อาหารไทยแนวใหม่! ส้มตำ VS แชมเปญ แซ่บสไตล์ Luxury
  • Lifestyle
  • Aug 23, 2019

ถ้าคุณเป็นนักชิมมือใหม่และอยากก้าวเข้าสู่วงการนักดื่มสายพรีเมียม เราแนะนำว่าควรทำความรู้จักเครื่องดื่มอย่าง แชมเปญ ไว้บ้างก็ไม่เสียหลาย เพราะเป็นเครื่องดื่มที่ดื่มง่าย เข้ากับอาหารได้หลากหลาย ไม่เฉพาะแค่อาหารฝรั่งเศสหรืออาหารอิตาเลียนเท่านั้น แต่ยังเข้ากันได้ดีกับ อาหารไทย ด้วย

แต่นักชิมบางคนก็ยังสับสนระหว่าง ไวน์ สปาร์คกลิ้งไวน์ และแชมเปญ ว่ามีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร? และหากต้องการจัดงานฉลองด้วยแชมเปญ ควรจับคู่กับอาหารประเภทใดบ้าง? วันนี้เรามีคำตอบมาไขข้อสงสัยให้คุณ

แชมเปญ ไวน์ สปาร์คกลิ้งไวน์ ต่างกันยังไง?

บางคนเข้าใจว่าแชมเปญเป็นเครื่องดื่มคนละอย่างกับไวน์ แต่จริงๆ แล้ว แชมเปญเป็นชื่อเรียกของไวน์ฟองชนิดหนึ่ง ในโลกของเครื่องดื่มประเภทนี้มีไวน์ฟองอยู่มากมายหลายชนิด เช่น ไวน์ฟองแดง ไวน์ฟองขาว ไวน์ฟองชมพู มีทั้งแบบไม่หวานเลย แบบหวานน้อย แบบหวานจัด กรรมวิธีผลิตแต่ละชนิดก็แตกต่างกัน แหล่งผลิตต่างกัน ชื่อเรียกก็ไม่เหมือนกัน สรุปให้ง่ายๆ ว่า แชมเปญก็คือไวน์มีฟองชนิดหนึ่งหรือที่เรียกกันว่า Sparkling Wine แต่ที่ใช้ชื่อว่าแชมเปญก็เพราะว่าเป็นชื่อของแคว้น Champagne ในฝรั่งเศส ที่เป็นต้นกำเนิดของไวน์ฟอง และเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่าเป็นแหล่งผลิตไวน์ฟองคุณภาพดีที่สุดในโลก

ดังนั้น แชมเปญ และ/หรือ สปาร์คกลิ้งไวน์ จึงแตกต่างจากไวน์แบบ Still wine หรือไวน์ที่ไม่มีฟองอย่าง ไวน์แดง ไวน์ขาว นั่นเอง

แชมเปญทำจากองุ่นดำ Pinot Noir กับ Pinot Meunier และองุ่นเขียว Chardonnay เท่านั้น วิธีการผลิตคร่าวๆ คือ เก็บเกี่ยวผลองุ่นทั้ง 3 สายพันธุ์ นำมาหมักครั้งแรกเพื่อให้ได้แอลกอฮอล์ทำเหมือนไวน์ขาวทั่วไป จากนั้นจะทำการหมักครั้งที่สองเพื่อให้เกิดฟอง โดยบรรจุน้ำไวน์ในขวดหนาที่รองรับความดันสูงได้ เติมน้ำตาลและยีสต์ให้เกิดการหมัก ปิดด้วยฝาจีบแล้วเก็บวางนอนในที่มืดและเย็นยีสต์จะค่อยๆ เปลี่ยนน้ำตาลให้เป็นแอลกอฮอล์และคาร์บอนไดออกไซต์ในน้ำไวน์ ระยะเวลาการหมักแชมเปญจะอยู่ระหว่าง 2-5 ปี ซึ่งจะทำให้มีกลิ่นและรสชาติที่แตกต่างกันไป

เมนูที่เหมาะกับแชมเปญ

แชมเปญเหมาะสำหรับการจับคู่กับอาหารที่รสชาติไม่จัดมาก เช่น สลัด ชีส ขนมปัง หรือเนื้อปลา รวมถึงคานาเป้หรือเมนูแบบพอดีคำหน้าต่างๆ แต่ถ้าจะให้เจาะจงลงไปอีก ขอแบ่งการจับคู่แชมเปญกับอาหารเป็น 2 หมวด คือ หมวดอาหารว่าง และหมวดอาหารจานหลัก

- อาหารว่าง: สลัด (น้ำสลัดน้ำใส) ปลารมควัน ฟัวกราส์บนขนมปังปิ้ง ลูกพรุน ชีส มะกอกดำ พามาแฮมกับเมล่อน

- อาหารจานหลัก: อาหารทะเล พาสต้าครีมซอส สเต๊กปลา ฟิชแอนด์ชิป คาลามารี

ไม่ว่าจะดื่มแชมเปญกับเมนูไหนก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือการรักษาอุณหภูมิของแชมเปญ เนื่องจากอุณหภูมิมีผลต่อรสชาติของแชมเปญโดยตรง โดยอุณหภูมิตู้เย็นที่เหมาะสมสำหรับการแช่แชมเปญจะอยู่ที่ 10-12 องศา และก่อนที่จะดื่มควรนำแชมเปญออกมาแช่ในถังที่มีปริมาณน้ำแข็ง 2 ส่วน และน้ำ 1 ส่วน แช่ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที ก่อนแล้วค่อยเสิร์ฟ และเวลาถือแก้วไม่ควรจับบริเวณตัวแก้วเพราะความร้อนที่มือจะทำให้แชมเปญเสียรสได้ ควรจับบริเวณก้านแก้วเท่านั้น

"ส้มตำ" จับคู่ "แชมเปญ"

และอีกหนึ่งเมนูที่ไม่น่าเชื่อว่าจะสามารถเข้ากันได้ดีกับแชมเปญก็คือ ส้มตำไทย ถ้าใครอยากไปลิ้มลองส้มตำแนวใหม่ ที่ถูกอัพเกรดให้หรูหรามากขึ้นแถมยังเสิร์ฟพร้อมแชมเปญแบรนด์ดังคุณภาพพรีเมียม เราแนะนำให้คุณไปที่ร้าน "ส้มตำ แอนด์ ชาร์ดอนเน่ย์" (Som Tam & Chardonnay) ร้านอาหารสไตล์ใหม่กับความอร่อยแบบไม่ซ้ำใคร ที่มีไอเดียการทำอาหารในสไตล์ "อีสานผสานตะวันตก" เสิร์ฟในร้านอาหารหรูหราระดับไฟน์ไดน์นิ่ง

ร้านนี้แปลงโฉม “ส้มตำ” เมนูธรรมดาให้ไม่ธรรมดา ด้วยฝีมือเชฟระดับ 5 ดาว โดยนำเอากุ้งมังกรแคนาดาและคาเวียร์แบรนด์ดังระดับโลก มาผสมผสานกับความจัดจ้านของส้มตำไทย ที่ปรุงรสด้วยมะนาว พริก กระเทียม กุ้งแห้ง และถั่วลิสง ปรุงจนได้รสชาติที่อร่อยกลมกล่อมลงตัว จับคู่กับแชมเปญสุดหรูที่มีเนื้อสัมผัสเข้มข้น ฟองพร่างพรายตัดผ่านความเผ็ดร้อนของส้มตำได้อย่างกลมกล่อม หรือจะลองลิ้มรสคู่กับไวน์ขาวชั้นนำ แทรกด้วยรสฝาดอ่อนๆ ของผลไม้รสเปรี้ยวให้ความสดชื่น มีให้เลือก 3 ชนิด ได้แก่ ไวน์ขาวจากประเทศชิลี / ไวน์ขาวจากฝรั่งเศส / ไวน์ขาวจากนิวซีแลนด์

นอกจากนี้ยังมีเมนูอร่อยจานอื่นๆ ที่จัดจ้านไม่แพ้กัน เช่น เนื้อคาร์ปาชโช (Beef Carpaccio) เนื้อสันในนุ่มชุ่มลิ้นแล่บางๆ เสิร์ฟพร้อมตระไคร้และพริกแห้ง / ทูน่าทาร์ทาร์ (Tuna Tartare) สูตรพิเศษแบบไทยๆ ใช้ปลาทูน่าสดคลุกเคล้ากับสมุนไพรและปรุงรสด้วยน้ำปลาหอมกรุ่น / ปลาแซลมอนแอตแลนติก ปลาแซลม่อนกริลแบบสุกพอดีที่เสิร์ฟมาในจานดอกบัว พร้อมกราโมลาสไตล์ไทยที่ทำจากสมุนไพรสดในท้องถิ่นอย่างกระเทียม มะนาว และถั่วลิสง / กะเพราเนื้อธนบุรี เนื้อวัวฉ่ำๆ ผัดกับใบกะเพรา เสิร์ฟพร้อมข้าวหอมมะลิและไข่เป็ดทอดฟู

เอาเป็นว่าใครที่อยากลองเมนูไทยๆ ที่ปรับให้อร่อยหรูหรามากขึ้น พร้อมจิบเครื่องดื่มรสเลิศ ไม่อยากให้พลาดร้านนี้จริงๆ 

พิกัด: Som Tam & Chardonnay Restaurant ชั้น 11 Eight Thonglor (สุขุมวิทซอย 55) โรงแรมอคีรา ทองหล่อ กรุงเทพฯ

เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้บริการทุกวัน มื้อเช้า 05.45 - 10.30 น. / มื้อเที่ยงและเย็น 11.00 - 23.00 น.

ติดต่อ: 0 2090 9052

-------------------------

ที่มา: Gourmet & Cuisine, home-chocolatefavforward, champagne.fr

ไม่ว่าจะดื่มแชมเปญกับเมนูไหนก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือการรักษาอุณหภูมิของแชมเปญ เนื่องจากอุณหภูมิมีผลต่อรสชาติของแชมเปญโดยตรง โดยอุณหภูมิตู้เย็นที่เหมาะสมสำหรับการแช่แชมเปญจะอยู่ที่ 10-12 องศา และก่อนที่จะดื่มควรนำแชมเปญออกมาแช่ในถังน้ำแข็งไว้ประมาณ 10-15 นาที ก่อนแล้วค่อยเสิร์ฟ

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์