“การสำรวจโลกกว้าง” คือการลงทุนที่สำคัญที่สุดของคน Gen Z
  • Lifestyle
  • Aug 4, 2019

ความนิยมเรื่องการเดินทางของคนรุ่นใหม่เป็นสิ่งที่ถูกจับตามองมากขึ้น เพราะคนกลุ่มนี้คือผู้กำหนดเทรนด์ในอนาคต เร็วๆ นี้ Booking.com ได้สำรวจข้อมูลทั่วโลกจากผู้เดินทาง Gen Z (อายุระหว่าง 16-24 ปี) เกือบ 22,000 คนใน 29 ประเทศ/ภูมิภาค เกี่ยวกับความต้องการและสิ่งจำเป็นของผู้เดินทาง โดยผลที่พบไม่ได้มีเพียงแผนการเดินทางเท่านั้น แต่ยังโยงไปถึงมุมมองที่กว้างขึ้นเกี่ยวกับชีวิตของคนรุ่นนี้อีกด้วย

นักผจญภัยใจมุ่งมั่น

แม้คน Gen Z จะเพิ่งก้าวผ่านจากวัยเด็ก แต่ส่วนใหญ่ก็รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร และมีแผนเดินทางตามที่ตั้งเป้าไว้เรียบร้อยแล้ว คน Gen Z มีมุมมองเชิงบวกเกี่ยวกับการเดินทาง ส่วนใหญ่รู้สึกตื่นเต้นกับทุกที่ที่จะได้ไปเยือนในอนาคต

4 ใน 10 วางแผนที่จะไปเยือนอย่างน้อย 3 ทวีปในช่วง 10 ปีนับจากนี้ และ 30 % ตั้งใจว่าจะไปเรียนหรือใช้ชีวิตในต่างประเทศ
คน Gen Z เป็นนักเดินทางขาลุย กว่าครึ่งต้องการประสบการณ์ผจญภัยตอนไปเที่ยว เช่น เล่นพาราไกลดิ้ง บันจี้จัมพ์ รวมทั้งวางแผนว่าจะไปเที่ยวหรือเดินป่าในพื้นที่สุดท้าทาย นอกจากนี้พวกเขายังเป็นวัยที่สนใจพัฒนาทักษะของตนเองมากที่สุด ผ่านการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ระหว่างที่เดินทางในช่วง 10 ปีนับจากนี้

ไม่เพียงต้องการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ เท่านั้น แต่ 55 % ของคนรุ่นนี้เลือกท่องเที่ยวในประเทศตนเองเพื่อเรียนรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับตัวเองมากขึ้นด้วยเช่นกัน

พร้อมลุยเดี่ยว

ชาว Gen Z จำนวนมากเริ่มเดินทางท่องเที่ยวโดยไปกับครอบครัว โดย 2 ใน 5 กล่าวว่าที่ต้องไปกับครอบครัวก็เพราะทำให้ได้ไปทริปที่ถ้าไปเองก็คงมีงบไม่พอ แต่เมื่อถึงเวลาที่พร้อมโบยบินออกจากรัง พวกเขาก็ต้องการจะลุยเดี่ยว

ความเป็นอิสระเป็นสิ่งหนึ่งที่คนรุ่นนี้ให้ความสำคัญ โดยกลุ่มคน Gen Z วางแผนว่าจะเดินทางคนเดียวอย่างน้อยสักครั้งภายในช่วง 10 ปีข้างหน้า นอกจากความต้องการที่จะ ‘ลุยเดี่ยว’ 1 ใน 3 ยังชอบอยู่คนเดียวเป็นส่วนใหญ่ตอนที่เดินทาง (มีสัดส่วนมากกว่าคนวัยอื่นๆ ทั้งหมด) รวมถึงร้อยละ 18 อยากไปแบ็คแพ็คคนเดียวหรือไปเที่ยวคนเดียวหลังเรียนจบ (gap year)

ลิสต์จุดหมายห้ามพลาด

กว่า 2 ใน 3 ของนักเดินทาง Gen Z ลิสต์สิ่งที่อยากทำและสถานที่ที่อยากไปสักครั้งในชีวิตไว้เรียบร้อยแล้ว โดยตัวเลขพุ่งสูงถึง 74 % ในกลุ่มสาวๆ ขณะที่ของหนุ่มๆ นั้นอยู่ที่ 64 % ทั้งนี้เหตุผลที่คนรุ่นนี้มีลิสต์สิ่งที่ห้ามพลาดเมื่อเดินทางนั้นต่างกันออกไป เช่น รู้สึกสนุกกับการจินตนาการถึงทุกที่ที่จะได้เดินทางไปต่อจากนี้ การมีลิสต์สิ่งที่ห้ามพลาดช่วยให้ได้รู้จักจุดหมายการเดินทางอันน่าทึ่งไปจนถึงจุดหมายที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน แถม 44 % ยังได้แรงบันดาลใจจากการเห็นอินฟลูเอนเซอร์แชร์ภาพทริปผ่านสื่อออนไลน์

ที่จริงแล้วมีคน Gen Z อีก 31 % ที่ยังไม่มีลิสต์นี้ เหตุผลที่ไม่มีก็แตกต่างกันไป เช่น รู้สึกว่าความชื่นชอบของตนเองเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาบ่อยๆ ส่งผลต่อจุดหมายที่อยากไป, ต้องการเดินทางตามความรู้สึกในขณะนั้นมากกว่าและไม่อยากวางแผนล่วงหน้า แต่ที่น่าแปลกใจก็คือ คน Gen Z ที่ไม่มีลิสต์สิ่งที่ห้ามพลาดมีเปอร์เซ็นต์น้อยที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มคนรุ่นอื่นๆ

ในบรรดาคนรุ่นเบบี้บูมเมอร์ (55 ปีขึ้นไป) เกือบครึ่งที่ไม่มีลิสต์จุดหมายห้ามพลาดนั้น กลุ่มนี้ 3 ใน 10 ให้เหตุผลว่าเพราะต้องการเดินทางตามความรู้สึกในขณะนั้นมากกว่า ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดในบรรดากลุ่มช่วงอายุทั้งหมดที่เข้าร่วมการสำรวจ ส่วนคนรุ่นมิลเลนเนียลส์ (25-39 ปี) ก็ต้องการเดินทางตามความรู้สึกในขณะนั้นมากกว่าคน Gen Z เช่นกัน

การเดินทาง vs เป้าหมายชีวิต

คน Gen Z เติบโตมาในโลกที่ความผันผวนทางการเงินและเศรษฐกิจของโลกแทบกลายเป็นเรื่องปกติในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ดังนั้น หากทำความเข้าใจกับมุมมองด้านการเงินของคนรุ่นนี้ (โดยเฉพาะเรื่องที่ว่า คนรุ่นนี้มีแผนที่จะใช้เงินอย่างไรในช่วง 5 ปีนับจากนี้) ก็จะช่วยให้เข้าใจมุมมองโดยรวมเกี่ยวกับชีวิตของพวกเขามากขึ้น

คน Gen Z จำนวน 6 ใน 10 มองว่าการลงทุนกับการเดินทางท่องเที่ยวเป็นสิ่งที่คุ้มค่าเสมอ และเมื่อจัดลำดับสิ่งที่คนรุ่นนี้จะนำเงินไปใช้จ่าย ผลปรากฏว่า ‘ออกเดินทางไปสำรวจโลกกว้าง’ เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดเป็นอันดับ 1 ของคนรุ่นนี้ ส่วนการเก็บเงินเพื่อ ‘การลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต’ (ซื้ออสังหาริมทรัพย์) มาเป็นอันดับ 2 แต่ที่น่าสนใจคือ การใช้เงินซื้อของต่างๆ กลับอยู่ในอันดับท้ายสุด

ไม่ขอประจำอยู่ที่ออฟฟิศ

คน Gen Z มองว่าการทำงานเป็นเรื่องที่ค่อนข้างใหม่ในชีวิต ไม่ว่าจะกำลังอยู่ในช่วงหางานหรือเริ่มทำงานแล้วก็ตาม ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกที่คนรุ่นนี้จะจัดอันดับให้การได้งานเป็นประสบการณ์ที่สำคัญที่สุดในชีวิตถึง 80 % แต่เพราะการเดินทางท่องเที่ยวเป็นสิ่งที่คนเจเนอเรชันนี้ให้ความสนใจอย่างมาก นายจ้างที่มีโอกาสรับคนกลุ่มนี้เข้าทำงานก็ควรคำนึงถึงเรื่องนี้ด้วย

คนรุ่นนี้กว่าครึ่ง กล่าวว่าสิ่งสำคัญเวลาเลือกงานก็คือ จะต้องมีโอกาสได้เดินทางไปทำงานที่อื่น นอกจากนี้เกือบ 6 ใน 10 ยังกล่าวอีกว่างานที่เปิดโอกาสให้ได้สัมผัสวัฒนธรรมอื่นๆ เป็นงานที่น่าดึงดูด

คนรุ่นที่โตมากับความผันผวนของเศรษฐกิจ ส่งผลให้วิธีการใช้เงินของคน Gen Z แตกต่าง พวกเขาลงทุนกับการเดินทางเป็นอันด้บ 1 การลงทุนครั้งใหญ่อย่างการซื่อบ้านมาเป็นอันดับ 2 แต่กับข้าวของนั้น กลับไม่สำคัญเท่าไร

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์