อัมสเตอร์ดัม ไม่ง้อนักท่องเที่ยว
  • Lifestyle
  • Jun 28, 2019

หลายคนคงได้ยินข่าวแล้วว่า หลายประเทศเริ่มเห็นอันตรายของนโยบายดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติให้มาเยือน เพราะเม็ดเงินจำนวนมหาศาลหลายพันล้านบาทต่อปี จากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งสร้างงานและการค้าขาย ประเทศเหล่านั้นเริ่มเห็นความได้ไม่คุ้มเสียต่อประเทศจากจำนวนนักท่องเที่ยว บางประเทศเริ่มจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว เช่น ไทยและฟิลิปปินส์ มีการปิดแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นหน้าตาของประเทศเพื่อฟื้นคืนสภาวะแวดล้อม

เนเธอร์แลนด์ ดินแดนแห่งกังหันลมและดอกทิวลิปก็เป็นหนึ่งในประเทศเหล่านั้น เมื่อเร็วๆ นี้บอร์ดการท่องเที่ยวของเนเธอร์แลนด์ออกมายอมรับว่า “จำนวน (นักท่องเที่ยว) มากขึ้นไม่ได้หมายความว่าดีขึ้นเสมอไป” และประกาศว่า บอร์ดจะไม่โปรโมทให้ประเทศเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกต่อไป และหาทางชักจูงให้นักท่องเที่ยวออกไปเที่ยวนอกเมืองอัมสเตอร์ดัม ซึ่งเป็นเมืองหลวง เพื่อเป็นการรักษาแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศ

นอกจากนี้ ทางการของเมืองอัมสเตอร์ดัมประกาศห้ามกรุ๊ปทัวร์เข้าไปยังย่านตู้แดงหรือ Red Light district อันมีชื่อเสียงว่า เป็นแหล่งโสเภณีและการให้บริการทางเพศเสรี เพราะสมาชิกกรุ๊ปทัวร์มักชอบไปยืนจ้องมองสาวๆ ในตู้ หรือร้านเซ็กซ์ช็อปที่มีอยู่อย่างมากมายในย่านนั้น

ก่อนหน้านี้ อัมสเตอร์ดัมประกาศห้าม เบียร์ไบค์ ซึ่งเป็นการดัดแปลงรถจักรยาน 4 ล้อขนาดใหญ่ให้มีลักษณะพิเศษและขับเคลื่อนโดยให้ผู้โดยสารเป็นคนปั่นเหมือนการขี่จักรยาน โดยผู้โดยสารจะนั่งอยู่บนเก้าอี้รอบเคาน์เตอร์บาร์ที่มีเบียร์ถังใหญ่ตั้งอยู่ตรงกลาง รถหนึ่งคันนั่งได้ 16 คน เบียร์ไบค์นี้มีต้นกำเนิดจากเยอรมัน ผู้โดยสารจะได้นั่งรถชมเมือง สูดอากาศบริสุทธิ์ ได้โบกมือทักทายกับคนบนท้องถนน ทางการของเมืองเคยคิดจะห้ามการดื่มแอลกอฮอล์บนเรือที่ล่องไปตามคลองต่างๆ ในเมือง แต่ก็ล้มเลิกความคิดหลังจากมีเสียงต่อต้านมากมาย เพราะการล่องเรือเป็นจุดขายของเมือง ถ้ามีการห้ามดังกล่าวอาจไม่มีนักท่องเที่ยวใช้บริการล่องเรือเลยก็ได้

ความรำคาญและไม่ต้องการผลกระทบของนักท่องเที่ยวนั้นมีมากมายเสียจนกระทั่ง ทางการของเมืองอัมสเตอร์ดัมตัดสินใจยกเลิกป้ายตัวอักษรที่เขียนว่า I Amsterdam ออกจากพื้นที่ใกล้พิพิธภัณฑ์ไรจคส์ (Rijksmuseum) เพราะคนดัชต์รำคาญปัญหารถติดและความแออัดในย่านนั้น ซึ่งนักท่องเที่ยวพากันหลั่งไหลไปถ่ายรูปและเซลฟี่กับป้ายเพื่อแสดงว่าถึงเนเธอร์แลนด์แล้ว

อัมสเตอร์ดัมเป็นเมืองหนึ่งที่คำนึงถึงผลกระทบของนักท่องเที่ยวมานานแล้ว เมื่อปี 2016 รัฐบาลประกาศไม่ให้มีการสร้างห้องพักสำหรับนักท่องเที่ยวเพิ่ม นอกจากนั้น ยังเข้มงวดกับแอร์บีเอ็นบี ซึ่งเป็นบริการที่เชื่อมโยงคนที่มีห้องว่างให้เช่ากับนักท่องเที่ยวที่ต้องการห้องพัก โดยให้จำกัดจำนวนวันที่จะให้คนเช่าห้องจาก 60 วันเหลือ 30 วันต่อปี นอกจากนี้ ยังเริ่มเก็บค่าบริการ 8 ยูโร (280 บาท) จากนักท่องเที่ยวที่ใช้บริการเรือสำราญมาขึ้นที่ท่าเรือของเมือง

ถึงแม้ว่าทางการของเมืองอัมสเตอร์ดัมพยายามควบคุมจำนวนนักท่องเที่ยวเพื่อลดผลกระทบต่อวิถีชาวเมืองและสิ่งแวดล้อม แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ส่วนอื่นๆ ของประเทศกำลังเดินไปข้างหน้าเพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มจำนวนจำนวนนักท่องเที่ยว สำหรับเมืองอัมสเตอร์ดัมและรอบนอกก็มีการพัฒนาหลายด้านเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว เช่น สาธารณูปโภคและที่พัก ในขณะเดียวกันก็มีการขยายสนามบินและสร้างท่าเทียบเรือสำราญเพิ่มมากขึ้น

จำนวนนักท่องเที่ยวที่มาอัมสเตอร์ดัมนั้นมีมากขึ้นทุกปี เมื่อปีที่แล้ว มีนักท่องเที่ยวมาที่เมืองนี้ 17 ล้านคน ซึ่งไม่น้อยเลยสำหรับเมืองที่มีประชากรเพียง 830,000 คน แต่นักท่องเที่ยวที่มานั้นอาจไม่ใช่กลุ่มที่เมืองต้องการนัก เพราะมักทำตัวเป็นปัญหา เมามายหรือมีเรื่องวิวาท พวกเขามาเพราะสามารถหากัญชาเสพย์ได้อย่างเสรี บาร์ก็มีให้เลือกมากมาย และที่สำคัญ อุตสาหกรรมหกรรมเซ็กซ์เสรี ซึ่งเป็นที่กล่าวขวัญไปทั่วโลก ว่าที่เจ้าบ่าวมักชอบมาจัดปาร์ตี้สละโสดกันที่นี่ จริงอยู่ นักท่องเที่ยวดีๆ ก็มีมาก แต่นักท่องเที่ยวอีกกลุ่มก็มาทำให้เมืองสกปรกและมัวหมอง

คนอัมสเตอร์ดัมนั้นเป็นคนง่ายๆ สบายๆ แต่ก็มีขีดจำกัด คนอาจจะคิดว่า การเมาตามสบายเป็นเรื่องธรรมดาๆ ของคนท้องถิ่น แต่ เกียร์เต้ อูโด ผู้อำนวยการขององค์กรอัมสเตอร์ดัม & พาร์ทเนอร์ ที่ดูแลด้านมาร์เก็ตติ้งของเมืองปฏิเสธและขอให้คิดใหม่ 

“ถ้าคุณเคารพจิตวิญญาณของเมืองและสนใจอย่างแท้จริงในสิ่งที่เมืองนี้ต้องการแสดงให้เห็นนั้น ผมอยากบอกว่า มีหนทางมากมายที่คุณจะมีส่วนร่วมได้ ส่วนที่เหลือนั้น ไม่เป็นปัญหาแล้ว ไม่ว่าคุณจะไปบาร์เซโลน่าหรือเกาะในเมืองไทย เพราะคุณควรเคารพธรรมเนียมของที่นั้น รักษาความสะอาด การเดินไปดื่มเบียร์ไปไม่ใช่สิ่งที่พวกเราต้องการ การสูบกัญชาบนถนนหรือระเบียงก็เช่นเดียวกัน เพราะคุณสามารถทำได้ในคอฟฟี่ช็อป"

เมื่อปีที่แล้ว องค์กรของเกียร์เต้รณรงค์ภายใต้หัวข้อ สนุกสนานและเคารพ ซึ่งให้ข้อมูลกับนักท่องเที่ยวเกี่ยวกับธรรมเนียมท้องถิ่น กฎระเบียบและการลงโทษ

สตีเฟน โฮดส์ ผู้ก่อตั้งคณะทำงานระดับมันสมองด้านท่องเที่ยว Amsterdam in Progress กล่าวว่า นักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพเดินทางเพราะอยากรู้อยากเห็นและต้องการเรียนรู้ แต่โชคไม่ดี การท่องเที่ยวลักษณะนั้นกำลังน้อยลง นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ที่ท่องเที่ยวเพราะเพียงเพื่อแสดงให้คนอื่นเห็นว่า ได้เดินทาง

พวกนี้มาที่แหล่งท่องเที่ยว ถ่ายเซลฟี่เป็นอย่างแรกเพื่อโชว์ว่า มาที่นี่แล้วนะและไม่สนใจอย่างอื่นอีกเลย

เมืองสนุกอย่างอัมสเตอร์ดัมก็มีขีดจำกัด นอกจากเมืองจะเบรกนักท่องเที่ยวด้วยนโยบายจำกัดจำนวน หรือกฎระเบียบต่างๆ นักท่องเที่ยวก็สามารถเลือกวางตัวเองได้ว่า อยากเป็นนักท่องเที่ยวที่เมืองต้อนรับหรือไม่

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์