เปลือยชีวิต "เควิน ฮาร์ท" มนุษย์ที่มีความเป็นคนที่สุด!
  • Lifestyle
  • Jan 7, 2020

หมายเหตุ: บทความเปิดเผยเนื้อหาสำคัญของสารคดี

ชาวเน็ตที่ติดตามวงการบันเทิงฮอลิวูดคงคุ้นหูกับชื่อ เควิน ฮาร์ท ดีอยู่แล้ว

นักแสดงตลกผิวสีที่เราได้เห็นหน้าค่าตาของเขาในภาพยนตร์ตลกทำเงินเรื่องดังหลายเรื่อง อาทิ Central Intelligence, Jumanji, The Secret life of Pets หรือภาพยนตร์ฟีลกู้ดอย่าง The Upside คือสิ่งที่คนไทยมีภาพจำกับเขา และอีกด้านหนึ่งในโลกมายาอเมริกัน เควินแจ้งเกิดจากการเดี่ยวไมโครโฟนจนเป็นอีกหนึ่งผลงานที่เขามีภาพจำรวมถึงผลงานที่โดดเด่นอย่างหาตัวจับยาก

เควินเป็นนักแสดงตลกคนหนึ่งที่ได้รับการยอมรับในระดับโลกจนขึ้นทำเนียบ International Superstar ไปแล้ว ผลงานของเขาถูกจับจ้องและจับตามองผ่านสายตาของผู้ชมทั่วโลก ชีวิตครอบครัวก็ไปได้สวย มีภรรยาที่น่ารักและลูกอีกสามคน (ที่ถึงแม้จะเป็นลูกติดมาซะสองคนก็ตามที) มีบริษัทโพรดัคชันเฮาส์เป็นของตัวเองซึ่งเพิ่งเปิดตัวภาพยนตร์เรื่องแรกอย่าง Night School ที่เควินแสดงร่วมกับตลกสาวดาวรุ่งอย่าง 'ทิฟฟานี่ แฮดดิช' ซึ่งทำรายได้อย่างสวยงามในอเมริกา

บังเอิญว่าชีวิตของเควินที่กำลังสวยงามท่ามกลางแสงไฟ ครอบครัว ทีมงาน หรือเพื่อนฝูงอย่างที่เขาเรียกก๊วนเพื่อนสนิทผิวสี 6 คนว่า The Plastic Cup Boyz กลับต้องสะดุดและพังสะบั้นอย่างราบคาบ แบบที่เขาก็พูดเองว่า “เขาทำมันพัง” ..เพียงเพราะน้ำผึ้งหยดเดียว!

เควิน ฮาร์ท อย่าทำพังเชียว (Kevin Hart Don’t F*** This Up) คือสารคดีขนาด 6 ตอนเล่าเรื่องชีวิตของเควิน ฮาร์ทอย่างคลอบคลุมที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยเป้าหมายใหญ่ที่สารคดีนี้โฟกัสคือความผิดพลาดครั้งใหญ่หลวงในวงการบันเทิงของเขาซึ่งมีชีวประวัติ เส้นทางการก้าวสู่วงการบันเทิงฮอลิวูด และปัญหาขลุกขลักตลอดระยะเวลาหลายสิบปีในวงการแทรกอยู่ในนั้นด้วย

- ชีวิต 24 ชั่วโมง -

ก่อนที่ "เควิน ฮาร์ท อย่าทำพังเชียว" จะปล่อยหมัดฮุกด้วยการพูดถึงประเด็นใหญ่ที่สั่นคลอนชีวิตและชื่อเสียงในวงการบันเทิง "ชีวิต 24 ชั่วโมง" คือชื่อสารคดีตอนแรกที่มีส่วนผสมระหว่างการเล่าชีวิต 24 ชั่วโมงจริงๆ ของเคเวิน ตัดสลับกับปูมหลังที่ปลูกสร้างชายหนุ่มผิวสีจากเมืองที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาที่ค่อนข้างขมขื่น

เควินเติบโตในครอบครัวที่มีพ่อ แม่ และพี่ชายหนึ่งคน พ่อกับแม่ของเขาหย่าร้างกัน ส่วนพี่ชายก็ใจแตก กลายเป็นนักเลง ใช้ชีวิตสำมะเรเทเมาจนแม่ตัดสินใจไล่พี่ชายออกจากบ้าน

เควินอาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์ขนาดเล็กแห่งหนึ่งในฟิลาเดเฟียกับแม่ของเขา ชีวิตของเขาถูกตีกรอบอย่างแน่นหนาด้วยตารางชีวิตที่แม่ของเขาออกแบบเอาไว้อย่างชัดเจน มีเวลาไปเรียนหนังสือ-กลับบ้านชัดเจน เควินไม่สามารถแหกตารางชีวิตอันตึงเครียดเหล่านั้นได้เลย แม้กระทั่งการเสพสื่อบันเทิงอย่างวิดีโอเทป ที่เมื่อเขาลองแหกกฎนั้นสักครั้ง เขาได้พบกับโลกของเดี่ยวไมโครโฟนหรือ Stand Up Comedy ที่แสนตลกขบขันและสวยงามจนเขาตัดสินใจกระโจนลงเรือแห่งความฝันนั้น โดยมีระยะเวลาพนันขันต่อกับแม่ของเขาเพียงหนึ่งปีเพื่อทำตามความฝันให้ได้ในที่สุด

กระโจนข้ามเวลาไป 20 ปีให้หลัง เควินกลายเป็นตลกผิวสีที่โดดเด่นทั้งลีลาการแสดงเดี่ยวไมโครโฟนและผลงานทางการแสดงบนจอแก้วและจอเงิน เขาเติบใหญ่ในวงการจนกลายเป็นนักแสดงมากฝีมือ

มีบริษัทโพรดัคชันของตัวเองชื่อ Hartbeat Productions ที่ผลิตผลงานในชื่อของเควิน ฮาร์ท ทั้งรายการโทรทัศน์ รายการวิทยุ หรือสื่อบนแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ และภาพยนตร์ รวมทั้งเควินได้รับเลือกให้เป็นพรีเซนเตอร์ให้กับแบรนด์ต่างๆ มากมาย 

ในสารคดีแทบทุกตอน ฉากที่เราได้เห็นแน่ๆ นอกจาก Vox Pop สัมภาษณ์เควินเอง คือฉากที่เขาคุยโทรศัพท์เรื่องงานและการออกกำลังกายร่วมกับรอน เอเวอร์ลิน คู่หูเทรนเนอร์ส่วนตัวที่คอยพร่ำด่าเควินเรื่องพฤติกรรมไม่ตรงต่อเวลาอยู่บ่อยครั้ง ตัดสลับกับชีวิตครอบครัวที่เควินให้ความสำคัญไม่มากนักเพราะมัวแต่ทำงาน งาน และงาน

ชีวิต 24 ชั่วโมงของเควินคือการอุทิศให้กับการสร้างความสุขดังภาพที่เขาสร้างไว้ด้วยตัวเอง และถูกเติมแต่งจากการถูกเหมารวมจากสิ่งที่เขาทำ

เราเห็นความเหนื่อยอ่อนในแววตาของเขาในชั่วทุกขณะของสารคดี แต่มีความสุขมั้ย...นั่นก็อีกเรื่อง

- เรื่องที่เกิดในเวกัส -

ชื่อเสียงย่อมมาพร้อมกับบริวารที่ห้อมล้อม

ประโยคนี้ไม่ได้ผิดความเป็นจริงเมื่อเราไล่ดูสารคดีชุดนี้จนมาถึงตอนที่ชื่อว่าเรื่องที่เกิดในเวกัส เควินมีเพื่อนสนิทกลุ่มหนึ่งที่มีบทบาทและอิทธิพลในชีวิตของเขามากรองจากครอบครัวชื่อว่า The Plastic Cup Boyz ชายหนุ่ม 6 คนประกอบด้วยรอน เพื่อนเทรนเนอร์คนสนิทของเควิน รวมทั้งเพื่อนนักแสดงดาราตลกตกอับ และเพื่อนพนักงานในบริษัท Hartbeat Productions 

เควินให้สัมภาษณ์ในสารคดีว่า การมีอยู่ของ The Plastic Cup Boyz คือการโอบอุ้มและช่วยเหลือเพื่อนที่มีคุณปการและมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดในชีวิตของเควิน เพื่อให้สมกับที่คนเหล่านั้นช่วยเหลือเขาในช่วงเวลาที่ยากลำบาก

มิตรภาพที่เหนียวแน่นนี้เหมือนฟังดูซึ้ง หากแต่เพื่อนบางคนในกลุ่มกลับหักหลังเควินอย่างแสบทรวง จนเกิดคำถามในความสัมพันธ์ของชายหนุ่มแก้วพลาสติกกลุ่มนี้

ครั้งหนึ่งที่เควินและกลุ่มพลาสติกคัพบอยซ์เดินทางไปที่ลาสเวกัส ตามประสาปาร์ตี้บอยและดาราคนดังผู้ใช้ชีวิตท่ามกลางแสงไฟ ย่อมมีนารีเข้าหาเป็นธรรมดา เควินนัวเนียกับหญิงสาวปริศนาคนหนึ่งจนมีคลิปดังกล่าวหลุดออกมา นั่นทำให้ความสัมพันธ์ของเควินและเอนิโกะ ฮาร์ท ภรรยาของเขาเกิดปัญหาร้ายแรง เควินและผองเพื่อนจึงสืบหาตัวคนทำ จนได้รู้ว่าคนที่ถ่ายและปล่อยคลิปเพื่อแบล็คเมล์เขาคือโจนาธาน ทอดด์ แจ๊คสัน เพื่อนสนิทกว่า 15 ปีของเควิน และผู้มาใหม่ของกลุ่มพลาสติกคัพบอยซ์

แน่นอน เหตุผลคือเรื่องเงิน

โจนาธานให้การปฏิเสธในชั้นศาลทุกข้อกล่าวหา และคดีความของเขาในข้อหาขู่กรรโชคทรัพย์ถูกยกฟ้องเนื่องจากมีหลักฐานไม่เพียงพอ เหตุการณ์นี้ทำให้หนุ่มๆ แก้วพลาสติกต้องกลับมาทบทวนถึงความสัมพันธ์และความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกันอีกครั้ง ก่อนที่ทุกคนในพลาสติคัพบอยซ์จะลงมติอันเป็นเอกฉันท์ว่า 

จะไม่รับใครเข้ากลุ่มพลาสติกคัพบอยซ์อีก

ส่วนเอริโก เมื่อปรับความเข้าใจกับเควินอย่างหนักหน่วงแล้ว เธอตัดสินใจให้อภัยเควิน และเริ่มต้นกับเควินใหม่อย่างที่เธอให้สัมภาษณ์ในสารคดีว่า

“คนเราให้โอกาสครั้งที่สองได้ แค่คงไม่มีครั้งที่สามอีก”

- อย่าทำตัวเฮงซวย -

หนึ่งในเหตุการณ์สำคัญของเควิน ฮาร์ท ที่เขาต้องการสื่อสารในสารคดีชุดนี้คือ การตัดสินใจถอนตัวจากการเป็นพิธีกรงานประกาศรางวัลอะคาเดมี อวอร์ด 2019 หรือออสการ์

แน่นอน, พิธีกรออสการ์คือเครื่องการันตีความสามารถและการยอมรับของดารานักแสดงฮอลิวูดสักคน ตั้งแต่ตลกชื่อดังอย่าง เอลเลน ดีเจเนเรส, นีล แพทริก แฮริส, จิมมี่ คิมเมล หรือดาราแถวหน้าอย่างแชนนิ่ง เซธ แมคฟาร์เลน บิลลี่ คริสตัล และแอน แฮตเธอเวย์

จุดเริ่มต้นของมหากาพย์ดราม่านี้เริ่มจากที่มีคนขุดทวีตของเควินตั้งแต่ปี 2009 และ 2011 ที่เขาเคยเขียนถึงกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศในเชิงดูหมิ่นขึ้นมาเป็นประเด็นอีกครั้งจนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เควินในเชิงลบ ผู้จัดงานออสการ์จึงโทรหาเควินเพื่อให้เขาขอโทษต่อสังคมถึงทวีตดังกล่าว ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาขอโทษไปแล้วถึงสองครั้ง ทั้งในทวิตเตอร์ส่วนตัวและรายการวิทยุรายการหนึ่ง ด้วยการกดดันจากทางผู้จัดงานฯ และโลกโซเชียลเควินจึงตัดสินใจปฏิเสธงานพิธีกรครั้งนี้ทั้งที่เป็นความฝันของเขากว่าสิบปี

การตัดสินใจของเควินเองทำให้โลกโซเชียลเดือดกว่าเดิม เพราะการที่เควินปฏิเสธงานพิธีกรครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าเควิน “ไม่แคร์” และ “ไม่สำนึกผิด” ในสิ่งที่เขาทำลงไป จึงไม่ทำตามคำของร้องของผู้จัดงานออสการ์ที่ต้องการให้เขาขอโทษอีกเป็นครั้งที่สาม

ในอาณาจักรของเควิน ซึ่งเป็นสารคดีตอนสุดท้าย มีฉากที่เควินต้องรับมือกับดราม่าทั้งหลายจากคำแนะนำของคนในบริษัทโพรดักชันให้ยอมขอโทษเพื่อจบเรื่องราวทั้งหมด แต่เควินไม่ยอมทำตามคำแนะนำเหล่านั้น การเพิกเฉยที่ไม่แสดงความรับผิดชอบอาจส่งปัญหามากมายตั้งแต่ยอดรายได้จากทัวร์เดี่ยวไมโครโฟนของเขาตกลง ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ถอดเควินออกจากการเป็นพรีเซนเตอร์ ส่งผลให้งานภาพยนตร์หรือสื่อต่างๆ ถูกโปรโมทน้อยลงและส่งผลให้บริษัทโพรดัคชันของเขามีปัญหา จนลามไปสู่การตกงานของพนักงานในบริษัทในที่สุด

แต่การที่เควินยืนยันจะ “มูฟออน” โดยเลือกจะไม่กล่าวถึงเรื่องนี้อีกไม่ว่าสื่อใดๆ ยกเว้นรายการ The Ellen DeGeneres Show และ Good Morning America ไม่ได้เป็นภาพที่ดีของการจัดการจัดการภาวะวิกฤตหรือ Crisis Management เลยแม้แต่น้อย

ผู้เขียนรู้สึกแปลกใจนิดหน่อยที่เห็นภาพซ้อนในหลายๆ เหตุการณ์ดราม่าในประเทศไทยประกบทับได้อย่างแนบสนิทพอดีกับดราม่าของเควิน เพราะอย่าลืมว่าทุกคำพูดที่กล่าวออกไป ทุกการกระทำที่เคยลงมือทำและมีหลักฐานเป็นประจักษ์พยานอย่างชัดแจ้งนั้น ย่อมกลับมาทำร้ายคุณเสมอไม่ว่าเวลาจะผ่านไปเท่าไหร่ และในฐานะผู้เสพดราม่า ต่อให้คุณจะไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้โดยตรง แต่ถ้าคุณสวมหมวก “เฮทเตอร์” หรือตั้งธงอคติกับบคุคคลเมื่อไหร่ คุณจะโบยตีเขาอย่างแสนสาหัสอย่างไม่รู้จบและไม่รู้จักพอ ต่อให้เขากล่าวขอโทษเป็นร้อยเป็นพันครั้งด้วยความรู้สึกผิดจนหมดหัวใจแล้วก็ตาม

ผู้เขียนเข้าใจเควินในเหตุผลที่ไม่อยากขอโทษและกล่าวถึงเรื่องนั้นอีก เพราะเรื่องมันจบไปแล้ว แต่ในขณะเดียวกัน นี่คือสิ่งที่แสดงให้เห็นแล้วว่าเควิน “อยู่ไม่เป็น” ในดราม่านี้

- ฉันคนนี้ก็คน -

นอกจากดราม่าทวีตเหยียดเพศที่กลายเป็นประเด็นใหญ่ในสารคดีเรื่องนี้ สารคดีเรื่องนี้เล่าเรื่องความสัมพันธ์ของพ่อและพี่ชายที่สุดท้ายกลายมาเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์แบบได้อีกครั้ง หรือเรื่องการทะเลาะกันอย่างรุนแรงของเควินกับรอน ที่สุดท้ายต่อให้เพื่อนที่เรียกตัวเองว่า “ครอบครัว” จะทะเลาะกันแรงขนาดไหน ความเป็นผู้ชายที่ต้องรีบขอโทษ รีบเคลียร์ รีบจบ ก็เป็นสิ่งสำคัญที่เราเห็นถึงความรักอย่างหมดใจที่เควินมีให้กับผองเพื่อนพลาสติกคัพบอยซ์

ส่วนเรื่องความสัมพันธ์กับภรรยาของเขาอย่างเอนิโกะก็ราบรื่นและมีความสมบูรณ์พูลสุขดั่งที่ครอบครัวควรจะเป็น ถึงแม้ว่าเควินจะบ้างานเพียงไหน แต่ในช่วงท้ายของสารคดี เควินแสดงภาพคุณพ่อที่ดูแลลูกทั้งสามได้อย่างอบอุ่น และเป็นคุณพ่อที่อยากดูแลลูกให้ดีที่สุดเท่าที่กำลังวังชาของพ่อคนหนึ่งจะให้ลูกได้

เมื่อดูสารคดีนี้จนจบและมองบทเรียนที่เราได้จาก เควิน ฮาร์ท อย่าทำพังเชียว อย่างลึกซึ้ง เควินเปรียบเสมือนตัวแทนมนุษย์คนหนึ่งที่สามารถทำอะไรบางอย่างผิดพลาดไปได้ทุกครั้ง ต่อให้เขาจะเป็นผู้มีอิทธิพลและมีชื่อเสียงในวงการบันเทิง แต่เพราะความที่คนเรามันผิดพลาดกันได้เสมอนี่แหละ ความผิดต่างๆ ที่เควินทำและเลือกจะเล่าให้ฟังในสารคดีชุดนี้เป็นเหมือนข้อตอกย้ำที่แสดงให้เห็นชัดเจนไปอีกว่า มนุษย์ต้องไม่กลัวความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้นในชีวิต ต่อให้ผลลัพธ์จะออกมาเลวร้ายและส่งผลในความเปลี่ยนแปลงมากน้อยเพียงใด 

เพราะอย่างน้อยมันก็คงจริงที่ว่า ความผิดพลาดทั้งหมดต่างทำให้เราเติบโต

แต่ก็อย่าผิดพลาดบ่อยเกินไปล่ะ

---------------------------------

เรื่อง: สุรพันธ์ แสงสุวรรณ์

ภาพ: Hartbeat Productions, Lionsgate, Netflix

เควินเปรียบเสมือนตัวแทนมนุษย์คนหนึ่งที่สามารถทำอะไรบางอย่างผิดพลาดไปได้ทุกครั้ง ต่อให้เขาจะเป็นผู้มีอิทธิพลและมีชื่อเสียงในวงการบันเทิง แต่เพราะความที่คนเรามันผิดพลาดกันได้เสมอนี่แหละที่ทำให้เราเติบโตและแข็งแกร่ง

นักเล่าเรื่องที่ใช้ตัวอักษรเป็นเครื่องมือและศรัทธาในพลังของงานเขียน ผู้ชอบตัวเองตอนนั่งสัมภาษณ์ผู้คนที่สุด

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์ เราจะเป็น “เพื่อน” ที่คนอ่านทั้ง “เอามัน” และ “เอาเรื่อง”

เชื่อใจได้ตลอดเวลา ในวันที่ทุกคนเล่นบท “สื่อ” บนพื้นที่ข่าวสารอันเชี่ยวกรากในโลกออนไลน์ แต่ “ความน่าเชื่อถือ” มักเป็นสิ่งที่ผู้คนมองหาเสมอเมื่อต้องการ “ใช้ข่าว” สักชิ้น ไม่ว่าจะเพื่อ “บอกเล่า-อ้างอิง-วิเคราะห์” ก็ตาม

  • About
  • Contact
  • For Advertiser
  • Want to become an author?