The Two Popes - วันที่คาทอลิกต้องปรับตัว
  • Lifestyle
  • Jan 28, 2020

คริสตจักรโรมันคาทอลิก เป็นนิกายของศาสนาคริสต์ที่มีศาสนิกชนมากที่สุดในโลกและยังเป็นหนึ่งในศาสนาที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังมีอยู่ โดยมีพระสันตะปาปาเป็นประมุขปกครองดูแลองค์กรของคริสตจักรโรมันคาทอลิกทั่วโลก โดยมีศูนย์กลางและที่ประทับคือมหาวิหารนักบุญเปโตร ณ นครรัฐวาติกัน

ในช่วงระหว่างวันที่ 20-23 พฤศจิกายน พ.ศ.2562 สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส พระสันตะปาปาองค์ที่ 266 เสด็จเยือนราชอาณาจักรไทยอย่างเป็นทางการ เนื่องในวาระ 350 ปีการสถาปนามิสซังสยามท่านนับเป็นโป๊ปองค์แรกๆ ที่เสด็จออกไปเยี่ยมเยือนชาวคาทอลิกในประเทศต่างๆ ทั่วโลก และนับเป็นการเยือนครั้งที่ 2 ของผู้ดำรงตำแหน่งประมุขคริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิก หลังจากสมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอลที่ 2 เมื่อปี พ.ศ.2527

ดูเผินๆ จากสายตาผู้ที่ไม่ใช่คริสตศาสนิกชนดังเช่นผู้เขียน การมาเยือนประเทศไทยครั้งนี้อาจไม่ได้มีความหมายกับคนนอกนัก หากเมื่อดู The Two Popes หนึ่งในหนังที่ได้คำชมอย่างมากเรื่องหนึ่งเมื่อปีที่ผ่านมา เราจึงได้มองเห็นถึงวาระดังกล่าวอีกครั้ง

The Two Popes เป็นผลงานการกำกับของ เฟอร์นันโด เมอร์เรย์เลส ซึ่งสร้างชื่อจาก City of God (ค.ศ.2002) หนังอาชญากรรมที่สะท้อนปัญหาสังคมในบราซิลได้อย่างน่าทึ่ง แต่ในอีกด้านหนึ่งก็น่าแปลกใจเพราะในขณะที่หนังเรื่องนั้นถูกเล่าอย่างหวือหวาอัดแน่นด้วยภาพความรุนแรง หนังเรื่องนี้เหตุการณ์ส่วนใหญ่คือการพูดคุยกันของคนเพียงสองคนนั่นคือ สมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ และ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสซึ่งในขณะนั้นยังเป็นพระคาร์ดินัลเบร์โกกลิโอ

เมอร์เรยเลสให้สัมภาษณ์ว่าบทหนังเรื่องนี้ถูกส่งมาเสนอให้เขาและสิ่งที่สร้างความสนใจคือเรื่องราวของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสซึ่งมีทัศนคติต่างๆ ใกล้เคียงกับตน แต่ในระหว่างเตรียมงานสร้างเขาก็ค่อยๆ เข้าใจมุมมองของสมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ ก่อนจะคลี่คลายทำให้งานชิ้นนี้ไม่ใช่เป็นเพียงบทสนทนาด้านศาสนาที่เข้าถึงยาก หากเป็นเรื่องราวที่เข้าถึงได้กับคนดูวงกว้างได้ไม่ยากนัก

เพราะแม้จะเป็นนิกายที่มีศาสนิกชนนับถือมากที่สุดแต่ในวันที่วิทยาศาสตร์-เทคโนโลยีมีอิทธิพลกับผู้คนมากขึ้นเรื่อยๆ และข้อมูลจากการสำรวจขององค์กรวิจัย Pew เผยให้เห็นว่าคนบนโลกเป็น เอเธียส(Athiest) หรือคนที่เลือกไม่นับถือศาสนาใดๆ เลยมากกว่า 1,100 ล้านคน คริสตจักรโรมันคาทอลิกเองก็เกิดปัญหาที่สั่นคลอนศรัทธาจากผู้คน และถูกตั้งคำถามมากขึ้น

หนังเองพุ่งเป้าระเด็นนี้ตั้งแต่ต้นด้วยการเปิดเรื่องผ่านฉากตลกฉากหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงความไม่เข้ากับสังคมโลกปัจจุบันกับคริสตจักรฯ เมื่อสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสพยายามจะโทรศัพท์จองตั๋วเครื่องบินแต่เมื่อสะกดชื่อของตน และที่อยู่คือนครรัฐวาติกัน พนักงานรับโทรศัพท์ก็วางสายทันทีเพราะเห็นว่าเป็นเพียงคนโทรศัพท์มาอำเล่น

ก่อนจะพาเราไปพบความสัมพันธ์ที่ไม่ลงรอยนักภายหลังการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอลที่ 2 ในปี ค.ศ.2005 ขณะมีการเตรียมเลือกสมเด็จพระสันตปาปาองค์ใหม่ เกิดการถกเถียงกันในหมู่พระคาร์ดินัลเพื่อเลือก พระคาร์ดินัลรัตซิงเงอร์(แอนโธนี่ ฮอพกินส์) ที่ถูกคาดการณ์ว่าจะได้รับการเลือกให้เป็นพระสันตะปาปาคนต่อไป กับพระคาร์ดินัลฮอร์เฮ เบร์โกกลิโอ(โจนาธาน ไพรซ์) ที่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่ประชาชน และหากได้รับเลือกจะกลายเป็นสมเด็จพระสันตะปาปาองค์แรกที่มาจากทวีปอเมริกาใต้และคณะเยสุอิตก่อนที่ท่านแรกได้รับการเลือกเป็นสมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์

ต่อมาในปี ค.ศ. 2013 คริสตจักรเองถูกโจมตีอย่างหนักในประเด็นการถูกเปิดโปงปัญหาคอรัปชั่นและการล่วงละเมิดทางเพศเด็ก พอดีกับที่พระคาร์ดินัลเบร์โกกลิโอยื่นจดหมายเพื่อขอเกษียณจากการทำงานแต่กลับได้รับจดหมายเชิญจากสมเด็จพระสันตะปาปาจนเกิดเป็นการสนทนาโต้เถียงกันในหลายประเด็นกลายเป็นภาพแทนความเห็นที่ต่างกันอย่างสุดขั้ว

พระสันตะปาปาฯ : คุณพูดเหมือนว่ากำแพงเป็นเรื่องที่ไม่ดี บ้านก็สร้างจากกำแพง กำแพงที่แข็งแรง

พระคาร์ดินัลฯ : พระเยซูสร้างกำแพงหรือเปล่า? ใบหน้าของท่านเป็นใบหน้าแห่งความเมตตา ยิ่งบาปหนาแค่ไหนยิ่งต้อนรับอบอุ่นเท่านั้น ความเมตตาคือไดนาไมต์ที่ระเบิดกำแพงทิ้ง

สมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์เป็นตัวแทนของฝ่ายอนุรักษ์นิยม ชีวิตเต็มไปด้วยพิธีรีตอง ดูโดดเดี่ยว พระองค์ต่อต้านคนที่เป็นรักร่วมเพศ ได้รับการเรียกจากหลายคนว่านาซี ท่านเล่นดนตรีแต่ไม่รู้จักเพลงสมัยใหม่ความต้องการที่เห็นได้ชัดจากการสนทนาคือความเชื่อในพระผู้เป็นเจ้า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลสั่นคลอนความเชื่อของตนอย่างยิ่ง

ส่วนพระคาร์ดินัลเบร์โกกลิโอ เป็นตัวแทนของเสรีนิยม ท่านไม่ได้เคร่งครัดในพิธีการ ชอบเทศนาประเด็นสังคมในปัจจุบันให้กับประชาชน เข้าหาผู้คนในชุมชน คลั่งไคล้ฟุตบอล ฟังเพลงใหม่ๆ แต่ในอดีตท่านเองก็เคยทำเรื่องผิดพลาดที่ไม่อาจให้อภัยตัวเองได้เมื่อเคยเลือกยืนข้างรัฐบาลเผด็จการในอาร์เจนติน่ามากกว่าผู้ประท้วง

แม้บทภาพยนตร์ของ แอนโธนี่ แมคคาร์เทน(ผู้เขียนบท Bohemian Rhapsody, และ Darkest Hour)จะเป็นเหตุการณ์ที่อ้างอิงบางส่วนจากการขอเกษียณของพระคาร์ดินัลเบร์โกกลิโอ รวมถึงมุมมองของทั้งสองผ่านเอกสารและการปาฐกถาที่มีอยู่จริงแต่ที่เหลือเป็นการเติมแต่งจินตนาการสร้างเหตุการณ์สมมติให้ทั้งคู่ได้มีโอกาสถกเถียงกัน

ยิ่งในช่วงท้ายของภาพยนตร์เราอาจเห็นการพัฒนามิตรภาพระหว่างทั้งคู่ แต่ในความเป็นจริงสมเด็จพระสันตะปาปากิตติคุณเบเนดิกต์ยังคงวิจารณ์การทำงานในยุคของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสในทรรศนะเช่นเดิม ดังเช่นเมื่อเมษายน พ.ศ.2562 ที่ผ่านมาได้เขียนจดหมายที่กล่าวโทษแนวคิดเสรีนิยมทางศาสนาที่มีมากขึ้นที่ส่งผลให้เกิดการล่วงละเมิดทางเพศเด็ก

หาก The Two Popes ก็เป็นเหมือนภาพอุดมคติของคริสตจักรโรมันคาทอลิกยุคปัจจุบันที่พยายามปรับตัวกับโลกสมัยใหม่ พร้อมๆกับการต้องยึดหลักการดั้งเดิมของนิกายไว้ดังฉากสนทนาหลายต่อหลายครั้งระหว่างพระสันตปาปาเบเนดิคต์และพระคาร์ดินัลเบโกกลิโอ ที่สะท้อนให้เห็นการทลายกำแพงความทะนงตนของอีกฝ่ายและยอมอดทนรับฟังความเห็นต่างซึ่งกันและกัน

พระคาร์ดินัลฯ : “ผมพยายามเดินตามเส้นทางที่ผมเคยใช้เป็นเหตุผลที่ขับไล่พวกเขา ผักทุกชิ้นที่ผมหั่น การไล่ที่ทุกครั้งที่เราหยุด ทุกคดีที่เราชนะผมมองว่าเป็นการไถ่บาปรูปแบบหนึ่ง”

พระสันตะปาปาฯ : “ฉันจะบอกคุณเรื่องเล็กๆ เรื่องหนึ่ง เราต่างก็ทนทุกข์กับความทะนงตนทางจิตวิญญาณเป็นกันทุกคน คุณต้องจำไว้ว่าคุณไม่ใช่พระเจ้า ในนามของพระเจ้าเราเคลื่อนไหว แต่อาศัยและมีชีวิต แต่เราไม่ใช่พระเจ้า คุณเป็นเพียงมนุษย์”

การสอดแทรกประเด็นดังกล่าวในหนังนั้นน่าสนใจ ความที่พวกเขามีแนวคิดต่างกันสุดขั้วเมื่อเกิดการทะเลาะกันอย่างหนัก โอกาสต่อมาการสนทนาฝ่ายหนึ่งจะเลือกถกกันในเรื่องที่ไม่ต้องหมางใจกัน ไม่ว่าจะเป็นบางบทจากพระคัมภีร์ ดนตรี ฟุตบอล เรื่องราวในวัยหนุ่ม ที่แม้จะไม่ได้มีพื้นฐานความสนใจแบบเดียวกันเลย หากกลับทำให้พูดคุยกันต่อได้อย่างออกรส

ยิ่งสนทนามากขึ้น ทั้งสองต่างมองเห็นความรู้สึกผิดบาปในจิตใจทั้งในสถานการณ์ปัจจุบันที่เกิดกับสมเด็จพระสันตะปาปาและปมอดีตอันแสนปวดร้าวของพระคาร์ดินัล ก่อนที่ทั้งสองจะตัดสินใจยินยอมไถ่บาปให้แก่กันและกัน

ฉากหนึ่งที่น่าสนใจมากคือเรื่องในอดีตของพระคาร์ดินัลเบร์โกกลิโอขณะกำลังเทศนา ผู้ฟังกลุ่มหนึ่งได้ประณามเรื่องราวในอดีตของท่านต่อหน้าอย่าวก้าวร้าว ก่อนจะเดินหนีออกไป ก่อนท่านจะเทศนาต่อ หนังไม่ได้บอกให้เราต้องเห็นด้วยกับใคร แต่พระคาร์ดินัลต้องอดทนกับสิ่งที่ตนทำผิดพลาดไว้ในอดีต

เหมือนเป็นการบอกประเด็นหนึ่งที่เรียบง่ายแต่ทำยากในท่ามกลางความขัดแย้งทางสังคมและการเมืองไทยกว่าสิบปี นั่นคือการอดทนรับฟังความเห็นที่ต่างจากเรา รับฟังเพื่อเข้าใจมุมมองของอีกฝ่ายแต่ไม่จำเป็นที่เราจะต้องเห็นด้วยหรือเชื่อตามความเห็นนั้น

เช่นเดียวกับกับการอดทนรับฟังกันของสองสมเด็จพระสันตะปาปา นำไปสู่การเลือกปรับตัว ทำอย่างไรจะเป็นการหาจุดร่วมที่ดีที่สุด เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เข้าหาผู้คนในยุคนี้มากขึ้น

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสเลือกนำคำสอนเหล่านั้นมาปาฐกถาให้ผู้คนในหลายประเทศเพื่อตระหนักถึงปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมโลก เป็นดังเช่นการเดินทางเพื่อแสวงหาการหลุดพ้นจากความรู้สึกคับข้องในจิตใจของท่านเช่นในอดีต

ราวกับจะบอกว่าไม่ว่าจะเป็นองค์กรใด ไม่มีใครลอยตัวเหนือปัญหา ทุกอย่างจำเป็นต้องยึดโยงกับผู้คนในสังคม แม้แต่คริสตจักรโรมันคาทอลิกก็เช่นกัน

--------------------------

เรื่อง : ยัติภังค์

ภาพ : IMDB.com

The Two Popes เป็นภาพอุดมคติของคริสตจักรโรมันคาทอลิกยุคปัจจุบันที่พยายามปรับตัวกับโลกสมัยใหม่ พร้อมกับการยึดหลักการดั้งเดิมของนิกายไว้ ดังเช่นฉากสนทนาหลายต่อหลายครั้งระหว่างพระสันตปาปาเบเนดิคต์และพระคาร์ดินัลเบโกกลิโอ ที่สะท้อนให้เห็นการทลายกำแพงความทะนงตนของอีกฝ่ายและยอมรับฟังความเห็นต่างซึ่งกันและกัน

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์