ล่องทะเลสาบวาน เยือนโบสถ์อาร์มาเนียนแห่งสุดท้ายของตุรกีตะวันออก
  • Lifestyle
  • Jun 28, 2019

หลายคนคงจะนึกถึงภาพวิหารฮาเกีย โซเฟีย โบสถ์ทรงโดมใหญ่ที่สุดในโลกที่อิสตันบูล เมื่อพูดถึงตุรกี ทว่าจริงๆ แล้วประเทศนี้มีอะไรให้ค้นหามากกว่านั้นเยอะ โดยเฉพาะทางภาคตะวันออกใกล้ชายแดนประเทศอาร์เมเนีย อันเป็นที่ตั้งของ ทะเลสาบวาน (Lake Van) ทะเลสาบใหญ่ที่สุดในตุรกี เป็นทะเลสาบน้ำสีฟ้าครามอมสีเขียวเทอร์ควอยต์ เนื้อที่กว่า 3,755 ตารางกิโลเมตร ซึ่งกลางทะเลสาบมีเกาะเล็กๆ ชื่อ เกาะอัคดามาร์ ที่ตั้งของโบสถ์อาร์เมเนียนอันเก่าแก่ และเชื่อกันว่าเคยใช้เป็นที่เก็บรักษาไม้กางเขนตรึงพระเยซู ซึ่งชาวคริสต์เรียกว่า ไม้กางเขนศักดิ์สิทธิ์ อีกด้วย

จากเมืองหลวงของตุรกีคือ อังการ่า ผมนั่งรถผ่านเมืองเคซิย่า (Kasiya) บัทมัน (Batman) จนถึงเมืองวาน (Van) ประตูสู่การท่องเที่ยวในคราวนี้ ระยะทางยาวไกลหลายร้อยกิโลเมตร ทำให้เราต้องหยุดพักค้างคืนระหว่างทาง ก่อนลงเรือล่องทะเลสาบวาน ผมแวะกินอาหารในภัตตาคารแบบกลางแจ้ง แสนน่ารักแห่งหนึ่ง วิวสวยสุดๆ เพราะมองเห็นทะเลสาบ น้ำสีฟ้าครามกว้างสุดลูกหูลูกตาอยู่ใกล้แค่เอื้อม

(ใต้ภาพ: ปลาเกล็ดเงิน ทะเลสาบวาน)

เมนูวันนี้คือ ปลาเกล็ดเงินย่างเกลือ (Tarek หรือ Pearl Mullet Fish) ซึ่งเจ้าของร้านบอกว่า วานเป็นทะเลสาบน้ำกร่อย จึงมีปลาเกล็ดเงินเพียงชนิดเดียวอาศัยอยู่ได้ และรสชาติของมันก็ไม่ธรรมดาซะด้วย แต่ถ้าใครจะสั่งปลาเทราต์หรือปลาแซลมอน เขาก็มีให้เลือกเช่นกัน

อิ่มแล้วไม่รอช้า รีบลงเรือล่องเที่ยวทะเลสาบวานกันดีกว่า เรือยนต์ลำใหญ่ทันสมัยเริ่มแล่นออกจากท่า ผมขึ้นไปบนดาดฟ้าเรือหาที่นั่งเหมาะๆ เหม่อมองความงามของธรรมชาติรอบกาย ลมเย็นพัดโชยตลอดเวลา หายใจได้โล่งปอดดีแท้ ทะเลสาบวานที่เห็นช่างกว้างใหญ่แผ่ออกไปราวกับท้องทะเลสีฟ้าคราม น้ำไล่โทนเข้มอ่อนไปตามความลึก และสามารถเปลี่ยนเฉดสีไปตามการสะท้อนของแดดได้ตลอดวัน เป็นที่อัศจรรย์อย่างยิ่ง ถ่ายรูปต่างวันต่างเวลาของทะเลสาบวานจึงสวยไม่ซ้ำกันเลย

ใช้เวลาแค่ 30 นาที ก็มาถึงเกาะเล็กกลางทะเลสาบวานชื่อ เกาะอัคดามาร์ (Akdamar Island) ที่ตั้งของ โบสถ์อาร์เมเนียน (Armenian Church of the Holy Cross) โบสถ์เล็กๆ ที่เชื่อว่าเคยเก็บรักษาไม้กางเขนใช้ตรึงพระเยซูไว้ โบสถ์อาเมเนียนนี้เป็นโบสถ์คริสต์อาเมเนียนแห่งสุดท้ายในภูมิภาคตุรกีตะวันออกที่ยังเหลืออยู่ เพราะโบสถ์อาเมเนียนโบราณแห่งอื่นถูกทำลายไปหมดสิ้น จากยุคการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวอาเมเนียนในอดีต 

การตั้งอยู่บนเกาะห่างไกลกลางทะเลสาบที่เข้าถึงได้ยาก เปรียบได้ดัง โอเอซิส แห่งคริสตจักรนิกายออเรียนตัล ออโธดอกซ์ (Oriental Orthodox) อันลึกลับของโลก นักโบราณคดีเชื่อว่าชาวอาร์เมเนียนนี่ล่ะ เป็นชนเชื้อชาติแรกในโลกที่รับเอาศาสนาคริสต์มานับถือ ในยุคที่อาณาจักรโรมันกำลังรุ่ง การมาเยือนโบสถ์นี้จึงเหมือนการนั่งแคปซูลย้อนเวลาหาอดีตอย่างแท้จริง

จากท่าเรือเดินขึ้นเกาะ ผ่านเนินเตี้ยๆ ไปแค่ 10 นาที ก็ถึงจุดที่โบสถ์ตั้งอยู่อย่างสงบ เป็นภูมิประเทศเปิดโล่งโปร่งสบาย มองเห็นวิวทิวเขาตระหง่านและทะเลสาบวานทอดตัวอยู่เบื้องหน้า ตัวโบสถ์ได้รับการบูรณะจนฟื้นคืนสภาพดี จุดเด่นของโบสถ์อาเมเนียนคือไม่เน้นความใหญ่ แต่เน้นรูปลักษณ์ที่กะทัดรัด มั่นคง ขรึมขลัง หนักแน่น ส่วนกลางของโบสถ์สร้างเป็นโดมหลังคาทรงกรวยสูง 20 กว่าเมตร มีฐานยื่นออกไปจากแกนกลางสี่ทิศ ทว่ามีทางเข้าออกทางเดียว ภายในเจาะช่องหน้าต่างไว้ไม่มาก ปล่อยให้แสงแดดส่องเข้ามาเป็นลำพอสลัวๆ ยิ่งเพิ่มความขรึมขลังน่าศรัทธาเข้าไปอีก 

โบสถ์อาเมเนียนสะกดทุกสายตาไว้ด้วยโครงสร้างหินภูเขาไฟสีชมพู จำหลักลายนูนสูงไว้อย่างแจ่มชัด ราวกับว่าเพิ่งทำเสร็จเมื่อวานนี้เอง มีลายเถาไม้เลื้อยขดพันไปมา รูปนักบุญ รูปทหารม้า รูปทูตสวรรค์ รูปนก ส่วนภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังสีเฟรสโก้หรือสีปูนเปียกอันวิจิตร สะท้อนเรื่องราวคริสตศาสนา แม้ว่ามันจะลบเลือนหรือซีดจากไปตามกาลเวลา แต่ก็ยังดูมีพลังดึงดูดอย่างลึกลับ โบสถ์นี้สร้างขึ้นสมัยศตวรรษที่ 10 โดยกษัตริย์อาร์เมเนียนชื่อ กากิคที่ 1 อาร์ทรูนี (Gagik I Artsruni) เพื่อใช้ลี้ภัย จากนั้นก็ถูกทิ้งร้าง จนได้รับการบูรณะครั้งใหญ่เมื่อ ค.ศ. 2005-2006 ด้วยงบมหาศาลถึง 1.4 ล้านเหรียญสหรัฐ

อยู่บนเกาะอัคดามาร์ได้แค่ชั่วโมงนิดๆ ก็ต้องรีบกลับ เพราะเมฆฝนสีเทาทึบกลุ่มใหญ่ใกล้เข้ามาแล้ว แลเห็นสีของฟ้าและน้ำกลืนผสานเป็นเนื้อเดียวกันอย่างประหลาด จนแทบแยกไม่ออก ว่าตรงไหนคือแผ่นฟ้าและตรงไหนคือผืนน้ำ

ในแถบทะเลสาบวานหาอาหารเมนูปลากินง่าย มื้อเย็นวันนั้นผมเลยขอชิมปลาอร่อยๆ อีกสักมื้อ ไกด์ใจดีพาไปลิ้มลอง ปลาเทราต์ย่างเกลือ กินคู่กับข้าวสวยคลุกเคล้าเครื่องเทศ แกล้มด้วยสลัดผัก แกงเนื้อ และมะเชือม่วงทรงเครื่องที่คนท้องถิ่นเรียกว่า คาร์นิยาริค (Karniyarik) เมนูนี้ผมชอบมาก เพราะเป็นการนำมะเขือม่วงลูกใหญ่มาหั่นเป็นชิ้นๆ แล้วทอด แต่งหน้าด้วยเนื้อต่างๆ รวมถึงหอมใหญ่ มะเขือเทศ กระเทียม มันฝรั่ง แล้วนำทั้งหมดนี้เข้าเตาอบจนหอมกรุ่น น่าหม่ำจริงๆ 

ใครที่ยังคิดว่าอาหารตุรกีมีแต่เคบับเนื้อ ไก่ อะไรทำนองนี้ ขอให้เปลี่ยนความคิดเถอะนะ เพราะความจริงอาหารเขาหลากหลายไปตามภาคต่างๆ เป็นการผสมผสานอาหารจากเอเชียกลาง ตะวันออกกลาง คาบสมุทรบอลข่าน และยุโรปตะวันออก เข้าด้วยกันอย่างลงตัว
ทริปนี้เที่ยวไปชิมไปจนอิ่มแปร้เลย สงสัยกลับถึงบ้านต้องซื้อกางเกงไซต์ใหญ่ขึ้นอีก 2 นิ้ว ฮาฮาฮา บ้ายบาย ตุรกี ดินแดนที่เหนือความคาดหมายเสมอสำหรับผม

Van Lake Guide

Best season: แนะนำให้เที่ยวตุรกีใน 2 ฤดู คือ ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม-พฤษาคม) และฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-พฤศจิกายน) เพราะสองช่วงฤดูนี้อากาศไม่หนาวจัดหรือร้อนเกินไป ฟ้าปลอดโปร่ง

Journey: บินตรงสุวรรณภูมิ-อิสตันบูล ใช้เวลา 10 ชั่วโมง 55 นาที โดยสายการบิน Turkish Airlines (www.turkishairlines.com) จากนั้นบินภายในประเทศจากอิสตันบูล-อังการ่า (เมืองหลวงตุรกี) ใช้เวลา 1 ชั่วโมง ด้วยสายการบิน Turkish Airlines / การท่องเที่ยวตุรกีตะวันออกควรเช่ารถจะสะดวกสุด จากเมืองอังการ่าไปทะเลสาบวานได้หลายวิธี เช่น เครื่องบิน โดย Turkish Airlines ใช้เวลา 1.30 ชั่วโมง, รถไฟ ใช้เวลา 35 ชั่วโมง, รถบัส ใช้เวลา 20 ชั่วโมง และรถยนต์ ใช้เวลา 17 ชั่วโมง

Overnight: เมืองวาน แนะนำโรงแรม Büyük Urartu Hotel (www.buyukurartuotel.com)

Souvenirs: ผ้าพื้นเมือง, ลูกไทรอบแห้ง, ถั่วและธัญพืชอบแห้ง, เครื่องเทศ, กาแฟตุรกี, น้ำผึ้ง, องุ่น, ลูกแพร์, เครื่องประดับเงิน, เครื่องทองแดง, สร้อยคอหินสี, เครื่องลางนำโชค Evil Eyes, เครื่องหนัง ฯลฯ

More Info: www.goturkeytourism.com

ทริปนี้เที่ยวไปชิมไปจนอิ่มแปร้เลย สงสัยกลับถึงบ้านต้องซื้อกางเกงไซต์ใหญ่ขึ้นอีก 2 นิ้ว...บ้ายบาย ตุรกี ดินแดนที่เหนือความคาดหมาย

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์ เราจะเป็น “เพื่อน” ที่คนอ่านทั้ง “เอามัน” และ “เอาเรื่อง”

เชื่อใจได้ตลอดเวลา ในวันที่ทุกคนเล่นบท “สื่อ” บนพื้นที่ข่าวสารอันเชี่ยวกรากในโลกออนไลน์ แต่ “ความน่าเชื่อถือ” มักเป็นสิ่งที่ผู้คนมองหาเสมอเมื่อต้องการ “ใช้ข่าว” สักชิ้น ไม่ว่าจะเพื่อ “บอกเล่า-อ้างอิง-วิเคราะห์” ก็ตาม

  • About
  • Contact
  • For Advertiser
  • Want to become an author?