เช็คด่วน! ทำ "วีซ่า" ไปต่างประเทศใช้รูปถ่ายแบบไหน?
  • Lifestyle
  • Jul 19, 2019

น้องๆ นักศึกษาที่เพิ่งเรียนจบ ป.ตรี มาใหม่ๆ หลายคนอาจจะยังไม่อยากหางานทำ แต่อยากไปเรียนต่อเมืองนอกเพื่อเพิ่ม Skill ด้านภาษา แถมยังได้ท่องโลกกว้างและเรียนรู้วัฒนธรรมของประเทศอื่นๆ ดูบ้าง ส่วนใครที่เริ่มทำงานทันทีหลังเรียนจบ ระหว่างทำงานก็คงอยากหาโอกาสไป เที่ยวต่างประเทศ สักครั้งในชีวิต

ว่าแต่...ก่อนจะปักหมุดเลือกประเทศที่อยากไปเที่ยวหรือไปเรียนต่อ รู้หรือยังว่าประเทศนั้นต้องใช้ "วีซ่า" เพื่อเดินทางเข้าประเทศรึเปล่า? ซึ่งการทำวีซ่าแตกต่างจากการทำพาสปอร์ต ต้องแยกให้ออกนะ ใครที่เป็นนักเดินทางมือใหม่ Bottom Line อยากให้คุณเข้ามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับ "วีซ่า" กันก่อนค่ะ

วีซ่า คืออะไร? 

วีซ่า คือเอกสารรับรองประกอบหนังสือเดินทางที่ประเทศต่างๆ ออกให้แก่ผู้เดินทาง เพื่อใช้เข้าพำนักภายในเขตแดนของประเทศนั้นๆ ในช่วงระยะเวลาที่กำหนดไว้ โดยผู้เดินทางจำเป็นต้องแสดงวีซ่าที่ได้รับ ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง (Immigration) ของประเทศปลายทาง

วีซ่าของแต่ละประเทศที่จะออกให้ผู้เดินทางนั้นมีหลายรูปแบบ ส่วนใหญ่จะแบ่งตามประเภท เช่น วีซ่าเพื่อการท่องเที่ยว วีซ่าเพื่อการทำงาน วีซ่าเพื่อการศึกษา วีซ่าเพื่อขอผ่านทาง (ใช้ในการเดินทางต่อเครื่องบินไปยังประเทศที่ 3 ก็ต้องมีการออกวีซ่าเป็นการเฉพาะด้วยเช่นกัน) นอกจากนี้วีซ่าแต่ละประเทศยังมีเงื่อนไขที่แตกต่างกันไป เช่น จำนวนครั้งที่ใช้ได้ ระยะเวลาที่พำนักได้ ไปจนถึงอายุของวีซ่า เป็นต้น

ถ้าประเทศที่คุณจะเดินทางไปกำหนดว่าต้องใช้ "วีซ่า" ในการเข้าพำนัก ก็ต้องไปขอวีซ่าที่สถานทูตของประเทศนั้นๆ ซึ่งจะต้องเตรียมเอกสารต่างๆ เช่น เล่มพาสปอร์ต ใบคำร้องขอวีซ่า รูปถ่าย ฯลฯ

ข้อแตกต่าง Visa และ Passport

วีซ่า เป็นเอกสารที่แต่ละประเทศจะขอเรียกดูจากคนสัญชาติอื่น เพื่ออนุญาตให้คนสัญชาติอื่นๆ เดินทางเข้ามายังประเทศตนได้ โดยกำหนดให้ยื่นเอกสารเพื่อประกอบการพิจารณาก่อนว่าจะอนุญาตหรือไม่ เรียกง่ายๆ ว่าเป็นบัตรผ่านเข้าประเทศ

แต่ พาสปอร์ต เป็นเอกสารที่ออกให้คนสัญชาติของตนใช้เป็นเอกสารแสดงตนในการเดินทางไปยังประเทศต่างๆ ก่อนจะเดินทางต้องนำพาสปอร์ตไปขอวีซ่าจากสถานทูต/สถานกงสุลของประเทศที่ต้องการจะไป เรียกว่าเป็นเหมือนบัตรประชาชนเวอร์ชั่นรอบโลก ที่เราต้องมีไว้แสดงตัวตนของเรานั่นเอง

รูปถ่ายที่ใช้ขอ "วีซ่า" ประเทศต่างๆ 

การขอวีซ่าในแต่ละประเทศมีขึ้นตอน เงื่อนไข ข้อกำหนด และเอกสารที่ต้องใช้ ไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะ "รูปถ่าย" ที่ต้องใช้ในการขอวีซ่า เป็นสิ่งที่นักเดินทางหลายคนค่อนข้างสับสน เพราะมีข้อกำหนดยิบย่อยแตกต่างกันไปในแต่ประเทศ วันนี้จะมาแนะนำเรื่องรูปถ่ายที่ใช้ขอวีซ่าใน 6 ประเทศที่คนไทยนิยมเดินทางไปเยือน

1. วีซ่าจีน

ใช้รูปถ่ายสี ขนาด 33x48 มม. จำนวน 1 ใบ ถ่ายภาพด้วยฉากสีขาว หน้าตรง ไม่สวมหมวก เปิดหู เปิดหน้าผาก และต้องไม่ใส่เสื้อสีขาว ไม่ใส่เสื้อแขนกุด และเป็นรูปที่ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน

ค่าธรรมเนียม 1,500-2,500 บาท (วีซ่าท่องเที่ยวแบบเข้า-ออกครั้งเดียว 1,500 บาท / วีซ่าท่องเที่ยวแบบเข้า-ออก 2 ครั้ง 2,500 บาท) และใช้เวลาพิจารณาวีซ่าประมาณ 2-4 วันทำการ ศึกษาวิธียื่นขอวีซ่าจีนเพิ่มได้ที่ Visaforchina, Visa-China

2. วีซ่าอเมริกา

การขอวีซ่าอเมริกาขึ้นชื่อว่าโหดหินมากทีเดียว โดยเฉพาะเรื่องรูปถ่ายต้องศึกษาไว้ให้ดี มีข้อกำหนดให้ยื่นเรื่องขอวีซ่าผ่านระบบออนไลน์เท่านั้น โดยให้เข้าสู่เว็บไซต์เพื่อกรอกแบบฟอร์มออนไลน์ (DS-160) ของกรมการกงสุลสหรัฐอเมริกาที่ ceac.state.gov/genniv ซึ่งต้องอัพรูปใส่ในระบบด้วย โดยใช้ไฟล์รูปถ่ายสัดส่วนแบบสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาด 600 x 600 ถึง 1,200 x 1,200 พิกเซล / หากสแกนจากรูปถ่ายขนาด 2x2 นิ้ว ต้องใช้ความละเอียด 300 พิกเซลต่อนิ้วขึ้นไป

พอทำเรื่องในระบบออนไลน์เสร็จแล้ว วันที่จะไปยื่นวีซ่าที่สถานทูตสหรัฐฯ ต้องเตรียมเอกสารต่างๆ ไปให้พร้อมรวมถึงรูปถ่ายฉบับจริงขนาด 2x2 นิ้ว จำนวน 1 ใบ โดยมีสีหน้าเป็นธรรมชาติ พื้นหลังขาว ใบหน้าสว่างไม่มีเงา ไม่มีสิ่งใดบดบังใบหน้าและดวงตา ห้ามสวมแว่น และต้องเป็นรูปที่ถ่ายมาแล้วไม่เกิน 6 เดือน และที่สำคัญคือมีการสัมภาษณ์เพื่อทำวีซ่าด้วย ดูตัวอย่างรูปเพิ่มเติม UStraveldocs

ค่าธรรมเนียม 5,500 บาท ใช้เวลาพิจารณาประมาณ 3-7 วันทำการ หลังจากที่สัมภาษณ์ผ่านแล้ว ศึกษาวิธียื่นขอวีซ่าอเมริกาเพิ่มได้ที่ Visa USA, Howto-usa-visa

3. วีซ่าเชงเก้น

วีซ่าเชงเก้นเป็นวีซ่าสำหรับเดินทางเข้าสหภาพยุโรปได้เกือบทุกประเทศ (เที่ยวหลายประเทศได้ในคราวเดียว) แบ่งออกเป็นหลายประเภท เช่น วีซ่าแวะเปลี่ยนเครื่อง (ประเภท A) วีซ่าทางผ่าน (ประเภท B) วีซ่าแบบพำนักระยะสั้น (ประเภท C) และวีซ่าที่เข้าได้เฉพาะประเทศ (ประเภท D) ทั้งนี้การท่องเที่ยวยุโรปนั้นคุณจะต้องทำวีซ่าแบบพำนักระยะสั้น (ประเภท C) เป็นหลัก

สำหรับหลักฐานรูปถ่าย คุณต้องใช้รูปถ่ายหน้าตรงขนาด 2 นิ้ว จำนวน 2 ใบ โดยไม่ยิ้ม ไม่ควรแต่งรูปและไม่มีเส้นผมบดบังใบหน้าและดวงตา (ยกเว้นแว่นสายตา) ต้องเป็นรูปที่ถ่ายมาแล้วไม่เกิน 6 เดือน ทั้งนี้ขอแนะนำให้คุณตรวจสอบเงื่อนไขการถ่ายภาพโดยละเอียด เนื่องจากบางประเทศในยุโรปมีกฎระเบียบที่เข้มงวดกว่าปกติ เช่น บางประเทศจะระบุว่าต้องเป็นรูปขนาด 3.5x4.5 ซม. เท่านั้น 

ค่าธรรมเนียม 2,500-3,500 บาท และใช้เวลาพิจารณาประมาณ 15 วัน ศึกษาวิธียื่นขอวีซ่าเชงเก้นเพิ่มได้ที่ Visa-Chengen, Howto-chengen-visa

4. วีซ่าอังกฤษ

สำหรับคนไทยที่จะเดินทางไปประเทศอังกฤษนั้นจำเป็นต้องขอวีซ่าก่อนการเดินทาง และไม่สามารถใช้วีซ่าเชงเก้น (Shengen Visa) ได้ ดังนั้นหากจะเดินทางไปอังกฤษต้องขอวีซ่าใหม่ โดยยื่นคำร้องขอผ่านระบบออนไลน์ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองสหราชอาณาจักรได้ที่ www.gov.uk/check-uk-visa โดยในขั้นตอนการกรอกรายละเอียด จะมีให้อัพโหลดรูปถ่ายขึ้นไปในระบบ ก็ให้เตรียมไฟล์รูปถ่ายขนาด 3.5x4.5 ซม. สำหรับอัพระบบไว้ด้วย

เมื่อยื่นเรื่องคำร้องขอวีซ่าผ่านออนไลน์เสร็จแล้ว ก็ให้เตรียมตัวเดินทางไปศูนย์รับคำร้องขอวีซ่า (VFS) ด้วยตนเอง และไม่สามารถมอบอำนาจให้บุคคลอื่นไปแทนได้ โดยทางศูนย์ VFS จะเก็บข้อมูลไบโอเมตริกของคุณ (Biometric Information) ได้แก่ ลายนิ้วมือผ่านระบบดิจิทัล และถ่ายภาพเต็มหน้า โดยที่ต้องไม่สวมแว่นหรือสิ่งปลกคลุมศีรษะใดๆ เว้นแต่เหตุผลทางศาสนาหรือทางการแพทย์ ต้องเปิดหน้าให้เห็นใบหน้าและดวงตาชัดเจน ตรงนี้หมายถึงว่าคุณไม่ต้องถ่ายรูปไปเอง เพราะทางเจ้าหน้าที่ของ VFS จะถ่ายรูปให้เลย สะดวกไปอีก!

ค่าธรรมเนียม 3,800-3,900 บาท (126 USD) และมีค่าเก็บข้อมูลไบโอเมตริกอีก 851 บาท ใช้เวลาพิจารณาประมาณ 15 วัน ศึกษาวิธียื่นขอวีซ่าอังกฤษเพิ่มได้ที่ VFSglobal, England-Visa

5. วีซ่า UAE

สำหรับคนไทยที่ต้องการเดินทางไปยังกลุ่มประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เช่น ดูไบ อาบูดาบี หรือรัฐอื่นๆ จำเป็นต้องขอวีซ่าก่อนการเดินทาง โดยวีซ่า UAE จะแบ่งประเภทออกตามระยะเวลาและจำนวนครั้งที่สามารถพำนักอยู่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้ ซึ่งทั้งหมดจะเป็น วีซ่าอิเล็กทรอนิกส์หรือ e-Visa 

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ สถานทูตสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ประจำประเทศไทยไม่มีบริการรับคำร้องขอวีซ่า คุณจึงต้องขอวีซ่าผ่านสายการบิน โรงแรมที่พัก หรือตัวแทนเอเจนซี่ต่างๆ เท่านั้น เช่น สายการบินเอมิเรตส์ สายการบินเอทิฮัดแอร์เวย์ สายการบินฟลายดูไบ เป็นต้น

สำหรับเรื่องรูปถ่าย แต่ละประเทศในแถบ UAE จะมีข้อกำหนดที่แตกต่างกันเล็กน้อย โปรดศึกษาข้อกำหนดของแต่ละตัวแทนว่าต้องใช้รูปถ่ายขนาดเท่าไหร่ แต่ในเบื้องต้นแนะนำว่าให้ใช้รูปถ่ายหน้าตรง เปิดหน้าชัดเจน ฉากหลังสีขาว ขนาด 2x2 นิ้ว (600 x 600 พิกเซล) จำนวน 2 ใบ 

ค่าธรรมเนียม 3,000-5,800 บาท และใช้เวลาพิจารณาประมาณ 5-7 วันทำการ ทั้งนี้คุณสามารถศึกษารายละเอียดและข้อมูลการทำวีซ่าจากเว็บไซต์สถานทูตไทย ณ กรุงอาบูดาบี ได้ที่ www.thaiembassy.org/abudhabi/th/

6. วีซ่าออสเตรเลีย

มีวิธีการคล้ายคลึงกับการทำวีซ่าอังกฤษ คุณสามารถยื่นคำร้องผ่านระบบออนไลน์ได้ โดยสร้างบัญชีผู้ใช้ แล้วกรอกแบบฟอร์มออนไลน์ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองออสเตรเลียที่ immi.gov.au จากนั้นเข้าไปสร้างแบบฟอร์มใหม่ที่เมนู “New application” แล้วกรอกข้อมูลรายละเอียดส่วนตัวพร้อมตอบคำถามทั้งหมดอย่างละเอียดเป็นภาษาอังกฤษ

เมื่อกรอกข้อมูลและตอบคำถามเสร็จแล้ว คุณจะต้องอัพโหลดเอกสารผ่านระบบออนไลน์ เอกสารที่จะใช้อัพโหลดต้องมีขนาดไม่เกิน 5MB ต่อไฟล์ และได้สูงสุดจำนวน 60 ไฟล์ เช่น ไฟล์รูปถ่ายขนาด 3.5x4.5 ซม. สำหรับอัพขึ้นระบบ / ไฟล์รูปหนังสือเดินทาง / ไฟล์รูปสำเนาบัตรประชาชน ฯลฯ 

เมื่อยื่นเรื่องคำร้องขอวีซ่าผ่านออนไลน์เสร็จแล้ว ก็ให้เตรียมตัวเดินทางไปศูนย์รับคำร้องขอวีซ่า (VFS) ด้วยตนเอง และไม่สามารถมอบอำนาจให้บุคคลอื่นไปแทนได้ โดยทางศูนย์ VFS จะเก็บข้อมูลไบโอเมตริกของคุณ (Biometric Information) ได้แก่ ลายนิ้วมือผ่านระบบดิจิทัล และถ่ายภาพเต็มหน้า ไม่สวมแว่นหรือสิ่งปลกคลุมศีรษะใดๆ เว้นแต่เหตุผลทางศาสนาหรือทางการแพทย์ ต้องเปิดหน้าให้เห็นใบหน้าและดวงตาชัดเจน ไม่ต้องนำถ่ายรูปไปเอง เพราะทางเจ้าหน้าที่จะถ่ายรูปให้ ณ ที่ศูนย์ฯ VFS

ค่าธรรมเนียม 3,100-3,500 บาท (142 AUD) และมีค่าเก็บข้อมูลไบโอเมตริกอีก 851 บาท ใช้เวลาพิจารณาประมาณ 15 วัน ศึกษาวิธียื่นขอวีซ่าออสเตรเลียเพิ่มเติมได้ที่ Australia-visa

Side Dish

ถ้ารู้สึกว่าการทำวีซ่ามันยุ่งยากเกินไป สำหรับคนที่อยากไปเที่ยวเมืองนอกเป็นครั้งแรก แนะนำให้ไปเที่ยวประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า ซึ่งสามารถใช้แค่พาสปอร์ตไทยเล่มเดียวก็ไปเที่ยวเมืองนอกได้แล้ว โดยมีประเทศต่างๆ ดังนี้

- ประเทศที่เที่ยวได้ 180 วัน: ปานามา 

- ประเทศที่เที่ยวได้ 90 วัน: อาร์เจนตินา บราซิล ชิลี เกาหลีใต้ เปรู เอกวาดอร์ โดมินิกัน เฮติ

- ประเทศที่เที่ยวได้ 30 วัน: มาเลเซีย ลาว เวียดนาม ฮ่องกง มาเก๊า อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มองโกเลีย มัลดีฟส์ เซเชลส์ รัสเซีย แอฟริกาใต้ สิงคโปร์ ตุรกี หมู่เกาะเซเชลส์ การ์ตา 

- ประเทศที่เที่ยวได้ 15 วัน: ญี่ปุ่น

- ประเทศที่เที่ยวได้ 14 วัน: ไต้หวัน พม่า กัมพูชา บรูไน บาห์เรน

เรียบเรียง: วรุณรัตน์ คัทมาตย์ 

กราฟิก: ณัฐนิช อิสรเสรีธรรม

ภาพ: Shutterstock

อ้างอิง: ConsularVisa-fee, Howto-apply-visa, No-visa-Travel 

 

ไขข้อสงสัยการถ่ายรูปทำวีซ่าของแต่ละประเทศ แตกต่างกันยังไง? รู้ไว้ไม่เสียเที่ยว!

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์ เราจะเป็น “เพื่อน” ที่คนอ่านทั้ง “เอามัน” และ “เอาเรื่อง”

เชื่อใจได้ตลอดเวลา ในวันที่ทุกคนเล่นบท “สื่อ” บนพื้นที่ข่าวสารอันเชี่ยวกรากในโลกออนไลน์ แต่ “ความน่าเชื่อถือ” มักเป็นสิ่งที่ผู้คนมองหาเสมอเมื่อต้องการ “ใช้ข่าว” สักชิ้น ไม่ว่าจะเพื่อ “บอกเล่า-อ้างอิง-วิเคราะห์” ก็ตาม

  • About
  • Contact
  • For Advertiser
  • Want to become an author?