NextGen Work เทรนด์ ‘นายตัวเอง’ ของคนยุคใหม่
  • Lifestyle
  • Dec 13, 2019

ความเปลี่ยนแปลงของโลกยุค 4.0 ไม่ใช่เฉพาะเรื่องเทคโนโลยี แต่ยังส่งผลต่อพฤติกรรมของมนุษย์ด้วยเช่นกัน  ที่เห็นได้ชัดคือการทำงานที่เพิ่มรูปแบบหลากหลายมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องจับเจ่าอยู่ในสำนักงานเหมือน 20 ปีที่แล้วเพียงอย่างเดียว

รูปแบบ NextGen Work  คือ การทำงานที่เน้นอิสระในการเลือกงานและจัดระบบการทำงานของแต่ละบุคคล เอื้อให้บุคคลมีรายได้ เพิ่มขึ้นเนื่องจากสามารถรับงานจากผู้ว่าจ้างหลายที่พร้อมกันได้ อีกทั้งยังเอื้อให้บุคคลสามารถจัดการเวลาการทำงานกับการใช้ชีวิตส่วนตัวให้เกิดความสมดุลและเหมาะสม

รูปแบบการทำงานดังกล่าวครอบคลุมลักษณะงานสัญญาจ้าง งานโครงการ งานไม่เต็มเวลา  งานตามฤดูกาล งานชั่วคราวหรืองานไม่ประจำ อาชีพอิสระ การว่าจ้างเพื่อทำงานเฉพาะกิจ

จากการสำรวจของ ManpowerGroup ในปี 2017 พบว่ารูปแบบ กลุ่มคนช่วงอายุ 18-65 ปี ทั่วโลกสนใจการทำงานรูปแบบ NextGen Work โดยร้อยละ 87 ของกลุ่มตัวอย่างระบุว่า  ตนเองพร้อมที่จะเปิดรับการทำงานแบบคนรุ่นใหม่ในอนาคต นอกจากนี้ร้อยละ 90 ระบุว่าตนเองมีความสุขกับการทำงานแบบคนรุ่นใหม่ และวางแผนจะทำงานรูปแบบนี้ในอนาคต

ในประเทศไทย ข้อมูลการสำรวจ FastWork เว็บไซต์ให้บริการจัดหางาน พบว่า ปัจจุบันแรงงานในประเทศไทยมีลักษณะการทำงานแบบ NextGen Work จำนวนมากกว่า 2 ล้านคน และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นปีละประมาณ 300,000 - 600,000 คน 1 ใน 3 ของกลุ่มคนเจเนอเรชันวายมีแนวโน้มการทำงานแบบ NextGen Work สูงกว่าคนกลุ่มอื่น โดยเหตุผลง่าย ๆคือการเติบโตมาในยุคเปลี่ยนผ่านแบบ Traditional employment รูปแบบการทำานแบบเดิม สู่  Self-employment รูปแบบการทำงานแบบเป็นนายตัวเอง

4 อาชีพ NextGen Work ยอดฮิตที่นายจ้างมักจ้างในไทย ได้แก่

  • อาชีพกราฟิกดีไซน์
  • อาชีพเกี่ยวกับการตลาดออนไลน์และโฆษณา
  • อาชีพเกี่ยวกับ เว็บและโปรแกรมมิ่ง
  • อาชีพเกี่ยวกับงานเขียนและแปลภาษา

จากการศึกษาพลวัตความเปลี่ยนแปลงทางรูปแบบการทำงานของไทยและการเปลี่ยนผ่านสู่การทำงานแบบ NextGen Work พบว่ากลุ่มคนที่ทำงานในรูปแบบใหม่ยังไม่มีความตระหนักถึงเรื่องการวางแผนด้านการเงินในอนาคตเท่าที่ควร  โดยกลุ่มตัวอย่างอายุระหว่าง 18-39 ปี จำนวน 6,255 คน พบว่าร้อยละ 72 ยังไม่ได้มีการวางแผนเตรียมพร้อมสำหรับการใช้ชีวิตในยามเกษียณ

แม้ว่าเด็กรุ่นใหม่จะเป็นกลุ่มที่ชอบความเป็นอิสระ ต้องการเป็นผู้จัดการตนเอง รวมถึงชอบการทำงานที่มีความยืดหยุ่นสูง แต่ยังเป็นกลุ่มที่ตระหนักถึงความสำคัญของความมั่นคงด้านรายได้ และสวัสดิการ ดังนั้น จึงพบว่ากลุ่มเด็กรุ่นใหม่จำนวนมาก ยังคงทำงานในระบบทั้งภาครัฐและเอกชน แต่มีบางส่วนที่ต้องการเพิ่มรายได้ และ ตอบสนองความชื่นชอบส่วนบุคคล ด้วยการทำอาชีพที่ 2 และพร้อมจะเปลี่ยนไป ทำอาชีพอิสระเป็นอาชีพหลักได้เช่นกัน หากสร้างรายได้ได้มากกว่า

ความไม่แน่นอนคือสิ่งที่ทุกคนกังวลต่อการทำงานรูปแบบนี้ แต่ความไม่แน่นอนคือความท้าทายที่กลุ่มคนเจเนอเรชั่นวายแสวงหา

รูปแบบ NextGen Work  คือ การทำงานที่เน้นอิสระในการเลือกงานและจัดระบบการทำงานของแต่ละบุคคล เอื้อให้บุคคลมีรายได้ เพิ่มขึ้นเนื่องจากสามารถรับงานจากผู้ว่าจ้างหลายที่พร้อมกันได้ อีกทั้งยังเอื้อให้บุคคลสามารถจัดการเวลาการทำงานกับการใช้ชีวิตส่วนตัวให้เกิดความสมดุลและเหมาะสม

เพราะบอนชอนและโบท็อกซ์ คือสิ่งที่ทำให้มีกำลังใจใช้ชีวิตในประเทศที่ประยุทธเป็นนายกรัฐมนตรี