แม้ย้อนเวลาได้ จะไม่แก้ไขอะไรเลย คำตอบพิเศษของ ฟ้าใส - ปวีณสุดา  มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2019
แม้ย้อนเวลาได้ จะไม่แก้ไขอะไรเลย คำตอบพิเศษของ ฟ้าใส - ปวีณสุดา  มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2019
แม้ย้อนเวลาได้ จะไม่แก้ไขอะไรเลย คำตอบพิเศษของ ฟ้าใส - ปวีณสุดา  มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2019
แม้ย้อนเวลาได้ จะไม่แก้ไขอะไรเลย คำตอบพิเศษของ ฟ้าใส - ปวีณสุดา  มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2019
แม้ย้อนเวลาได้ จะไม่แก้ไขอะไรเลย คำตอบพิเศษของ ฟ้าใส - ปวีณสุดา  มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2019
แม้ย้อนเวลาได้ จะไม่แก้ไขอะไรเลย คำตอบพิเศษของ ฟ้าใส - ปวีณสุดา  มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2019
แม้ย้อนเวลาได้ จะไม่แก้ไขอะไรเลย คำตอบพิเศษของ ฟ้าใส - ปวีณสุดา  มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2019
  • Lifestyle
  • Jul 9, 2019

นาทีนี้ คงไม่มีใครไม่รู้จัก ฟ้าใส - ปวีณสุดา ดรูอิ้น สาวงามผู้คว้ามงกุฎอันทรงเกียรติจากเวที มิสยูนิเวิร์สไทยแลด์ 2019 มาครองได้สำเร็จ หลังจากที่เธอมุ่งมั่นเดินทางบนถนนสายนางงามมากว่า 5 เวที ตั้งแต่ปี 2013 จนถึงปัจจุบัน และผลจากความตั้งมั่นและพยายาม ในที่สุด...เธอก็ทำมันสำเร็จ!

ทันทีที่เธอปรากฏตัว พวกเราชาว Bottom Line ไม่เพียงชื่นชมความงามและความสามารถ แต่คว้าตัวสาวสวยคนเก่งมาพูดคุยถึงความสำเร็จครั้งนี้ของเธอ รวมถึงเล่น Quiz เล็กๆ น้อยๆ ด้วยการโยนคำถามพิเศษให้เธอลองตอบดู เลื่อนลงไปอ่านคำตอบข้อสุดท้ายของเธอดีๆ แล้วคุณจะหลงรักเธอไม่ต่างจากเรา

ถามตัวเองกี่ครั้ง คำตอบก็ยัง ใช่!

ก่อนที่จะมาประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2019 ครั้งนี้ ฟ้าใสบอกว่า เธอเคยผ่านเวทีประกวดนางงามมาถึง 5 ครั้งด้วยกันแต่ยังคว้ามงไม่ได้สักครั้ง จนทำให้เธอขาดความมั่นใจอยู่นานทีเดียว แต่เมื่อถามตัวเองอีกครั้งว่ายังอยากประกวดมั้ย? คำตอบ คือ ใช่! เธอจึงเดินหน้าต่อทันที

"จริงๆ ก่อนที่จะมาประกวดในครั้งนี้ โดยเฉพาะบนเวทีมิสยูนิเวิร์สไทยแลด์ เราก็มีโมเม้นท์ที่ถามตัวเองเหมือนกันว่า เรายังอยากจะเป็นนางงามอยู่มั้ย? แล้วถ้ายังอยากเป็น เราจะไปประกวดเวทีไหน เพราะแต่ละเวทีมีบริบทแตกต่างกัน แต่สุดท้ายก็เลือกมาเวทีมิสยูนิเวิร์สอีกครั้ง เพราะเรามี พี่ปุ๋ย ภรณ์ทิพย์ เป็นไอดอล 

อีกอย่างคือ ถามตัวเองว่าอยากจะทำงานด้านไหนกันแน่ เพราะก็มีโอกาสที่เราจะสามารถทำงานอื่น ในวงการอื่นๆ อีกมากมาย ไม่จำเป็นต้องเป็นสายนางงามก็ได้ แต่สุดท้ายแล้ว ก็ได้คำตอบกับตัวเองว่า เราก็ยังอยากที่จะประกวดอยู่ นี่เป็นความฝันของเรามานาน" 

ความฝันชัดเจนมากขึ้น ต้องเตรียมตัวให้ดีขึ้น 

ฟ้าใสเล่าต่อว่า ก่อนหน้านี้ความฝันที่จะเป็นนางงามยังคลุมเครือในใจ แต่มันกลับยิ่งชัดเจนมากขึ้นหลังจากเสร็จสิ้นการประกวดบนเวทีนางสาวไทยเมื่อปี 2013 (ได้รางวัลรองอันดับ1) เธอได้เรียนรู้เกี่ยวกับวงการนี้มากขึ้น และรู้ว่าตัวเองจะต้องสวยเก่งฉลาดครบเครื่องให้ได้มากที่สุด

"ตอนนั้นมีโอกาสได้อยู่เมืองไทยยาวหน่อย ได้ปฏิบัติภารกิจนางงามของเวทีนางสาวไทย ซึ่งตัวเองดรอปเรียนไว้ตอนปี 2 พักเรื่องเรียนไปเลย เพื่อประกวดและทำงาน วันหนึ่งเราก็ได้เรียนรู้ว่า สมัยนี้การประกวดนางงามไม่ได้ดูเรื่องรูปร่างหน้าตาอย่างเดียว แต่ต้องเก่ง ฉลาด มีความสามารถ ซึ่งเขาวัดความเก่งความฉลาดจากผลการเรียน

เราเลยตั้งใจแบบจริงจังเลยว่าเราจะต้องกลับไปตั้งเรียนต่อให้จบ และต้องได้เกียรตินิยมด้วย เพื่อที่จะกลับมาประกวดในเวทีมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์อย่างที่ตั้งใจไว้"

จากวันนั้นถึงวันนี้ เธอทำสำเร็จ!

หลังจากที่เรียนจบและได้เกียรตินิยม ในช่วงปี 2017 เธอก็ได้เดินสายประกวดทั้งเวทีมิสเอิร์ธและเวทีมิสยูนิเวิร์ส แต่มงก็ยังไม่ลงสักที จนมาปีนี้ เมื่อเวทีมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์เปิดรับสมัครอีกครั้ง เธอก็ยังลังเลว่าจะไปหรือไม่ไปดี? แต่เมื่อทางกองประกวด TPN ประกาศว่า ปีนี้ให้โอกาสคนที่เคยได้ตำแหน่งรองในปีก่อนๆ กลับมาประกวดได้อีกครั้ง เธอจึงลุยทันที

"ตอนแรกมันก็มีคำว่า fear and failure ผุดขึ้นมาในใจเหมือนกันนะคะ แต่เราก็กลับมาคิดว่า ในเมื่อเขาให้โอกาสแล้ว ถ้าเราไม่คว้าโอกาสนี้ไว้จะต้องเสียใจไปตลอดแน่ๆ  ก็ตัดสินใจเลยว่าเราจะไป และคิดว่า โอเค ไม่ว่าผลมันจะออกมายังไง ถ้าเราทำทุกอย่างเต็มที่แล้ว เราก็ภูมิใจแล้ว มันจะไม่มีคำว่า What if (ตอนนั้นฉันน่าจะ...) ในอนาคต

"ที่สำคัญ เป้าหมายของเราก็ยังชัดเจนเหมือนเดิม มีคนถามเหมือนกันว่าทำไมไม่ไปประกวดที่แคนาดา ทำไมต้องมาประกวดที่ไทย แต่ใจเราคือ เราอยากมาประกวดที่ไทย อยากเป็นตัวแทนประเทศไทย อยากคาดสายสะพายคำว่า Thailand สำหรับเราคือ ต้องเป็นมิสยูนิเวิร์สตัวแทนประเทศไทยเท่านั้น"

ความยากของการเป็น "นางงาม"

เชื่อหรือไม่? ยังมีคนบางกลุ่มที่ตีค่าการประกวดนางงามคือการประกวดขาอ่อน คือการนำกลุ่มผู้หญิงจำนวนหนึ่งขึ้นมาโชว์สรีระรูปร่างเพียงแค่นั้น แถมยังทับถมว่าพวกนางงามสวยแต่ไร้สมอง? แต่ในความเป็นจริง ฟ้าใสบอกว่า "การเป็นนางงามมันไม่ง่ายนะคะ!"

"ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ยังไม่เคยดูการประกวดนางงาม เราอยากให้คุณเปิดใจ ลองเปิดดูการประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2019 แล้วเวลาที่เขาถามคำถามไม่ว่าจะ Top 5 หรือ Top 3 แล้วพยายามตอบให้ได้ภายใน 30 วินาที อย่างที่พวกเราตอบ อยากให้ลองดูดีกว่า แล้วจะรู้ว่ามันไม่ง่ายเลย

"ในฐานะที่ฟ้าใสเคยเป็นทั้งนางงาม เคยเป็นคณะกรรมการ และเคยเป็นคนดูมาก่อน ในบทบาทต่างๆ กัน Feeling ไม่เหมือนกันเลย บางครั้งมันไม่มีอะไรที่ถูกใจคนดูไปซะทุกอย่าง แต่สิ่งหนึ่งที่คุณจะรับรู้ได้ก็คือการประกวดนางงาม จะต้องผ่านการฝึกฝน ต้องมีทั้งสติ มีไหวพริบที่ดี มีความรู้กว้างขวาง แล้วจะต้องฝึกการตอบคำถามออกมาให้ได้ดีที่สุดภายใน 30 วินาทีด้วย เท่าที่หลายๆ คนบอกมาคือคำถามปีนี้ เป็นคำถามที่หินมากๆ"

ถ้าย้อนเวลาได้ ไม่อยากแก้ไขอะไรเลย

ในเมื่อการตอบคำถามมีความสำคัญในการประกวดมาก เราจึงถามเธอว่าถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เธออยากกลับไปแก้ไขการตอบคำถามของตัวเองบนเวทีประกวดในครั้งก่อนๆ หรือไม่? ซึ่งคำตอบที่ได้ก็คือ ไม่ค่ะ!

"สำหรับเราคือ ไม่ว่าผลมันจะออกมายังไง เราทำได้ดีที่สุดแล้ว ณ ตอนนั้น เพราะเราเองก็เตรียมความพร้อมมาสุดๆ ในช่วงเวลานั้นแล้ว ก็คือเวลาถ้าเราย้อนกลับไป ถามว่าวันนี้เราทำได้ดีกว่ามั้ย แน่นอน เราทำได้ดีกว่าอยู่แล้ว

"แต่ว่า ณ ตอนนั้นด้วยอายุ ด้วยประสบการณ์ ด้วยหลายสิ่งหลายอย่างเราทำดีที่สุดแล้ว ดังนั้นไม่อยากย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรดีกว่า เพราะทุกอย่างมันเป็นครู ที่ทำให้เราพัฒนาตัวเอง จนทำให้เรามีฟ้าใสในทุกวันนี้ค่ะ"

ไหนๆ ก็มา Bottom Line ทั้งที เราเลยชวนฟ้าใสเล่นควิซร่วมกับเราเล็กน้อย โดยการโยนคำถามให้เธอลองตอบดู อาจจะช่วยเธอฝึกการตอบคำถามบนเวทีใหญ่ครั้งหน้าที่กำลังจะถึงนี้ได้ด้วยอีกทาง

คำถาม: คุณคิดอย่างไรกับกลุ่มความหลากหลายทางเพศหรือกลุ่ม LGBTQ+ ในแง่ความเท่าเทียมของสังคมยุคปัจจุบัน

คำตอบของฟ้าใส: "มีคำสอนของคุณพ่อที่หนูนำมาใช้ในชีวิตประจำวันเสมอ ก็คือ I try to see people not with my eyes but with my heart. คือพ่อพยายามมองผู้คนไม่ใช่ด้วยตาหรือมองแค่ภายนอก แต่มองที่จิตใจ เพราะว่าจริงๆ แล้ว เราเป็นคนเหมือนกัน ไม่ว่าจะเกิดมาเป็นเพศไหนหรือว่ารักเพศไหนก็ตาม เราไม่ควรที่จะ Put a limit or Put what love is (ไม่ควรตีกรอบหรือไปว่าเขาว่าความรักต้องเป็นแบบนี้ๆ เท่านั้น)

"หนูมองคนว่าเขาเป็นคนดีมั้ย ถ้าเขาเป็นคนดีแล้วเรารักเขาในฐานะคนๆ หนึ่ง ก็เป็นสิทธิ์ของทุกคนที่จะทำได้ หรือถ้าเรามีคนรอบข้างที่เป็น LGBTQ แล้วเขารักกัน เราก็พร้อมที่จะสนับสนุนเขาและ Happy ไปกับเขาด้วย

"หนูเชื่อว่าทุกคนสมควรที่จะได้รับโอกาสนั้น สมควรที่จะได้รับโอกาสในการที่จะรักใครก็ได้ สมควรที่จะได้รับโอกาสในการใช้ชีวิตอย่างที่เขาต้องการ เพราะทุกคนมีสิทธิ์ที่จะใช้ชีวิตของตัวเองค่ะ"

Side Dish

- ฟ้าใสมีชื่อจริงแบบเต็มๆ ว่า เจนนิเฟอร์ ปวีณสุดา แซ่ตั่น ดรูอิ้น (Jennifer Paweensuda Saetan-Drouin) เป็นลูกครึ่งไทยเชื้อสายจีนและแคนาดา

- ผลงานการประกวดที่ผ่านมา ได้แก่ 
เวทีมิสไทยแลนด์ไชนิส คอสมอส ปี 2013 ได้ตำแหน่งรองอันดับ 2
เวทีมิสไทยแลนด์ไชนิส คอสมอส เซาท์อีสเอเชีย ปี 2013 (ตัวแทนประเทศไทย) ติด top 8 คนสุดท้าย
เวทีนางสาวไทย ปี 2013 ได้ตำแหน่งรองอันดับ 1
เวทีมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ปี 2017 ได้ตำแหน่งรองอันดับ 2
เวทีมิสเอิร์ธ ปี 2017 (ตัวแทนประเทศไทย) ติดอันดับ top 8 คนสุดท้าย
เวทีมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2019 คว้ารางวัลชนะเลิศ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2019

ฟ้าใส ปวีณสุดา จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจาก University Of Calgary ที่ประเทศแคนาดา ด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1 เรียนสาขาวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหว หรือ Kinesiology

เรื่อง: วรุณรัตน์ คัทมาตย์

ภาพ: ปราโมทย์ พุทไธสง, กองประกวด MUT

สวย ฉลาด การตอบคำถามที่หลักแหลม และความเป็นตัวของตัวเองนี่แหละ ที่ทำให้ ฟ้าใส - ปวีณสุดา ดรูอิ้น คว้าตำแหน่งมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2019 มาครองได้ในที่สุด

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์