นักเล่าเรื่องผี ยุคนี้ต้องหักมุม
  • Lifestyle
  • Oct 30, 2019

นอกจาก The Shock รายการเล่าเรื่องผีชื่อดังที่อยู่คู่คลื่นวิทยุมาหลายสิบปี จนพี่ป๋อง กพล ทองพลับ กลายเป็นเซเลบเรื่องผี แล้วต่อยอดงานตัวเองสู่รายการทีวี งานในวงการบันเทิง และธุรกิจอื่นๆ จนพี่ป๋องต้องจัดทริปทำบุญเพื่อผู้ตายบ่อยๆ เพราะเขาและทีมงาน (ดีเจเรื่องผีหลายคนก็กลายเป็นคนดังในหมู่คนชอบฟังเรื่องผี) จัดได้ว่า “ทำงานดีผีคุ้ม”

ก็ยังมี The Ghost Radio รายการเล่าเรื่องผีทางออนไลน์ ที่สร้างขึ้นโดยพี่แจ๊ค - วัชรพล ฝึกใจดี อดีตทีมงาน The Shock ที่ช่วงแรกๆ อาจมี “ดราม่า” ระหว่างกันที่เราไม่รู้ เพราะมีช่วงหนึ่งพี่แจ๊คจะไม่ออกชื่อ The Shock ตรงๆ แต่ใช้คำว่า “บ้านเก่า” แทน ช่วงหลังเขาคงดีกันแล้ว เพราะพี่แจ๊คเรียกบ้านเก่าว่า The Shock ได้เต็มปากเต็มคำ

ในฐานะคนที่ไม่กลัวผี แต่ชอบฟังเรื่องผีเพื่อความบันเทิงนั้น ติดตามทั้ง The Shock และ The Ghost Radio แต่ยอมรับว่า เมื่อเป็นรายการออนไลน์ ความยืดหยุ่นเรื่องเวลาจึงมีมากกว่า ทำให้ผู้ที่มาเล่าเรื่องผีสามารถใช้เวลาได้เต็มที่ จนกลายเป็นพื้นที่ประจำของพวกเขา และหลายคนก็ไม่รู้ทำบุญด้วยอะไรมาจึง “มีเซนส์” หรือพัวพันกับเรื่องผี จนมีเรื่องเล่าได้หลายตอน หลายคนก็เจอประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกันจากเรื่องนั้นไปเรื่องนี้ราวกับซีรี่ส์ และกลายเป็นจักรวาลเรื่องผีของผู้นั้นไป

แม้เปิดมาได้ไม่กี่ปี และมาทีหลัง แต่ใน Youtube ช่อง theghostradioofficial ก็มียอดผู้ติดตามมากกว่า The Shock 13 เกือบแสนคน เอ เราไม่ได้จะมาเล่าว่าใครฮิตกว่าใครนี่นะ

ไม่ว่าเรื่องราวเหล่านั้นจะเป็นความจริงหรือไม่ แต่คนส่วนใหญ่ก็ฟังเพื่อความบันเทิง ใช้วิจารณญาณส่วนตัวว่าจะเชื่อ หรือไม่ก็แล้วแต่ ขนาดหนังผีที่ต้องเสียเงินไปดู เรายังชื่นชอบ นับประสาอะไรกับการฟังเรื่องผีฟรีๆ ที่หลายเรื่องนั้นเกินกว่าจินตนาการ

อ้าว! เขา ฉัน และเธอ เป็นผีหรอกเหรอ

ไม่ใช่แค่สาวชุดแดงที่มาโบกแท็กซี่ ตรงวัดเสมียนนารี แล้วหายไปกับอากาศ (จบหลายแบบ เพราะเลื่องลือกันว่าโดนดีมาแล้วหลายคน) การหักมุมเพียงเท่านี้ไม่พออีกต่อไปแล้ว การเล่าเรื่องผียุคนี้ต้องมีหักมุมหลายชั้น

นักเล่าเรื่องผีคนดังของช่องออนไลน์นี้ เช่น พี่บ่าวตูน (เซเลบนักเล่าจากแดนใต้) คุณบอย ฉีดปลวก (เรื่องผีที่เจอตามบ้านเมื่อรับงานจ๊อบฉัดปลวก) คุณภาคิน (วิศวกรที่มักเล่าเรื่องผีจากไซต์งานก่อสร้าง ตัวละครต่อเนื่อง) คุณวา (อดีตพนักงานโรงแรมที่เจอสารพัดประสบการณ์ในโรงแรม) คุณอาร์ม จอมหักมุม (สถานที่เกิดเหตุไม่ประจำ แต่หักมุมแรงมาก) คุณบอล (นักธุรกิจที่ไม่ได้เจอโดยตรง แต่คนรอบตัวเจอและเจอต่อเนื่องจนเล่าเป็นซีรี่ส์ ชุด บ้านหลังที่ 1 2 3… และชุดอาถรรพณ์จิวเวอรี่) ฯลฯ

และที่ไม่เอ่ยถึงไม่ได้คือ พี่ปู ผู้เคยทำงานในปางไม้ ที่ประเทศลาว เป็นเรื่องเล่าจากป่าซึ่งมีเรื่องลี้ลับเกิดขึ้นมากมาย (พี่ปูเพิ่งจากไปด้วยโรคร้ายเมื่อไม่นานมานี้ ขอไว้อาลัยแด่พี่ปูมา ณ ที่นี้)

ชื่อของนักเล่าเหล่านี้ การันตีได้ถึงความหลอน และการหักมุมของเรื่อง ที่พอมีคุณอาร์ม จอมหักมุม เล่าด้วยทักษะที่ซ่อนไฮไลต์ไว้ตอนจบได้เก่งกาจ การเล่าเรื่องแบบหักมุมก็ทยอยตามมาติดๆ

แต่เรื่องที่เราฟังแล้วรู้สึกหักมุมมากที่สุดคือเรื่อง “ผีแตงโม” คุณเป้ไม่ได้มาเล่าบ่อยขนาดเป็นขาประจำ แต่มาเป็นระยะๆ แค่บอกว่า คุณเป้ ผีแตงโม คนก็พร้อมจะฟังแล้ว ไม่อยากสปอล์ย แต่เป็นพลอตที่ชวนให้อ้าปากค้าง ไปหาฟังกันเองนะ

การหักมุมไม่ใช่แค่ อ้าว คนนี้เป็นผีหรอกเหรอ แต่บางทียังซับซ้อนกว่านั้น เช่น ทิศทางของเรื่องเหมือนอีกคนจะเป็นผี หรือยังซ่อนเงื่อนของการตายเอาไว้อีก บางครั้งคนเล่าก็พูดถึงบางสิ่งที่ดูเหมือนไม่สลักสำคัญ แต่กลับเป็นเงื่อนสำคัญของเรื่อง บางทีก็ผูกเรื่องให้เชื่อมโยงต่อกันอย่างมีที่มาที่ไป จนคนต้องย้อนไปฟังตามลำดับจึงจะเข้าใจเรื่องทั้งหมด

นักเล่าเรื่องหลายคนยอมรับว่า เขาต้องถึงกับต้องนั่งเขียนลำดับเรื่องราว โดยเฉพาะเรื่องที่ฟังจากคนอื่น เพื่อขมวดปมให้คนฟังเข้าใจ และอินไปกับเรื่อง มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ เพราะหลายๆ คนที่มาเล่าประสบการณ์ก็ขาดความเป็นนักเล่าเรื่องที่ดี ทำให้ต้องเสียเซลฟ์กับคอมเมนท์ของชาวเน็ตที่ไม่เคยปราณีใครอยู่แล้ว

ประโยคต้องห้ามของการหักมุม

การเล่าเรื่องพี่เป็นทักษะเฉพาะบุคคล ไม่ใช่ว่าต้องทำน้ำเสียงบิ๊วอารมณ์เหมือนละครวิทยุ หลายคนเล่าไปเรียบๆ แต่เรียบเรียงเนื้อหาการเล่าอย่างมีลำดับ ชวนติดตาม คนที่เล่าเรื่องผีเก่งๆ จะไม่หลุดพูดประโยคที่ว่า

“ตอนนั้นผมยังไม่รู้นะว่าเขาตาย”

พูดออกมาทีก็จบเห่เลย แทบจะหยุดฟังตอนนั้น แม้แต่ดีเจยังอดเตือนไม่ได้ว่า ‘อย่าเพิ่งรีบเฉลยซิครับ’

“เขาดูเหมือนคนปกติมากเลยค่ะ ไม่ได้ดูซีดเซียวอะไรทั้งนั้น”

เนี่ย พูดออกมา คนก็รู้แล้วว่าคนนั้นเป็นผีแน่นอน (แต่บางคนก็ใช้วิธีนี้เพื่อลวงคนฟังเหมือนกัน แล้วหักมุมใส่อีกที)

“ผมไม่อยู่ที่คอนโด 2 อาทิตย์ ไม่ได้รู้ข่าวอะไรเลย และยังทักกับพี่ข้างห้องอยู่ทุกวัน”

ส่อเค้ามาแต่ไกลว่าพี่ข้างห้องคนนั้นตายไปแล้ว ระหว่างที่คุณไม่อยู่นั่นแหละ

ทางที่ดี นักเล่าควรเล่าอย่างตรงไปตรงมา แบบที่เจอ ไม่ต้องใส่ความรู้สึกหลังรู้ความจริงทั้งหมดแล้ว เก็บไว้เฉลยตอนหลัง คนฟังจะฟินกว่ามาก

Plot Twist ไม่ใช่ของใหม่ และไม่เคยจากไปไหน

ในภาพยนตร์ไม่ว่าจะสยองขวัญหรือไม่ การหักมุมท้ายเรื่องก็เป็นพลอตที่ได้รับความนิยม เพราะเซอร์ไพรส์คนดู วางปมที่ขัดแย้งกับที่ปูเรื่องมาตั้งแต่ต้น จนเรื่องนั้นตราตรึงใจ (ในแง่ไหนก็ตาม) ฉะนั้น คนเขียนบทที่คิดแบบหักมุมต้องมีการวางแผน และใช้ความคิดสร้างสรรค์ ไม่หักมุมแบบไม่สมเหตุสมผล จนกลายเป็น Plot Twist แบบแย่ๆ ไป ที่สำคัญคนที่ไปดูมาแล้วก็ไม่ควรสปอล์ยคนที่ยังไม่ได้ดูอย่างยิ่ง อย่างตอนที่ The Crying Game (1992) (ไม่ใช่หนังผี แต่เหวอหนักมาก) ออกฉาย ถึงกับต้องมีคำกำกับหลังจบเรื่องว่ากรุณาอย่าบอกการหักมุมตอนจบออกไปล่ะ

มันเสียอรรถรส!

ส่วนหนังผีสำหรับเราไม่ว่าจะเรื่อง The Sixth Sense (1999), The Others (2001) หรือ ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ (2004) และอีกหลายเรื่อง ก็หักมุมขนลุกจนลืมไม่ลง แต่ใครๆ ก็รู้ตอนจบของมันแล้วล่ะ

ถึงตอนนี้ การเล่าเรื่องผีโดยคนธรรมดา ก็ต้องสรรหาวิธีมาเล่าเพื่อมัดใจคนฟัง เพราะยุคนี้การเล่าเรื่องทุกอย่างผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ผู้เล่าย่อมได้รับเสียงตอบรับทั้งบวกและลบทันทีที่เผยแพร่ ต่างจากการเล่าผ่านสื่อทางเดียวแบบเมื่อก่อน

ไม่ว่าอย่างไร คนเราก็ต้องการยอมรับจากสังคม ในจักรวาลของคนชอบเรื่องผี การเป็นที่ยอมรับนั้นสำคัญไม่มากก็น้อย คนเล่าจึงต้องปรับวิธีการเล่าให้ถูกใจผู้ฟังส่วนใหญ่ให้ได้ จึงเป็นที่มาของวิธีการเล่าเรื่องที่ไม่ใช่สักแต่ว่าเล่า

และการหักมุมก็คือหนึ่งในนั้น

การเล่าเรื่องแบบหักมุมไม่ได้แค่อยู่ในภาพยนตร์หรือหนังสือ แต่สำหรับคนธรรมดาที่เล่าเรื่องผีให้คนเฉพาะกลุ่มฟัง ก็ยังต้องอาศัยการหักมุมมาเพิ่มอรรถรสในการเล่า และสร้างการยอมรับในหมู่คนนิยมเรื่องผี

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์