่นี่ว่า การถ่ายภาพสถานที่ราชการต่างๆ และสิ่งก่อสร้างสำคัญที่มิใช่สถานที่ท่องเที่ยวของยูเออีถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย รวมถึงการห้ามถ่ายภาพสตรีท้องถิ่น ยกเว้นจะได้รับอนุญาตจากเจ้าตัวก่อน

นอกจากนี้ยังมีย่านโคมแดง (Red Light District) ในกรุงอัมสเตอร์ดัม หรือเมืองท่องเที่ยวในประเทศอื่นๆ อย่างเกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา ที่ก็มีกฎห้ามถ่ายภาพสถานที่หรือผู้คนที่ไม่ได้ยินยอมเช่นกัน

ส่วนในประเทศไทย หากมีการนำภาพหรือข้อมูลไปเผยแพร่ผ่านสังคมออนไลน์โดยไม่ได้รับการยินยอม ก็ถือว่าผิดกฎหมาย พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ใน 2 มาตราด้วยกัน คือ มาตรา 14 นำเข้า-ส่งต่อข้อมูล ที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสน พ่วงทั้งคนโพสต์ และคนแชร์

และมาตรา 16 การเผยแพร่ภาพ ตัดต่อ เปลี่ยนแปลง ภาพของบุคคลอื่นที่จะทำให้ผู้นั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น เกลียดชัง ได้รับความอับอาย จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6 หมื่น

คิดในมุมกลับกัน หากเราอยู่ในภาพที่โชว์หราบนโซเชียลมีเดียโดยมีกดไลค์ 500 คน ในสภาพที่เรากำลังอ้าปากกินข้าวขาหมูคำโต หรือกำลังตากผ้าในระเบียงของเราเอง เราก็คงไม่ชอบใจนัก ดังนั้นแล้วการที่จะยกกล้องถ่ายภาพภาพหนึ่ง คงต้องคำนึงหลายอย่างไม่ใช่แค่ความสวยของภาพเพียงอย่างเดียว เพราะนอกจากจะโดนต่อว่าแล้ว อาจจะต้องเสียค่าปรับโทษฐานไม่เคารพกฎหมายด้วยเช่นกัน

พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ใน 2 มาตราด้วย มาตรา 14 นำเข้า-ส่งต่อข้อมูล ที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสน พ่วงทั้งคนโพสต์ และคนแชร์ มาตรา 16 เผยแพร่ภาพ ตัดต่อ/เปลี่ยนแปลง ที่เป็นภาพบุคคลอื่น ที่จะทำให้ผู้นั้น เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น เกลียดชัง ได้รับความอับอาย จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6 หมื่น

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์