ทำไมยิ่งอายุมากขึ้น ก็ยิ่งรู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วกว่าเดิม?
  • Lifestyle
  • Dec 4, 2019

ปีหน้า พ.ศ. 2563 ใครกำลังจะก้าวข้ามอายุเลข 3 หรือเลข 4 บ้าง? ยังไม่ทันตั้งสติดี...เผลออีกทีกาลเวลาก็พรากความหนุ่มสาวไปจากคุณซะอย่างงั้น ยิ่งพออายุมากขึ้นก็ยิ่งรู้สึกว่าวันเกิดกับวันสิ้นปีวนลูปมาทักทายเร็วเหลือเกิน 

ย้อนกลับไปเมื่อครั้งยังเด็ก พวกเรามักจะรู้สึกว่าวันเวลาช่างผ่านไปอย่างเนิบช้า "เวลา" ถูกใช้สอยไปกับความสนุกสนาน การผจญภัย และการเดินทางไปข้างหน้าอย่างไม่มีที่สิ้นสุด โดยเฉพาะวันหยุดปิดเทอมใหญ่สมัยเรียน ถือเป็นช่วงเวลาแห่งการเที่ยวเล่นและพักผ่อนที่ยาวนานจริงๆ ต่างกับวัยผู้ใหญ่หรือวัยทำงานที่ดูเหมือนว่า "เวลา" จะเร่งความเร็วด้วยอัตราที่น่ากลัวแบบไม่ทันตั้งตัว

แต่รู้หรือไม่ว่าจริงๆ แล้วเราก็ไม่จำเป็นต้องรู้สึกแบบนี้เสมอไป เพราะในมิติทางจิตวิทยาแล้ว เวลา สามารถยืดหยุ่นได้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ และประสบการณ์ในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ ในแต่ละช่วงชีวิต แล้วถ้าเราอยากให้วันเวลาหมุนช้าลงซะหน่อยล่ะ ต้องทำยังไง? Bottom Line ชวนมาหาคำตอบไปพร้อมกัน

- ทำความเข้าใจปัจจัยพื้นฐานของเวลา -

การทำความเข้าใจกระบวนการทางจิตวิทยาของเวลาที่ใช้ในการสร้างประสบการณ์ชีวิตในแต่ละวัน อาจช่วยให้คุณสามารถลดความเร็วของวันเวลาลงได้เล็กน้อย โดยมีกฎพื้นฐานด้านจิตวิทยาหลายประการที่คนส่วนใหญ่มักจะรู้สึกไปในทิศทางเดียวกัน อย่างแรกคือ เวลานั้นดูเหมือนจะเร็วขึ้นเมื่อเราโตขึ้น อีกอย่างคือ เวลานั้นดูเหมือนจะช้าลงเมื่อเราเผชิญกับสภาพแวดล้อมและประสบการณ์ใหม่

กฎทั้งสองนี้เกิดจากปัจจัยพื้นฐานเดียวกัน นั่นคือ ความสัมพันธ์ระหว่างประสบการณ์ด้านเวลาและจำนวนข้อมูล (รวมถึงการรับรู้ ความรู้สึก และความคิด) เมื่อมาผนวกกันจึงเกิดกระบวนการในจิตใจของคนเรา ทำให้เรารู้สึกว่า "ยิ่งเรารับรู้ข้อมูลใหม่ๆ มากขึ้น เวลาก็ดูเหมือนจะผ่านไปช้าลง" ตรงจุดนี้จึงอธิบายได้ว่าทำไมเวลาจึงดูเหมือนผ่านไปอย่างช้าๆ สำหรับเด็ก และดูเหมือนจะเร็วขึ้นเมื่อเราโตขึ้น

สำหรับเด็ก...โลกเป็นสถานที่ที่น่าสนใจ เต็มไปด้วยประสบการณ์ใหม่และความรู้สึกสดชื่น แต่เมื่อเราอายุมากขึ้น...เรามีประสบการณ์ใหม่น้อยลงและเราก็จะคุ้นเคยกับโลกรอบตัวมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเราคุ้นเคยกับประสบการณ์ของเราซึ่งเกิดขึ้นซ้ำๆ หมายความว่าเราใช้เวลาในการประมวลผลข้อมูลน้อยลง นั่นจึงทำให้เวลาดูเหมือนจะเร็วขึ้นนั่นเอง

- ประสบการณ์ใหม่ทำให้โลกหมุนช้าลง -

โดยสรุปคือการใช้เวลาของคนเราจะขยายออกไปเมื่อเรากำลังมีประสบการณ์ใหม่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย เพราะจิตใจและสมองของเรากำลังประมวลผลข้อมูลมากกว่าปกติ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อคุณไปต่างประเทศคุณจะรู้สึกไวต่อสิ่งรอบตัวมากขึ้น ทุกอย่างไม่คุ้นเคยและเป็นสิ่งใหม่ ดังนั้นคุณจึงให้ความสนใจและรับข้อมูลมากขึ้น

มันเหมือนกับเวลาที่คุณใช้เวลาทั้งวันในการฝึกอบรมเรียนรู้สิ่งใหม่กับกลุ่มคนที่ไม่คุ้นเคย และรู้สึกเหมือนเวลาผ่านไปนานกว่าการที่ทำกิจกรรมเดิมๆ ในตอนที่คุณอยู่บ้านตามปกติ ทั้งหมดนี้นำไปสู่คำแนะนำง่ายๆ 2 ข้อ เกี่ยวกับวิธีที่เราสามารถขยายเวลาให้ดูเหมือนนานขึ้นได้ ได้แก่ 

1. เปิดรับสิ่งใหม่เสมอ

เมื่อเรารู้แล้วว่า "ความคุ้นเคย" ทำให้เวลาผ่านไปเร็วขึ้น เราจึงสามารถชะลอเวลาให้ช้าลงได้ด้วยการเปิดรับประสบการณ์ใหม่ให้มากที่สุด เช่น การเดินทางไปยังสถานที่ใหม่ๆ เปิดรับความท้าทายใหม่ๆ ออกไปพบปะผู้คนใหม่ๆ เปิดรับข้อมูลใหม่ๆ อัพเดตตัวเองให้เท่าทันโลกยุคปัจจุบัน หันมาทำงานอดิเรกและเพิ่มทักษะและอื่นๆ ให้ตัวเอง สิ่งนี้จะเพิ่มจำนวนข้อมูลที่กระบวนการจิตใจของเราและทำให้รู้สึกว่าใช้เวลาได้นานขึ้น หรือรู้สึกว่าเวลาไม่หมุนเร็วจนเกินไป

2. ดึงสติให้อยู่กับปัจจุบัน

วิธีนี้อาจมีประสิทธิภาพมากที่สุด เราสามารถชะลอเวลาโดยใช้ความพยายามดึง "สติ" ให้อยู่กับปัจจุบันขณะมากที่สุด เพื่อให้จิตใจและสมองรับรู้ประสบการณ์ในกิจกรรมที่เราทำอยู่ได้มากขึ้น การมีสติหมายถึงการให้ความสนใจอย่างเต็มที่กับการกระทำขณะนั้นๆ เปิดการรับรู้ถึงความรู้สึกทุกอย่าง ทั้งการชิม การดม หรือการได้ยิน แทนที่จะจมอยู่ในความคิดฟุ้งซ่านตลอดเวลา

ยกตัวอย่างเช่นเมื่อคุณอาบน้ำในตอนเช้า แทนที่จะปล่อยให้ใจของคุณล่องลอยไปกับความคิดต่างๆ เช่น สิ่งที่คุณต้องทำในวันนี้หรือสิ่งที่คุณทำเมื่อคืนที่ผ่านมา ลองเปลี่ยนใหม่โดยการพยายามดึงความสนใจมาอยู่ ณ ที่นี่และตอนนี้ เพื่อให้ตระหนักถึงความรู้สึกของน้ำที่กระเด็นและวิ่งไปตามร่างกายของคุณ ความรู้สึกเย็นสบาย และความสะอาดที่คุณรู้สึก

หรือระหว่างทางกลับบ้านจากการทำงานบนรถบัสหรือรถไฟ แทนที่จะครุ่นคิดอยู่กับปัญหาจากที่ทำงาน หรือสิ่งที่คุณต้องรับมือในการทำงาน ลองเปลี่ยนมาเน้นความสนใจของคุณออกไปข้างนอก ดูท้องฟ้า ดูอาคารบ้านเรือนริมทางดูบ้างก็ดีเหมือนกันนะ

จากมุมมองนี้จะทำให้เราไม่รู้สึกว่าเวลาเป็นศัตรู เนื่องจากเราสามารถเข้าใจและควบคุมประสบการณ์การใช้เวลาในแต่ละกิจกรรมของชีวิตได้นั่นเอง

------------------------------------------

อ้างอิง:

https://qz.com/quartzy/1610044/how-to-make-time-go-slower/

https://theconversation.com/feel-like-time-is-flying-heres-how-to-slow-it-down-115257

 

การใช้เวลาของคนเราจะขยายออกไปเมื่อเรากำลังมีประสบการณ์ใหม่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย เพราะจิตใจและสมองของเรากำลังประมวลผลข้อมูลมากกว่าปกติ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อคุณไปต่างประเทศคุณจะรู้สึกไวต่อสิ่งรอบตัวมากขึ้น ทุกอย่างไม่คุ้นเคยและเป็นสิ่งใหม่ ดังนั้นคุณจึงให้ความสนใจและรับข้อมูลมากขึ้น

นักข่าว นักหนังสือพิมพ์ ที่ทำงานในแวดวงสื่อสารมวลชนทั้งในแพลตฟอร์มหนังสือพิมพ์และออนไลน์ ชอบท่องโลกกว้างเป็นชีวิตจิตใจ ไม่พลาดที่จะค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ จากการกิน ดื่ม เที่ยว ไปพร้อมกับเพิ่มทักษะ Self-Development ในทุกๆ จังหวะของชีวิต

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์ เราจะเป็น “เพื่อน” ที่คนอ่านทั้ง “เอามัน” และ “เอาเรื่อง”

เชื่อใจได้ตลอดเวลา ในวันที่ทุกคนเล่นบท “สื่อ” บนพื้นที่ข่าวสารอันเชี่ยวกรากในโลกออนไลน์ แต่ “ความน่าเชื่อถือ” มักเป็นสิ่งที่ผู้คนมองหาเสมอเมื่อต้องการ “ใช้ข่าว” สักชิ้น ไม่ว่าจะเพื่อ “บอกเล่า-อ้างอิง-วิเคราะห์” ก็ตาม

  • About
  • Contact
  • For Advertiser
  • Want to become an author?