The Lion King ละครเวทีที่ผู้ใหญ่ต้องดู!
  • Lifestyle
  • Sep 21, 2019

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาได้เวลาที่ทุ่งหญ้าสะวันนาและผาทรนงแห่งละครเวที The Lion King Musical ได้เปิดม่านการแสดงให้ผู้ชมคนไทยได้สัมผัสเป็นครั้งแรก นี่นับเป็นละครเวทีเรื่องหนึ่งที่คนไทยไม่ควรพลาดในปีนี้ เพราะไม่ใช่เพียงแค่เป็นเรื่องราวที่ทุกคนรู้จักเป็นอย่างดีเท่านั้น แต่นี่อาจเป็นครั้งเดียวที่การแสดงอันดับหนึ่งของโลกจะได้มาเปิดแสดงในบ้านเรา

แต่ด้วยเหตุผลเพียงเท่านี้อาจทำให้หลายคนยังลังเลเพราะด้วยราคาบัตรที่สูงลิ่ว (แพงกว่าละครเวทีของคนไทยและอาจแพงกว่าละครเวทีจากต่างประเทศที่เคยมาเปิดแสดง) ดังนั้นสิ่งต่อไปนี้จะช่วยบอกว่า ทำไมคนไทยทุกคนไม่ควรพลาดการแสดงนี้

  • Lion King Musical ไม่ใช่ละครเวทีสำหรับเด็ก แต่เหมาะกับทุกคนในครอบครัว

แม้ว่าด้วยเรื่องราวของละครเวทีเรื่องนี้จะมีที่มาจากการ์ตูนอะนิเมชั่นสุดคลาสสิคของดิสนีย์ และเพิ่งถูกนำมาสร้างเป็น Live Action เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา แต่สำหรับในละครเวทีแล้วนอกจากเด็กๆ ที่หากได้มีโอกาสมาชมจะได้เติมเต็มจินตนาการจากตัวละครฝูงสัตว์หลากหลายชนิดในเรื่องแล้ว สำหรับผู้ใหญ่นี่คือละครเวทีที่จะช่วยให้เราได้ย้อนกลับไปในวัยเด็ก นอกจากนี้เรื่องราวที่เคยรับรู้เมื่อวัยเด็ก เมื่อเราโตขึ้นและได้กลับมาดูอีกครั้งมุมมองและความเข้าใจต่อเรื่องราวของสิงโตเจ้าป่านี้จะเปลี่ยนไป เพราะแท้จริงแล้ว The Lion King มีข้อคิดที่เมื่อก่อนเราอาจจะเด็กเกินกว่าจะเข้าใจ ดังนั้นการเลือกใช้เวลากับคน

ในครอบครัวด้วยละครเวทีเรื่องนี้จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่คุ้มค่า ทั้งเปิดโอกาสให้เด็กได้เห็นสิ่งใหม่ๆ พร้อมกับที่เราเองได้ทบทวนเรื่องราวเก่าๆ

  • แม้ตัวละครจะเป็นสัตว์ป่า แต่คือเรื่องราวของมนุษย์

The Lion King หลายคนทราบกันดีอยู่แล้วว่านี่คือเรื่องราวของฝูงสิงโตที่เป็นราชาของสรรพสัตว์ในทุ่งหญ้าสะวันนา แต่แล้ววันหนึ่งก็เกิดการช่วงชิงตำแหน่งราชสีห์เจ้าป่า ซึ่งท้ายที่สุดผู้ที่มีจิตวิญญาณที่เจ้าป่าก็ไม่สามารถทานทนเห็นความทุกข์ยากของผู้อยู่ใต้ปกครองได้และเลือกทำในสิ่งที่ตนเองเป็น ด้วยเรื่องราวที่ถูกแต่งขึ้นนี้จึงทำให้เห็นว่าโครงเรื่องของ The Lion King มีการสอดแทรกความเป็นมนุษย์ที่มีความรัก โลภ โกรธ หลง ตลอดจนเรื่องของชนชั้นและระบบการปกครองอยู่มากกว่าเรื่องของสัญชาตญาณสัตว์ ที่เป็นองค์ประกอบที่ช่วยแต่งแต้มให้เรื่องราวน่าสนใจมากขึ้นเท่านั้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อถูกนำมาถ่ายทอดในรูปแบบบละครเวทีที่ต้องใช้คนในการแสดงแล้วด้วย ยิ่งทำให้กลิ่นอายของความเป็นมนุษย์ให้เด่นชัดกว่ารูปแบบอื่น ดังนั้นสำหรับผู้ชมที่เป็นผู้ใหญ่การมาดูละครเวทีเรื่องนี้จึงช่วยให้เราได้ทำความเข้าใจตัวตนของคนแต่ละแบบที่ถูกนำเสนอเหล่าผ่านสัตว์แต่ละประเภท บางทีการที่ความเป็นมนุษย์แต่ละแบบถูกเล่าออกมาผ่านตัวละครที่เป็นสัตว์ป่าแต่ละชนิดแล้ว อาจทำให้เราเข้าใจได้มากยิ่งขึ้นว่าคนที่เราปฏิสัมพันธ์ในทุกวันนี้เป็นแบบไหนก็ได้

  • รับรู้อารมณ์ผ่านผู้แสดง พร้อมเรื่องราวสัตว์ป่าผ่านหน้ากาก

ละครเวที The Lion King Musical นี้มีวิธีการนำเสนอด้วยการใช้ผู้แสดงสวมใส่หน้ากากหรือเชิดหุ่นสัตว์ชนิดต่างๆ ซึ่งข้อสังเกตที่เห็นได้อย่างชัดเจนเลยคือตัวละครแทบทุกตัวจะไม่มีการปิดบังใบหน้าของผู้แสดง ต่างจากการเชิดหุ่นหรือโชว์ที่สวมใส่หน้ากากทั่วๆ ไปที่เราเคยได้ชม ที่จะพยายามอำพรางใบหน้าผู้แสดงไว้เพื่อให้เพ่งความสนใจไปที่ตัวหุ่นหรือหน้ากากที่กำลังรับบทบาท พร้อมทั้งให้ผู้ชมทำความเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครผ่านบทพรรณนาหรือผ่านทางภาษากาย

แต่ The Lion King แตกต่างออกไป ด้วยการทำให้ผู้ชมเห็นสีหน้าแววตาของผู้แสดงที่ช่วยให้เข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครได้ทันที ขณะเดียวกันหน้ากากหรือหุ่นกระบอกยังทำหน้าที่บ่งบอกว่าเป็นสัตว์ชนิดไหน เมื่อหน้ากากหรือหุ่นมาผสมผสานกับการแสดงของผู้แสดงที่เลียนแบบพฤติกรรมสัตว์ แต่แสดงสีหน้าอารมณ์แบบมนุษย์ จึงทำให้ทุกองค์ประกอบทั้งหมดนี้ผสมกลมกลืนไปอย่างลงตัว จนอาจทำให้เราแทบไม่รู้ตัวว่ากำลังดูหน้าผู้แสดงหรือดูหน้ากากบนศีรษะของเขากันแน่

  • ถ่ายทอดศิลปะหลายรูปแบบ พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจ

จูลีย์ เทย์มอร์ ผู้กำกับการแสดงละครเวที The Lion King Musical ได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ชิ้นงานต่างๆ ในละครเวทีเรื่องนี้จากประสบการณ์ของการมาอาศัยในประเทศอินโดนีเซียและประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งทำให้เธอได้เห็นศิลปะการแสดงด้วยการเชิดหุ่นและหน้ากากในกลุ่มประเทศเหล่านี้ โดยหนึ่งในนั้นคือศิลปะการเชิดหนังใหญ่ของไทย

ดังนั้นรูปแบบการนำเสนอสรรพสัตว์และองค์ประกอบต่างๆ จึงเป็นการรวบรวมศิลปกรรมจากหลากหลายประเทศมาเป็นอันหนึ่งอันเดียวในโชว์ และข้อนี้จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ผู้ชมทุกคนไม่ควรไปสาย เพราะจะทำให้คุณพลาดการแสดงเปิดอย่างเพลง Circle of life ที่ทุกสรรพสัตว์จะออกมาโลดแล่นให้เราได้ตื่นตาในทุกวินาทีของการแสดงเพลงนี้ พร้อมไปกับได้เห็นความหลากหลายของศิลปะการแสดงที่รวมอยู่ในโชว์นี้

ดังนั้นหากในยุคนี้อาหารลักษณะที่เรียกว่า Fusion Food เป็นแนวที่กำลังได้รับความนิยมแล้วล่ะก็ ละครเวทีเรื่องนี้ที่ผสมผสานความหลากหลายของศิลปะและวัฒนธรรมก็อาจเป็นอีกหนึ่งเมนูการแสดงที่ช่วยเติมเต็มให้เราอิ่มใจไปพร้อมกับได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ ไปพร้อมกัน

จากภาพในการ์ตูนอะนิเมชั่นที่เคยได้ชมในวัยเด็ก ผ่านเวลามาในวันนี้ภาพเหล่านั้นจะกลับมาอีกครั้งในรูปแบบของการแสดงสด ที่เมื่อเราได้ชมอีกครั้งจึงได้พบว่าแท้จริงแล้วไม่ใช่เพียงความสนุกและความสุขที่เราได้รับจากเรื่องราวของ The Lion King หากแต่การเรียนรู้ที่จะยอมรับตัวตนและทำในสิ่งที่เป็นจิตวิญญาณของเรา โดยไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรคเราย่อมเป็นเจ้าป่าในวิถีทางของเราได้ สิ่งเหล่านี้อาจเป็นคำสอนที่ผู้ใหญ่อย่างเราๆ ทุกคนได้รับเมื่อก้าวออกจากโรงละคร

The Lion King Musical เป็นละครเวทีจากทีมผู้สร้างอันดับ 1 ของโลก กำลังมาจัดการแสดงในไทย โดยรูปแบบการนำเสนอได้รับแรงบันดาลใจจากประสบการณ์ของผู้กำกับ จูลีย์ เทย์มอร์ ที่เคยมาอาศัยในประเทศอินโดนีเซียและประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงได้นำเอาศิลปะการเชิดหุ่นและหน้ากาก และศิลปะการเชิดหนังใหญ่ของไทย เข้ามาเป็นองค์ประกอบในละครเวทีเรื่องนี้ด้วย

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์