“ชีวิตชีวา” -บิงซูตำรับเชียงใหม่ ที่สร้างเอกลักษณ์จนคนหลงรัก
“ชีวิตชีวา” -บิงซูตำรับเชียงใหม่ ที่สร้างเอกลักษณ์จนคนหลงรัก
“ชีวิตชีวา” -บิงซูตำรับเชียงใหม่ ที่สร้างเอกลักษณ์จนคนหลงรัก
“ชีวิตชีวา” -บิงซูตำรับเชียงใหม่ ที่สร้างเอกลักษณ์จนคนหลงรัก
“ชีวิตชีวา” -บิงซูตำรับเชียงใหม่ ที่สร้างเอกลักษณ์จนคนหลงรัก
  • Lifestyle
  • Jul 16, 2019

ชีวิตชีวา คือร้านคาเฟ่ขนมหวานอันดับหนึ่งของเชียงใหม่

คำพูดนี้ไม่ได้เกินเลยเมื่อวัดจากการเติบโตของร้านในเวลา 4 ปี ถือเป็นระยะเวลาที่รวดเร็วมากสำหรับร้านเล็กๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งการขยายสาขาในตัวเมืองทั้ง 3 สาขา การเปิดหน้าร้านในจังหวัดพิษณุโลก ที่ย่านใจกลางกรุงเทพมหานคร และการเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึงขีดสุดคือ การเปิดสาขาในต่างประเทศครั้งแรกที่ไทเป ประเทศไต้หวัน

ดาวเด่นของร้านคาเฟ่ขนมหวานเล็กๆ ร้านนี้คือ น้ำแข็งไสเกาหลีหรือบิงซู ที่กลายเป็นเมนูเอกลักษณ์อันเป็นลายเซ็นที่โดดเด่นของร้าน รวมถึงขนมหวานและเครื่องดื่มหลากหลายรูปแบบ ในบรรยากาศโทนร้านสีขาว และการตกแต่งร้านสบายๆ ในแบบมินิมอล

ฉันพบแพร-กันติชา สมศักดิ์ เจ้าของร้านชีวิตชีวาในบรรยากาศสบายๆ ของร้านในช่วงสายวันอาทิตย์ เธอนำ Cheeva Paradise หนึ่งในเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ของร้านที่มีความเปรี้ยวหวานอย่างพอเหมาะพอดีให้ฉันลองชิม

เครื่องดื่มหมดแก้ว - ก่อนฉันจะชิมขนมหวาน เรามาลองฟังสูตรลับของแพร และ Secret Ingredients สำคัญ ที่ทำให้ชีวิตชีวาคือร้านคาเฟ่ขนมหวานที่กลายเป็นที่รักของนักทานขนมหวานทั้งในระดับจังหวัด และระดับประเทศ

มือใหม่ในวงการขนม

แพรเป็น 1 ใน 3 พี่น้องทายาทของชีวาสปา กิจการสปาของครอบครัว ด้วยฐานะลูกคนโตที่เพิ่งจบการศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เธอจึงถูกทาบทามจากคุณแม่ให้รับช่วงต่อในการดูแลกิจการสปาของที่บ้าน แต่ติดอยู่ที่ว่าเธออยากลองทำตามความฝันของตัวเอง ด้วยการเป็นเจ้าของร้านกาแฟเล็กๆ เธอจึงเริ่มต้นความฝันของเธอด้วยการเริ่มธุรกิจขนมอบ

“ด้วยความที่เราช่วยงานที่บ้านมาเรื่อยๆ ตั้งแต่สมัยเรียน ม.3 เรารู้สึกว่าเราชอบงานบริการนะ แต่เราไม่ชอบทำสปาหรืออะไรที่รักสวยรักงาม ก็เลยไปหัดเรียนขนม เริ่มจากทำตามสูตรในอินเทอร์เน็ตแล้วรู้สึกชอบ จึงไปลงเรียนคอร์สทำขนมขั้นพื้นฐานค่ะ พอไปเรียนแล้วก็กลับมาลองทำ จนเริ่มทำขนมส่งขายตามร้านกาแฟ เราก็รู้มีคนชอบขนมของเรา เลยเริ่มขายลงอินสตาแกรม แล้วก็มีออกบูธตามงานอีเวนต์บ้าง

“จนพอได้มีโอกาสมาทำสปาสาขา 2 ที่ถนนศิริมังคลาจารย์ก็เห็นโอกาสว่า มันเป็นพื้นที่ที่สามารถทำเป็นร้านคาเฟ่ได้ และทำกิจการสปาควบคู่ไปได้ทั้ง 2 อย่าง จะได้มีร้านขนมเล็กๆ ตามความฝันของเรา แล้วก็ได้ดูแลธุรกิจของทางบ้านไปด้วย แต่เราก็มามองว่า มันจะเป็นแค่คาเฟ่ที่มีกาแฟและขนมเฉยๆ ไม่ได้ เพราะเชียงใหม่มีร้านกาแฟ ร้านขนมเยอะมาก ก็เลยมองหาสิ่งที่จะดึงลูกค้ามาร้านเรา จนเจอบิงซูที่เกาหลีค่ะ เหมือนน้ำแข็งไสบ้านเราแต่ต่างตรงขั้นตอนการผลิต และวัตถุดิบที่ใช้ เลยตัดสินใจลองทำ” แพรเล่าถึงจุดเริ่มต้นในเส้นทางสายขนมหวานของเธอ

ความหวานหอมของน้ำแข็งไส

เป็นความบังเอิญที่แพรไปเจอเครื่องทำบิงซูจากงานแฟร์แห่งหนึ่ง เธอตัดสินใจซื้อในที่สุด

แต่อย่าลืมว่า เมื่อ 5 ปีที่แล้ว เป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำบิงซูในประเทศไทย ขนมหวานเกาหลีชนิดนี้ยังแพร่หลายอยู่ในกรุงเทพฯ เท่านั้น แพรจึงลองผิดลองถูกอยู่กว่า 6 เดือน จนได้สูตรบิงซูที่สมบูรณ์แบบ โดยได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนชาวเกาหลีของเธอ ตั้งแต่ติดต่อร้านเพื่อขอวิธีการติดตั้งและใช้งานเครื่องบิงซู การค้นหาสูตรจากอินเทอร์เน็ต หรือครอบครัวที่ช่วยชิมตั้งแต่สูตรแรกจนถึงสูตรซึ่งลงตัวที่สุด

มีเนื้อบิงซูแล้ว แต่ก็ยังขาดเอกลักษณ์บางอย่างที่ทำให้บิงซูของเธอโดดเด่น แพรเลือกสิ่งที่เธอชอบทานมาปรับแต่งให้เข้ากับบิงซู รวมถึงการยืมลายเซ็นของชีวาสปา เป็นเมนูเปิดตัวของร้านชีวิตชีวา 

นั่นคือ บิงซูข้าวเหนียวมะม่วง ที่กลายเป็น Signature Dish สำคัญของชีวิตชีวา

“เมนูแรกที่ออกจะเป็นบิงซูข้าวเหนียวมะม่วง เพราะว่าที่เวลาลูกค้าใช้บริการสปาเสร็จ เราจะเสิร์ฟข้าวเหนียวมะม่วงให้ลูกค้าทาน เราเลือกนำมาปรับให้เป็น Combination ระหว่างร้านใหม่กับสปาของครอบครัว ส่วนเมนูที่เพิ่มมาก็จะยืดตัวแพรเองเป็นหลักว่าอยากหรือชอบทานอะไร ที่ลูกค้าจะอร่อยและทานได้เรื่อยๆ ไม่เลี่ยน ไม่หวานจนเกินไป เลยเลือกเป็นสตรอเบอร์รี่ชีสเค้กและไมโลค่ะ”

ว่าแล้วบิงซูข้าวเหนียวมะม่วงก็มาเสิร์ฟตรงหน้าฉัน มะม่วงชิ้นใหญ่ หวานและไปกันได้ดีกับน้ำแข็งไสจากนมที่ไม่หวานจนเกินไป ยิ่งเมื่อได้ทานกับข้าวเหนียวมูนโรยหน้าอัลมอนด์สไลซ์ องค์ประกอบทั้งหมดทำให้บิงซูถ้วยนี้อร่อยลงตัวจริงๆ 

นอกจากเมนูประจำแล้ว ชีวิตชีวาจะมีเมนูใหม่ๆ ทุก 3 เดือนที่สอดรับกับเทรนด์อาหารในช่วงเวลาต่างๆ ทั้งบิงซูทุเรียนที่มีทุเรียนเป็นเม็ดจริงๆ เสิร์ฟมาในจาน (สนนราคาอยู่ที่ 300 กว่าบาทไทยเองนะ!) บิงซูบัวลอยไข่เค็ม ที่ผู้รับประทานสามารถเทไข่เค็มเหลวได้เอง ทานคู่กับบัวลอยและบิงซูน้ำกะทิ บิงซูเอิร์ลเกรย์พร้อมไข่มุก และเยลลี่ไข่มุกที่มีรสชาติเข้มข้นของชานมจริงๆ หรือที่หน้าร้านในแต่ละสาขา จะมีเมนูให้บริการไม่เหมือนกัน บางสาขามี บางสาขาไม่มี เช่น  บิงซูเมล่อนที่เสิร์ฟในสาขาสตาร์อเวนิวอาเขต-เชียงใหม่ เท่านั้น

แพรบอกว่า นี่คือกลยุทธ์หนึ่งที่อยากให้ลูกค้าใช้บริการ “ชีวิตชีวา” อย่างทั่วถึงทุกสาขา

โตเร็ว โตไว โตอย่างยั่งยืน

หน้าร้านชีวิตชีวาสาขาแรกที่ซอยกรรไกรทอง ถนนศิริมังคลาจารย์ เปิดให้บริการในช่วงปลายปี 2558 เป็นช่วงเวลาเดียวกันที่สื่อสังคมออนไลน์ได้รับความนิยมมาก เมื่อชีวิตชีวาเปิดร้านในช่วงแรกมีลูกค้ามาใช้บริการอย่างไม่ขาดสาย เสียงชื่นชม คำวิจารณ์เชิงบวกเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วอย่างน่าตกใจ

แพรตัดสินใจเปิดหน้าร้านสาขาที่ 2 ในเวลาเพียง 6 เดือนเท่านั้น

“ตอนนั้นมีบล็อกเกอร์ มีแฟนเพจช่วยรีวิวด้วย เลยเกิดกระแสปากต่อปาก มีคนต่อแถวเยอะมากจนเรารับมือไม่ทัน เราได้คอมเพลนหลักๆ อยู่ 2 เรื่องคือ 1 -ที่จอดรถไม่มีเพราะพื้นที่สปาเราเล็ก 2 -ร้อน เพราะร้านเล็กมาก พอเจอปัญหาตอนนั้นเราก็แก้ไข คือเข้าไปดูแลลูกค้า พยายามสอบถาม ติดต่อ หรือโทรไปปรับความเข้าใจกับลูกค้าว่าเกิดจากอะไร นี่คือสิ่งสำคัญที่แพรได้มาจากการดูแลลูกค้าที่สปามาก่อน จากนั้นอีกอาทิตย์หนึ่ง เราก็ปรับจนเข้าที่เข้าทาง”

การขยายสาขาของร้านขนมเล็กๆ ในเวลาอันรวดเร็วเป็นเรื่องที่เกินความคาดหมาย แต่ยังมีเรื่องสำคัญที่ทำให้ชีวิตชีวาเดินทางไกลไปถึงต่างแดน นั่นคือ การขายแฟรนไชส์ให้กับผู้ร่วมทุน เพื่อเปิดร้านในเมืองไทเป ไต้หวัน

“เราเริ่มจากร้านเล็กๆ ที่ไม่มีระบบที่แน่นหนามาก แต่ด้วยความที่หุ้นส่วนเข้าใจ และรู้ระบบการจัดการของเรา เขารักและเชื่อมั่นว่า เราจะทำให้มันเติบโตขึ้นได้ คือเขาชอบมากจนมาทานทุกวัน แล้วเขาบอกเราว่าอยากเอาไปเปิดที่ไทเป ‘งั้นเรามาร่วมหุ้นกันไหม’ เราก็ไปไทเปเดือนกว่าเพื่อไปดูตลาด จนรู้สึกว่ามันเป็นไปได้”

การเปิดร้านที่ไทเปอาจมีอุปสรรคบ้างทั้งในด้านภาษา วัตถุดิบ หรือข้อจำกัดด้านกฎหมาย แต่ด้วยความช่วยเหลืออย่างดีจากหุ้นส่วน ทำให้ปัญหาทุกอย่างถูกแก้ไข จนชีวิตชีวาในไต้หวันเปิดให้บริการมากว่า 1 ปีแล้ว และได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากลูกค้าชาวไต้หวันอย่างมาก

และยิ่งเป็นการตอกย้ำความแข็งแรงของแบรนด์ชีวิตชีวา ทำให้ชีวิตชีวาเข้าสู่กรุงเทพมหานครอย่างเป็นทางการ ที่โครงการสยามสแควร์วันเป็นสาขาแรกในปีที่ผ่านมา ก่อนจะขยายสาขาไปที่โครงการ The Circle ราชพฤกษ์และเมกะบางนา รวมถึงเตรียมขยายสาขาไปยังห้างสรรพสินค้าใหญ่ทั้งเซ็นทรัลลาดพร้าว เซ็นทรัลอิสต์วิลล์ เซ็นทรัลเวสเกตและอีกหลายแห่ง รวม 13 สาขาภายในปี 2562

ถึงแม้ว่าในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ชีวิตชีวาจะเติบโตเร็วอย่างก้าวกระโดดเพียงใด หรือจะมีร้านบิงซูเกิดขึ้นมาเป็นคู่แข่งมากมายขนาดไหน แต่สิ่งหนึ่งที่ชีวิตชีวาอยู่ได้อย่างยั่งยืนจนถึงวันนี้คือ คุณภาพของสินค้าและบริการ

“จริงๆ เราไม่ได้มองคู่แข่ง (หัวเราะ) เราไม่ได้มองว่าคนนั้นจะลอกหรือคล้ายเรา แต่เรามองว่ารสชาติของเราที่เราเสิร์ฟให้ลูกค้ามันโอเคใช่มั้ย ลูกค้าชื่นชอบของเราใช่มั้ย เราก็จะดีใจที่บางทีลูกค้ามาทานแล้วก็จะเกิดการเปรียบเทียบ บางทีเราอยู่หลังร้านก็จะแอบได้ยิน ว่าร้านนี้อร่อยมากเลย เราก็รู้สึกว่าอย่างน้อยสิ่งที่เราทำมาตลอดลูกค้าชื่นชอบ และถ้าคิดถึงบิงซูก็จะคิดถึงชีวิตชีวา”

เรื่องและภาพ: สุรพันธ์ แสงสุวรรณ์

สร้างรสชาติและเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้ร้านขนมแห่งนี้สามารถโดดเด่นเป็นที่รัก ท่ามกลางร้านจนมมากมายในเชียงใหม่

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์