ทำไมคนเราถึงชอบดูคลิปบีบสิว
  • Lifestyle
  • Aug 20, 2019

เป็นความชอบที่พูดไม่ออกบอกใครไม่ได้ ในเวลาว่างหรือก่อนนอนคุณจะแอบดูวีดิโอบางอย่างอย่างต่อเนื่อง แอบดูเงียบๆ คนเดียวอย่างพอใจถึงขีดสุด

ไม่ เราไม่ได้พูดถึงวีดิโอวาบหวิว แต่อันนี้ก็เสียวไม่แพ้กัน เพราะมันคือวีดิโอการบีบสิว ผ่าซีสต์ ที่แสดงภาพเคลื่อนไหวของไขมันซึ่งเติบโตผิดปกติใต้ผิวหนังกำลังค่อยถูกบีบ เค้น ผ่าจนผุดป๊อบออกมา น่าขยะแขยง แต่สะใจ ลุ้นระทึกประหนึ่งดูหนังแอ๊คชั่น ดูไปดูมาก็เกือบกลายเป็นสิ่งเสพติด

คุณอาจเป็นคนหนึ่งที่ชอบดูวีดิโอเหล่านั้นเป็นดั่งความผ่อนคลายส่วนตัว แต่ไม่เคยเผยให้ใครรู้ว่าเราดูวีดิโอพวกนี้นานเป็นชั่วโมงๆ แน่ะ อย่ากังวลไป เพราะคุณไม่ได้เป็นคนเดียวในโลกนี้ ลองดูยอดวิวของวีดิโอพวกนี้ซิ หลักล้านวิวทั้งนั้น นี่คือความชอบสากลของมหาชน ซึ่งมีทฤษฎีรองรับความชอบนี้อยู่ คุณไม่ได้เป็นมนุษย์ประหลาด หรือมีปัญหาทางจิตหรอกนะ แต่มันมาจากสัญชาตญาณมนุษย์เลยต่างหาก

วิทยาศาสตร์แห่งความขยะแขยง

ความกลัวคือกลไกธรรมชาติสำคัญของมนุษย์ในการรักษาชีวิต และปกป้องตัวเองจากภยันตรายต่างๆ เพราะฉะนั้น มนุษย์จะไวและระแวดระวังเสมอต่อสิ่งที่เป็นอันตราย การเสี่ยงภัยต่างๆ รวมถึงการติดเชื้อโรคอีกด้วย สัญชาตญาณเราจึงมีปฏิกิริยาโดยอัตโนมัติต่อสิ่งที่เป็นสัญลักษณ์ของอันตราย เช่น โรงเก็บศพ เชื่อมโยงกับความตาย โรงพยาบาลเชื่อมโยงกับความป่วย ขยะสิ่งปฏิกูลเชื่อมโยงกับเชื้อโรค ความไม่ถูกสุขอนามัย เป็นต้น ความพยายามต่อต้านเพื่อหลีกเลี่ยงก็คือการมีสัมผัสไวต่อสิ่งนั้น เพราะฉะนั้น ท่ามกลางสิ่งของรอบตัว คนเราจะรู้สึกสะดุดกับสิ่งที่เชื่อมโยงกับอันตราย ภัย และความน่าขยะแขยง

ยิ่งแขยงยิ่งละสายตาได้ยาก

ความน่าขยะแขยงเป็นอาวุธสำคัญอย่างหนึ่งในกลไกการป้องกันชีวิตของเรา ในหนังสือ Yuck! The Nature and Moral Significance of Disgust โดย Daniel Kelly ว่าไว้อย่างนั้น

สมองที่ระแวดระวังเป็นพิเศษต่อบางสิ่ง ได้เปลี่ยนเป็นให้สิ่งนั้นอยู่ในความสนใจ ฉะนั้น ในทางกลับกัน เมื่อความน่ากลัว อันตราย และความน่ารังเกียจ กลับกลายมาอยู่ในสื่ออื่นๆ เช่น หนังสือ ภาพยนตร์ หรือแม้กระทั่งเครื่องเล่นผาดโผนหวาดเสียว มันก็กลับเป็นความบันเทิงขั้นสุด ไม่ต่างจากคนที่ชอบดูหนังผี (เชื่อมโยงกับความตาย) คนที่ชอบนั่งรถไฟเหาะตีลังกา (เชื่อมโยงกับอันตราย) ไปจนถึงคนที่ชอบดูภาพหรือวีดิโอที่น่าขยะแขยง (เชื่อมโยงกับเชื้อโรค) เพราะเมื่อได้เสพสิ่งเหล่านี้ที่แปรรูปมาอยู่ในสื่อบันเทิง (?!) ความเป็นสื่อก็ได้สร้างเกราะป้องกันให้เรารู้สึกว่าปลอดภัยที่จะเสพ คือไม่ได้ติดต่อ สัมผัสกับสิ่งเหล่านั้นในชีวิตจริง แต่ก็รู้สึกได้สนุกตื่นเต้นแบบไม่ต้องเผชิญอันตรายจริงๆ เหมือนได้ท้าทายกับสิ่งที่ธรรมชาติปฏิเสธในระยะปลอดภัย

กล่อมนอนด้วยคลิปบีบสิว

อาจจะฟังดูอาการหนัก สำหรับคนที่ชอบดูวีดิโอเหล่านี้ ซึ่งไม่ได้แค่ดูยามว่าง แต่ดูก่อนนอนเพื่อผ่อนคลาย เหมือนได้ฟังนิทานก่อนนอน บางคนสารภาพว่าต้องดูก่อนนอนถึงจะหลับลง โดยเฉพาะวีดิโอใน Youtube ช่องของ Dr.Sandra Lee

ดร.ซานดรา ลี (Sandra Lee) หรือคุณหมอบีบสิว (Dr.Pimple Popper) เธอเป็นแพทย์ผิวหนังที่มีช่องทางยูทูปแสนโด่งดัง ว่าด้วยการผ่าซีสต์ หรือบีบสิวหัวยักษ์ ความขยะแขยงของแต่ละชิ้นงานอยู่ในระดับดูแล้วต้องกัดปาก จิกหมอน ลุ้นให้สิ่งปฏิกูลใต้ผิวผลุดผลัวะออกมาในลีลาที่ต้องถอนหายใจ ผู้ติดตามของช่องนี้มีมากกว่า 5.6 ล้านคน แต่ละวีดิโอของเธอมีผู้เข้าชมแตะหลักแสนภายในไม่กี่ชั่วโมง แล้วก็สู่หลักล้านได้ในไม่กี่วัน

ดร.ลี บอกว่าเธอเริ่มทำช่องทางยูทูบขึ้นมา เพราะเห็นความประจวบเหมาะของ 2 เหตุด้วยกัน คือตามหลักประกันสุขภาพของที่อเมริกานั้น การผ่าซีสต์ หรือบีบสิวอักเสบนั้นถือเป็นศัลยกรรมเพื่อความงาม ไม่ใช่ปัญหาสุขภาพ ประกันจึงไม่ครอบคลุม ฉะนั้น ใครจะผ่าอะไรพวกนี้ก็ต้องจ่ายเงินเอง แล้วก็ไม่ใช่ถูกๆ คุณหมอลีเลยเสนอคนไข้ว่าจะผ่าให้ฟรี แต่ขอถ่ายวีดิโอเอาไว้เพื่อโพสต์ขึ้นยูทูป นัยหนึ่งก็นับเป็นวีดิโอทางการแพทย์ได้ แต่คุณหมอก็ได้รายได้จากยูทูบมาชดเชยค่าผ่าตัดฟรีด้วยเหมือนกัน

คุณหมอลีรู้ดีว่ามนุษย์มีต่อมชอบดูของที่น่าขยะแขยงอยู่ เธอเองยอมรับว่าตอนที่โพสวีดิโอขึ้นยูทูบนั้นเธอก็อดที่จะดูบางชอตซ้ำไปซ้ำมาไม่ได้ ถ้าอ่านคอมเมนท์ในวีดิโอของคุณหมอจะเห็นได้ว่าเรามีเพื่อนร่วมรสนิยมมากขนาดไหน หลายคนที่ติดการดูก่อนนอนนั้น ดร.ลีคิดว่า น่าจะเป็นเพราะเสียงอธิบายการผ่าตัดที่ดูเรียบๆ ทำให้เกิดความคุ้นเคยในระดับเพลิดเพลิน มันคือการตอบสนองของประสาทอัตโนมัติ (ASMR - Autonomous Sensory Meridian Response) ที่เมื่อสมองได้รับรู้จากการมองเห็น การฟัง การสัมผัส ที่ตนเองชื่นชอบและซ้ำไปซ้ำมา ก็เกิดความผ่อนคลายถึงขีดสุด จึงสามารถหลับได้อย่างสบายใจ

ไม่เพียงแค่นั้น คุณประโยชน์ของคลิปวีดิโอบีบสิว ผ่าซีสต์ ยังช่วยเยียวยาด้านจิตใจแก่ผู้ป่วยที่เป็นโรคชอบแกะเกาผิวหนังโดยไม่รู้ตัว และห้ามตัวเองไม่ได้ (Dermatillomania) ซึ่งเป็นอาการหนึ่งของโรคย้ำคิดย้ำทำ มีคนไข้ของคุณหมอลีหลายคนที่มีอาการนี้บอกว่าพอได้ดู ก็เหมือนอาหารแกะเกาผิวหนังจะดีขึ้น ซึ่งจริงๆ แล้วการจะหยุดได้ก็ต้องเริ่มที่จิตใจวีดิโอที่บีบสิวที่น่าอี๋ก็มีประโยชน์ไม่น้อยเลยนะ

ถ้าไม่เชื่อ คืนนี้ลองเปิดยูทูบเข้าไปลองดูหน่อยเป็นไง

.

.

อ้างอิง www.medicaldaily.com

www.youtube.com/user/DrSandraLee

pimplepopper.org

การรู้สึกดีกับสิ่งน่าขยะแยงไม่ใช่ความปกติ แต่เป็นสัญชาตญาณการระวังภัย ที่ใจอันซับซ้อนของมนุษย์บิดเป็นความพึงพอใจ ดูไปเถอะถ้ามันเป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยคลายเครียด

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์