เล่าเรื่องเส้นกว่าจะเป็น "ก๋วยเตี๋ยว"
  • Lifestyle
  • Aug 30, 2019

ใครชอบกินก๋วยเตี๋ยวบ้าง ยกมือขึ้น! เชื่อว่าในประเทศไทยต้องมีคนที่ชอบกินก๋วยเตี๋ยวเป็นมื้อหลักแทนข้าวอยู่ไม่น้อย ทั้งๆ ที่ก๋วยเตี๋ยวไม่ใช่อาหารไทย แต่ก็แวะเวียนมาเป็นมื้อกลางวันหรือมื้อเย็นในชีวิตประจำวันของหลายๆ คนไม่ต่ำกว่าอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง

ไม่ใช่อาหารไทย แต่ทำไมคนไทยถึงได้นิยมกินก๋วยเตี๋ยวกันแพร่หลายขนาดนี้? แล้วต้นกำเนิดของเมนูเส้นชามนี้มาจากที่ไหนกันแน่? Bottom Line ชวนมาหาคำตอบไปด้วยกัน พร้อมเอาใจคนรักเนื้อ ชี้เป้าร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อเจ้าเด็ดเจ้าดังในกรุงเทพฯ ให้ได้ตามไปอร่อยสุดฟินแบบเนื้อๆ เน้นๆ 

"ก๋วยเตี๋ยว" โผล่มาตั้งแต่สมัยอยุธยา

เชื่อกันว่าก๋วยเตี๋ยวน่าจะเข้ามาสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แห่งกรุงศรีอยุธยา เนื่องจากมีการติดต่อค้าขายกับต่างชาติมากมาย จีนก็เข้ามาในช่วงนี้ อีกทั้งยังได้ชื่อว่าเป็นยุครุ่งเรืองของอาหาร เริ่มรู้จักอาหารต่างชาติ และมีการนำมาดัดแปลงให้ถูกปากคนไทย เช่น ขนมทองหยิบ ทองหยอด จากโปรตุเกส หรือพวกแกงกะทิที่ได้รับอิทธิพลจากเปอร์เซีย และบะหมี่กับก๋วยเตี๋ยวที่เป็นเมนูมาจากจีน

เมื่อสืบต่อไปอีกก็พบว่าคำว่า guotiáo (ก๋วยเตี๋ยว) อาจจะมาจากภาษาจีนฮกเกี้ยนหรือภาษาจีนแต้จิ๋ว แปลว่า เส้นข้าวสุก ซึ่งสมัยนั้นคนจีนแต้จิ๋วและจีนฮกเกี้ยนอพยพเข้ามาอยู่ในสยามกันแล้ว ซึ่งเมนูนี้มีวิธีทำง่ายๆ คือนำเส้นแป้งสุกนำมาปรุงใส่ในน้ำซุป มีการใส่เนื้อหมู ใส่ผักและเครื่องปรุงต่างๆ เพื่อเพิ่มรสชาติ

ก๋วยเตี๋ยว สร้างเศรษฐกิจชาติ

ช่วงแรกๆ คนไทยก็พอรู้จักก๋วยเตี๋ยวและพอกินเป็น แต่ก็ไม่ได้ถือเป็นอาหารหลักของคนไทยและไม่ได้นิยมกินกันแพร่หลายนัก จนมาในสมัย จอมพล ป. พิบูลสงคราม เมนูก๋วยเตี๋ยวได้ถูกนำมาไฮไลต์ตัวหนาๆ ในฐานะเมนูช่วยชาติ โดยท่านผู้นำได้ส่งเสริมให้คนไทยสมัยนั้นหันมากินก๋วยเตี๋ยวกันวันละ 1 ชาม เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศไทยที่ตกต่ำลง จากภาวะสงครามในขณะนั้น

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ข้าวยากหมากแพง เศรษฐกิจตกต่ำ รัฐบาลพยายามหาวิธีให้เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจในประเทศ กระตุ้นให้ประชาชนจับจ่าย หนึ่งในทางออกของรัฐบาล ณ ตอนนั้นก็คือ การส่งเสริมให้คนไทยหันมากินก๋วยเตี๋ยวและขายก๋วยเตี๋ยวมากขึ้น เพราะในหนึ่งชาม มีทั้งผัก เนื้อสัตว์ เครื่องปรุงรส ที่รัฐบาลสนับสนุนให้ผลิตกันในประเทศอยู่แล้ว ราคาไม่แพง หากทุกคนหันมากินก๋วยเตี๋ยว เงินจะหมุนเวียนไปยังชาวไร่ ชาวนา ชาวทะเล และร้านขายของชำ แถมยังเป็นการสร้างอาชีพให้คนไทยอีกด้วย มีการเปิดคอร์สสอนทำก๋วยเตี๋ยวให้ประชาชนทั่วไป ใครจะทำขายก็แจกรถเข็นให้อีกต่างหาก

ก๋วยเตี๋ยวกินง่ายขายคล่อง ณ ยุครัตนโกสินทร์

หลังจากมีการส่งเสริมให้กินก๋วยเตี๋ยวโดยรัฐบาล ก๋วยเตี๋ยวก็เริ่มเข้ามามีบทบาทในครัวไทย ถูกปรุงขึ้นอย่างง่ายๆ สำหรับกินในครัวเรือนเท่านั้น คือ นำข้าวเจ้ามาโม่กับน้ำจนได้น้ำแป้ง เอาไปนึ่งสุกแล้วตัดเป็นเส้นๆ และนำไปลวกในน้ำเดือด ทำน้ำซุป ใส่ผัก ใส่เนื้อ ใส่เครื่องปรุงเท่าที่จะหาได้ ไม่มีการทำเพื่อเป็นการค้าขาย เพราะคนไทยสมัยก่อนไม่มีวัฒนธรรมการกินข้าวนอกบ้าน และไม่คุ้นเคยกับอาชีพการค้าขายเหมือนคนจีน (คนไทยสมัยนั้นนิยมทำงานรับราชการ) ดังนั้น ก๋วยเตี๋ยว จึงถือเป็นของกินที่แปลกประหลาดมากในยุคนั้น

แม้ว่าการณรงค์ให้คนไทยกินและขายก๋วยเตี๋ยวในสมัยนั้น จะไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าสามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจชาติได้จริงหรือไม่ แต่อย่างน้อยก็ทำให้เมนูก๋วยเตี๋ยว กลายเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน เรียกว่าคนไทยกินก๋วยเตี๋ยวเป็นมื้อหลักกันไปโดยปริยายมาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งก็มีก๋วยเตี๋ยวที่ถูกปรับสูตรและคิดค้นสูตรขึ้นใหม่หลากหลายเมนู เช่น ก๋วยเตี๋ยวผัดไทย ผัดหมี่ฮกเกี้ยน ผัดหมี่โคราช ข้าวซอย(ก๋วยเตี๋ยวแกง) ก๋วยเตี๋ยวสุโขทัย ก๋วยเตี๋ยวเรือ ก๋วยเตี๋ยวเลียง ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา ก๋วยเตี๋ยวตุ๋นยาจีน เป็นต้น

ก๋วยเตี๋ยวเนื้อเจ้าดังเก่าแก่ในกรุงเทพฯ

หนึ่งในก๋วยเตี๋ยวที่หลายคนยอมเทใจให้ก็คือก๋วยเตี๋ยวเนื้อรสเด็ด ซึ่งนักชิมสายเนื้อไม่พลาดที่จะไปเสาะหาร้านอร่อยเจ้าดังมาลิ้มลองกันให้ได้ แล้วถ้าพูดถึงก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋น เนื้อกรอบ คุณนึกถึงร้านไหนในกรุงเทพฯ เป็นพิเศษ? เอาเป็นว่ายังไม่ต้องตอบก็ได้ เพราะเรามีร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้ออร่อยๆ มาแนะนำให้ตอนนี้เลย

1. Ten Suns ก๋วยเตี๋ยวเนื้อไร้เทียมทาน แยกวิสุทธิ์กษัตริย์

แต่เดิมร้านี้เคยมีชื่อว่าร้าน ชิ่ว เนื้อวัวไร้เทียมทาน ซึ่งมีต้นกำเนิดจากเวิ้งนาครเขษมที่ขายมาตั้งแต่รุ่นอากง ก่อนจะแตกแขนงออกมาขายที่ตลาดสะพานเหล็กมานานหลายสิบปี จากนั้นได้ย้ายมาเปิดร้านใหม่และใช้ชื่อใหม่ว่า Ten Suns เนื้อไร้เทียมทาน มาอยู่ที่ย่านวิสุทธิกษัตริย์ แต่เรื่องรสชาติ คุณภาพ และความสะอาด ลูกค้ายังคงเชื่อใจได้เหมือนเดิม เพราะใช้สูตรก๋วยเตี๋ยวเนื้อที่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 จนถึงตอนนี้ก็กว่า 80 ปีมาแล้ว ร้านนี้มีเนื้อให้เลือกหลากหลาย เช่น เนื้อธรรมดา เนื้อเพีย เนื้อน่องลาย เนื้อโกเบ เนื้อสามชั้น เป็นต้น ราคาเริ่มตั้งแต่ 80-120 บาท 

2. ร้านสว่างอรุณ ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋น-หมูตุ๋น โชคชัย4

ที่นี่เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวในตึกแถว 2 ห้องติดกัน บรรยากาศภายในร้านสะอาดสะอ้านดี เมนูเด็ดของร้านนี้คือ เกาเหลาเนื้อตุ๋น เครื่องแน่น ให้เนื้อตุ๋นเยอะ น้ำซุปใสหอมอร่อย และเครื่องในก็ไม่มีกลิ่นคาว เสิร์ฟมาชามใหญ่ๆ ในราคาชามละ 100 บาท 

3. เฮ้งชุนเส็ง ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋น-หมูตุ๋น ถนนสุนทรโกษา คลองเตย

เฮ้งชุนเส็งเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นที่โด่งดังในย่านคลองเตยมายาวนาน แรกเริ่มเดิมทีร้านนี้เขาขายที่เยาวราชมาก่อน ต่อมาย้ายร้านมาอยู่ที่คลองเตย ซึ่งลูกค้าประจำก็ยังตามมากินไม่ขาดสาย จุดเด่นของร้านนี้คือเนื้อตุ๋นหม้อไฟแบบเตาถ่าน ที่ยังคงสูตรอร่อยดั้งเดิมมาตั้งแต่ ปี พ.ศ. ​2533

เมนูเด็ด ได้แก่ เกาเหลาเนื้อหม้อไฟ ราคา 180 บาท ซึ่งในหม้อไฟก็จะมีเนื้อตุ๋น เครื่องใน ลูกชิ้น ผักบุ้ง ถั่วงอก หรือจะสั่งเป็นเนื้อลวกจิ้ม ราคา 50 บาท เลือกส่วนที่ชอบได้เลย เช่น ลูกชิ้น, ผ้าขี้ริ้ว, ไส้, ม้าม, ลิ้น, ขอบกระด้ง, เนื้อน่องลาย, เนื้อสด, เนื้อเปื่อย, เอ็น เป็นต้น หรือจะสั่งแบบเบสิคเลยก็คือ ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋น ใส่ชามธรรมดา ราคาเริ่มต้นที่ 50-70 บาทเท่านั้น

อ้างอิง:

https://sites.google.com

https://becommon.co

https://web.facebook.com/radnarattanathibet

https://homenoodle.wordpress.com

ในยุคหนึ่ง รัฐบาลพยายามหาวิธีให้เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจในประเทศ โดยการส่งเสริมให้คนไทยหันมากินก๋วยเตี๋ยวและขายก๋วยเตี๋ยว เพราะในหนึ่งชาม มีทั้งผัก เนื้อสัตว์ เครื่องปรุงรส ที่รัฐบาลสนับสนุนให้ผลิตกันในประเทศอยู่แล้ว ราคาไม่แพง หากทุกคนหันมากินก๋วยเตี๋ยว เงินจะหมุนเวียนไปยังชาวไร่ ชาวนา ชาวทะเล และร้านขายของชำ แถมยังเป็นการสร้างอาชีพให้คนไทยอีกด้วย

นักข่าว นักหนังสือพิมพ์ ที่ทำงานในแวดวงสื่อสารมวลชนทั้งในแพลตฟอร์มหนังสือพิมพ์และออนไลน์ ชอบท่องโลกกว้างเป็นชีวิตจิตใจ ไม่พลาดที่จะค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ จากการกิน ดื่ม เที่ยว ไปพร้อมกับเพิ่มทักษะ Self-Development ในทุกๆ จังหวะของชีวิต