5 ที่เที่ยวสุดฮิป "ไต้หวัน" ที่คุณต้องเช็กอิน!
  • Lifestyle
  • Jul 25, 2019

สายลมปลายฤดูใบไม้ผลิพัดมาปะทะใบหน้า ณ ริมแม่น้ำตั้นสุย กรุงไทเป มันช่างสดชื่นและสูดหายใจได้เต็มปอดจริงๆ นี่เป็นอีกครั้งที่เราได้มาเยือน ไต้หวัน หลังจากที่เคยมาเยือนเมื่อหลายปีก่อน

ทุกวันนี้การเดินทางไปท่องเที่ยวที่ "ไต้หวัน" สะดวกสบายขึ้นมาก มีสายการบินโลว์คอร์สเปิดเส้นทางบินจากกรุงเทพฯ มายังกรุงไทยเปหลายเที่ยวบินต่อวัน พอเดินทางมาถึงท่าอากาศยานเถาหยวน ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองออกมา ก็เดินทางเข้าเมืองต่อได้อย่างสะดวกสบายโดยใช้รถไฟด่วนเข้าเมือง Taoyaun Airport MRT มีอยู่ 2 แบบให้เลือกคือ รถไฟด่วน Express Train คันสีม่วง และแบบรถไฟธรรมดา Commuter Train คันสีฟ้า 

เราเลือกนั่งรถไฟด่วน Express Train (Airport MRT) ขบวนสีม่วง ราคาประมาณ 160 เหรียญไต้หวัน รถไฟสายนี้จะจอดแค่ 3 สถานีคือ สถานี Memorial Hospital Station, New Taipei Industrial Park Station และ Taipei Main Station เราลงสถานีสุดท้าย เพื่อเดินต่อไปยังโรงแรมที่จองไว้

Citizen M Taipei Northgate เป็นโรงแรมที่ดูล้ำสมัยมาก พอเดินเข้าประตูโรงแรมไป เห็นโต๊ะสูงที่มีคอมพิวเตอร์ตั้งเรียงราย 3-4 ตัว มีพนักงานโรงแรมแค่เพียง 1 คน ยืนให้คำแนะนำในการลงทะเบียนเข้าพักด้วยตนเอง พิมพ์รหัสคีย์การ์ดเอง ภายในห้องพักมีไอแพทควบคุมระบบทุกอย่างทั้งเปิด-ปิดไฟ เปิดม่านหน้าต่าง เปิดทีวี ฟังเพลง ฯลฯ เรียกว่าเป็น Smart Hotel ที่เหมาะกับคนรุ่นใหม่สุดๆ 

หลังจากเก็บสัมภาระเรียบร้อยแล้ว พวกเราเติมพลังด้วยอาหารอร่อย ไม่ไกลจากโรงแรมแถวๆ ประตู Northgate เจอ ร้านขาหมู เก่าแก่ขายมานานกว่า 65 ปี ชื่อร้านเจิ้นจี้ ในทีมไม่มีใครพูดภาษาจีนได้ ส่งภาษาอังกฤษไปก็ไม่มีใครสนใจฟัง (ฮา) บังเอิญลูกชายเจ้าของร้านส่งภาษาไทยมาถามว่าคนไทยใช่ไหมครับ? ค่อยโล่งอก คราวนี้ได้อิ่มเอมมื้อแรกที่ไทเปต้อนรับกันด้วยอาหารมงคลแบบหมูหมู

เอาล่ะ...คราวนี้จะพาไปเจาะแหล่งท่องเที่ยวของ "ไทเป" สุดฮิปที่คุณต้องมาเช็กอินให้ได้เมื่อมาเที่ยวที่นี่ 

1. เมืองโบราณจิ่วเฟิ่น (Jiufen Old Street)

จิ่วเฟิ่น (Jiufen) เป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยว เป็นหมู่บ้านที่ยังคงอนุรักษ์ความดั้งเดิมเอาไว้ได้อย่างดี ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาสูงต่ำวิวทิวทัศน์สวยงามมีเสน่ห์เป็นเอกลักษณ์ ส่วนไฮไลต์ที่ห้ามพลาดเลยก็คือ ถนนคนเดินที่หนาแน่นไปด้วยร้านอาหาร ร้านขายของฝากและผู้คนแน่นขนัด เนื่องจากเป็นถนนที่เล็กและแคบ แม้จะเดินเบียดเสียดกันทว่าใบหน้าของผู้คนเต็มไปด้วยรอยยิ้ม บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสนุกสนาน

พวกเราเดินชิมอาหารไปตลอดทาง เพราะแม่ค้าพ่อค้าที่นี่ภูมิใจนำเสนอให้ชิมสินค้าโดยไม่กดดันให้ต้องซื้อ ก็เลยชิมได้อย่างสบายใจ ได้พบหน้าแม่ค้าอารมณ์ดีผู้ติดกิ๊บดอกไม้ใหญ่ขายไส้กรอก เธอยังคงร่าเริงเหมือนเดิม ระหว่างทางยังได้เห็นร้านเครื่องดนตรีเซรามิก เจ้าของร้านหยิบมาบรรเลงเพลงตามคำขอของผู้คน ดูเพลินมากๆ เลย

การเดินทาง: ต้องนั่งรถเมล์สาย 965 ออกจากตัวเมืองประมาณ 1 ชั่วโมง

2. ย่านซีเหมินติง (Ximending)

ย่านซีเหมินติง ถือว่าเป็นแหล่งชอปปิ้งที่เรียกว่า ฮา รา จู กุ แห่งไทเป ก่อตั้งขึ้นในยุคที่ไต้หวันอยู่ภายใต้อาณานิคมของจักรวรรดิญี่ปุ่น ช่วงปี ค.ศ. 1922 มีการสร้างห้างสรรพสินค้า โรงภาพยนตร์ ร้านคาราโอเกะ ปัจจุบันก็เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านขนม มีตรอกซอกซอยให้เดินเล่นอย่างไม่รู้จักเบื่อหน่าย มีอาหารแปลกๆ ให้ลองชิม ร้านไหนต่อแถวยาวเราก็ต้องไม่พลาด ไปไต้หวันหนนี้หลงรักเต้าหู้เหม็นเข้าเสียแล้ว ทุกค่ำคืนเราไปเดินวนเวียนอยู่ที่ซีเหมินติง ไม่เสียแรงที่พักอยู่แถวนี้

มื้อเช้าของวันรุ่งขึ้นเราไปอิ่มท้องแบบอร่อยราคาประหยัดกันที่ ร้าน 365 แถวๆ ซีเหมินติงนั่นแหละ เป็นเมนูง่ายๆ สไตล์ร้านตึกแถวแต่อร่อยใช้ได้มีทั้ง บะหมี่น้ำ ผัดผัก เบคอน เต้าหู้นึ่ง หน่อไม้ ข้าวผัด แต่ก็มีบางอย่างที่ไม่ค่อยโดนใจเช่น หอยทอดราดซอสพริกหวานๆ เต้าหู้อ่อนใส่ไข่เยี่ยวม้าราดซอสน้ำมันหอย

การเดินทาง: นั่งรถไฟฟ้ามาขึ้นที่สถานีรถไฟใต้ดิน Ximen Station ของสายสีเขียวและสายสีน้ำเงินเลย ให้ออกที่ทางออก 6

3. Huashan 1914 Creative Park

สถานที่น่าประทับใจอีกแห่งก็คือ Huashan 1914 Creative Park ซึ่งปรับปรุงมาจากโรงงานไวน์เก่า มาเป็น ครีเอทีฟปาร์คที่เต็มไปด้วยร้านค้าเก๋ๆ ขายสินค้าคูลๆ วัยรุ่นหนุ่มสาวชาวไต้หวันรังสรรค์ผลงานแล้วเอามาตั้งแผงขาย เรียกได้ว่าเดินเที่ยวชมเหนื่อยนักนั่งพักร้านกาแฟ และร้านอาหารชิคๆ ชิลๆ ได้ตลอดวัน สถานที่แห่งนี้เสมือนเป็นสวนสาธารณะหรือปอดแห่งใหม่ของเมืองนี้เลยก็ว่าได้

การเดินทาง: วิธีมาที่นี่ไม่ยากนั่งรถไฟสายสีน้ำเงินมาลงที่สถานี Zhong Xiao Xing Sheng ออกประตู 1 แล้วเดินตรงไปประมาณ 300 เมตร ข้ามถนนใต้ทางด่วนมาก็จะเห็นทันที

4. วัดหลงซาน (Lungshan Temple)

มาไทเปทั้งทีต้องแวะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สักแห่ง วัดหลงซาน เป็นวัดเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศนี้ สร้างเมื่อปี ค.ศ. 1738 โดยชาวจีนที่อพยพมาจากมณฑลฝูเจี้ยน วัดนี้ได้รับการบูรณะมาหลายรอบ วัดแห่งนี้เคยได้รับความเสียหายในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ทว่า รูปปั้นพระโพธิสัตว์กวนอิม ซึ่งอยู่ในตำหนักไม่ได้รับความเสียหายเลยสักนิด ทำให้เกิดความศรัทธาแก่ชาวไต้หวันยิ่งขึ้น

การเดินทาง: วัดหลงซานอยู่ติดกับทางออกสถานีรถไฟใต้ดิน MRT Longshan Temple Station สายสีน้ำเงิน ให้ออกที่ทางออก 1 

5. ปัวผีเหลียว (Bo Pi Liao Historical Blok)

ใกล้ๆ กันนั้นยังมีอีกสถานที่แนะนำก็คือ ปัวผีเหลียว เป็นชุมชนจีนเก่าแก่สมัยราชวงศ์ชิง เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ อาคารเก่าแก่แถบนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1799 ครั้งเมื่อไต้หวันตกเป็นเมืองขึ้นของญี่ปุ่น พื้นที่เก่าแก่แถบนี้ได้ถูกทำลายไปเพื่อการสร้างถนนในปี ค.ศ. 2003 รัฐบาลไต้หวันใช้เวลา 6 ปีในการฟื้นฟูชุบชีวิตย่านเก่าแห่งนี้ขึ้นมาใหม่ เป็นแหล่งจัดแสดงงานศิลปะ จัดประชุมสัมมนา แถบย่านนี้ยังมีศูนย์วัฒนธรรมไทเป ที่มีการจัดแสดงละคร การละเล่นอยู่บ่อยๆ ที่นี่หยุดทุกวันจันทร์ อย่าหลงไปผิดวันล่ะ

การเดินทาง: เมื่อหันหน้าออกจากวัดหลงซาน เลี้ยวซ้าย จะเห็นร้านกาแฟ 85 C Bakery Café อยู่ขวามือ ให้เดินตรงไปจนเจอสี่แยกใหญ่ ปัวผีเหลียวอยู่ตรงนั้นไม่ไกล

 

ไทเป เมืองเหนือของไต้หวันเต็มไปด้วยสีสีน มีชีวิตชีวา และหนาแน่นไปด้วยสตรีทฟู้ดที่คุ้มค่าแก่การลองชิม

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์ เราจะเป็น “เพื่อน” ที่คนอ่านทั้ง “เอามัน” และ “เอาเรื่อง”

เชื่อใจได้ตลอดเวลา ในวันที่ทุกคนเล่นบท “สื่อ” บนพื้นที่ข่าวสารอันเชี่ยวกรากในโลกออนไลน์ แต่ “ความน่าเชื่อถือ” มักเป็นสิ่งที่ผู้คนมองหาเสมอเมื่อต้องการ “ใช้ข่าว” สักชิ้น ไม่ว่าจะเพื่อ “บอกเล่า-อ้างอิง-วิเคราะห์” ก็ตาม

  • About
  • Contact
  • For Advertiser
  • Want to become an author?