Karmakamet Diner I อาหารตะวันตกแบบโฮมคุ้ก ในโรงงานน้ำหอม
  • Lifestyle
  • Jun 28, 2019

ทันใดที่เปิดประตูก้าวสู่ดินแดนที่หอมกรุ่นภายในร้าน คาม่าคาเม็ท ไดเนอร์ (Karmakamet Diner) กลิ่นดอกลาเวนเดอร์ ตามด้วยความหอมละมุนอื่นๆ ที่ชื่นใจก็กรุ่นเข้ามา เหมาะสำหรับหลบลมร้อน และการจราจรแสนจอแจ

คาม่าคาเม็ท ไดเนอร์ เปิดให้บริการเมื่อปี 2556 โดย ณัทธร รักษ์ชนะ และ เชฟส้ม-จุฑามาศ เทียนแท้ ร้านตั้งอยู่ในจุดเงียบสงบ ล้อมรอบด้วยต้นไม้ใบหญ้าเขียวขจี ห่างจากความวุ่นวายของถนนสุขุมวิทนิดเดียวเท่านั้น มีบริการทั้ง Brunch อาหารมื้อสาย เวลา 09.00-15.00 น. จากนั้นก็จะเป็นเวลาของ Tea Break ไปจนถึง 18.00 น. ก็จะเป็นเวลาของ Dinner

เชฟส้ม-จุฑามาศ เล่าว่า ‘คาม่าคาเม็ท ไดเนอร์’ เป็นอาหารที่ได้รับอิทธิพลจากตะวันตก ในแบบโฮมคุ้ก เช่น ‘เอ้กเบเนดิกห์ (Eggs Benedict)’ ที่ประกอบด้วยขนมปังมัฟฟินอังกฤษผ่าครึ่งสองชิ้น ด้านบนเป็นไข่ดาวน้ำ เบคอนหรือแฮม แล้วราดด้วยซอสฮอลแลนเดสสีเหลืองด้านบน

“ซอสฮอลแลนเดสของเราจะทำแบบคลาสสิคทุกอย่าง เคยเรียนทำตอนที่ไปเรียนอยู่ที่อินเดีย อย่าง Egg White Omelet เราจะใส่กะหล่ำดอก จะมีความเป็นอินเดียตรงที่เราใส่พริกขี้หนูนิดหนึ่ง ไม่ให้รู้สึกเผ็ดแต่ก็จะเป็นเอกลักษณ์ของคาม่า คาเม็ทคูซีน เราจะเลือกใช้วัตถุดิบที่ไม่มีสารเจือปน วันนี้ขอนำเสนอ เอ้กเบเนดิกห์ ใช้อโวคาโดแทนอิงลิชมัฟฟิน อีกเมนูแนะนำจะเป็น Spaghetti a La Bottaga พาสต้าที่นี่เราทำเส้นเอง Bottaga ก็คือไข่ปลาแห้ง แต่เราทำในแบบของเราโดยการใส่ หมูสามชั้นแบบจีน ลงไปด้วย”

อาหารที่นี่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นจากแหล่งใดในโลกใบนี้ก็ได้ อาจเป็นจากอินเดีย ที่เชฟเคยใช้ชีวิตอยู่ หรือ วัตถุดิบจากสักเมืองที่เชฟเกิดแรงบันดาลใจ

“สิ่งที่เรามีประสบการณ์และทำได้ดีที่สุดก็คือมิติและความซับซ้อนของรสชาติ ดังที่เขียนไว้ว่า Karmakamet Diner A Reminding Flavor ไม่มีรูปแบบที่ตายตัว แต่อะไรก็ตามที่ใส่ลงไปจะเหมือนตราประทับ ทำให้คนกินรู้สึกอบอุ่นใจ เพราะคุ้นเคย เหมือนแม่เคยทำให้กิน เหมือนยายเคยทำให้กิน อย่าง a La Bottaga ถ้าเราไปสั่งร้านทั่วไปก็จะเหมือนกัน แต่ถ้าเป็นแบบเราใส่หมูสามชั้นตุ๋นแบบจีนลงไปด้วยทำให้รสชาติกลมกล่อมมาก เวลาเราตุ๋นหมูสามชั้นก็จะใส่ปลาเค็มลงไปด้วย ไม่ต่างกับหมูสับปลาเค็ม กินแล้วจะรู้สึกคุ้นเคยอบอุ่นเหมือนอาหารที่บ้าน แม้เราจะบอกว่าอาหารของเราไม่ใช่เทรดดิชั่น แต่วิธีการทำของเราเทรดดิชั่นมาก อย่างเวลาตุ๋นหมูเราก็ใช้เวลา 10 ชั่วโมง เรามุ่งเน้นในวิธีการทำมาก”

Open Face Sandwich (Smoked Cod) เป็นแซนด์วิชเปิดหน้าแบบใช้ปลารมควันที่เชฟส้มทำเอง เธอหมักปลาด้วยกานพลู ถือว่าแปลกออกไปจากอาหารตะวันตกเดิมๆ ที่เชฟอาจจะหมักปลาด้วยผักชีลาว

Seafood Stew ผสมผสานทั้งวัตถุดิบท้องถิ่นและนำเข้าจากต่างประเทศ มีความเข้มข้นและเผ็ดกว่าสตูว์ของฝรั่ง น่าจะถูกปากคนไทยและชาวเอเซีย ด้วยการใส่สไปซี่ซอสเสส หรือ Nduja Sausage จานนี้ราคา 790 บาท ฟินกันอย่างเต็มที่กับจานหลัก Surf & Turf มีทั้งล็อบสเตอร์ (Maine Lobster) เนื้อ (Beef Tenderloin) ตับห่าน (Foie Gras) จานนี้ 2,750 บาท ปิดท้ายมื้ออร่อยด้วย Old Fashion Donut เสิร์ฟคู่กับไอศกรีมวานิลลา ราคา 390 บาท เป็นโดนัทเค็มๆ ทานคู่กับไอศกรีมวานิลลาหอมๆหวานๆเย็นๆ อร่อยมาก

ขนมหวานขอแนะนำ Old Fashion Donut เชฟใช้เวลาทำถึง 3 วัน เริ่มจากหมักแป้งแล้วนำไปแช่ตู้เย็น นำออกมาตัด แล้วกลับไปแช่ตู้เย็นอีกครั้ง ทำให้เนื้อของโดนัทแน่น จากนั้นนำไปแช่ในชีส Camembert เป็นสูตรเฉพาะ สื่อถึงความซับซ้อนทางรสชาติ ทานกับแชมเปญพิเศษ Diebalt-Vallois ที่ปีหนึ่งจะผลิตแค่ 5,000 ขวด เท่านั้น

เป็นรสชาติที่คุณต้องลองแล้วจะรู้ว่าสวรรค์มีจริง

Karmakamet Diner อยู่ในซอยทางเข้าโรงแรมดิเอ็มโพเรียมสวีท (BTSพร้อมพงษ์) ติดกับลานจอดรถของศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม เปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00-22.00 น. โทร. 02-262-0700-1 

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์