9 เมนูพระกระยาหารทรงโปรดในรัชกาลที่ 9
  • Lifestyle
  • Oct 13, 2019

วันที่ 13 ตุลาคม วันแห่งการไว้อาลัยและรำลึกถึงคนบนฟ้า...

ชวนพสกนิกรชาวไทยน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผ่านเมนูพระกระยาหารทรงโปรดในรัชกาลที่ 9 ซึ่งสะท้อนถึงปรัชญาความพอเพียงของพระองค์ ซึ่งเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาพสกนิกรชาวไทยทุกคนมาจวบจนปัจจุบัน

อาจารย์วันดี ณ สงขลา อาจารย์ประจำวิทยาลัยในวังหญิง เจ้าของหนังสือตำนานอาหารสามแผ่นดินได้เล่าไว้ว่า พระกระยาหารทรงโปรดในรัชกาลที่ 9 นั้น หลักๆ พระองค์ทรงโปรดผัดผักทุกชนิด เช่น ผัดคะน้า ผัดถั่วงอก ผัดถั่วลันเตา และจะใส่ผักให้มาก ส่วนเนื้อสัตว์จะน้อย โดยจะเสวยกับข้าวกล้องเป็นหลัก ส่วนเมนูอื่นๆ ซึ่งโปรดเป็นพิเศษก็จะมีความหลากหลาย เช่น ซุปอาสาเรน (ซุปใสใส่ไข่), สปาเก็ตตี้มิลานเนส, แกงจืดเซ่งจี้, ผัดไก่เล่าปี่, ปู่เค็มต้มกะทิ, หลนปลากุเลา, ผัดเผ็ดปลาดุกทอดฟู และของหวาน เช่น กล้วยหักมุกเชื่อม, ไอศกรีม หรือผลไม้ เป็นต้น

"ในยามดึก เมื่อเสด็จกลับจากพระราชกรณียกิจ จะมีเครื่องว่างที่มหาดเล็กได้จัดตั้งถวายให้หรือเป็นเพียงบะหมี่ จะใส่หน้าหมูแดง หน้าเป็ด หน้าปู ก็ได้"

อาหารของพระราชา พ่อหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นอาหารเรียบง่ายราวกับสามัญชน สมดังปรัชญา “พอเพียง” ซึ่งสะท้อนถึงพระราชจริยวัตรอันประเสริฐ อีกทั้งสมเด็จย่าทรงเป็นต้นแบบของการอดออมเพื่อเก็บเงินที่เหลือจากค่าขนมสะสมไว้นำไปซื้อของเล่นที่ทรงพระราชประสงค์เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ เราชาวไทยรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปปฏิบัติตามรอยทางของพระองค์สืบไป

สำหรับเมนูพระกระยาหารทรงโปรดในรัชกาลที่ 9 ที่อยากจะแนะนำมีด้วยกัน 9 เมนู ได้แก่

1. ผัดเผ็ดพริกขิงปลาดุกฟู

เมนูไทยๆ อย่างผัดเผ็ดพริกขิงปลาดุกฟู เป็นเมนูกับข้าวจานเดียวแบบง่ายๆ มีขั้นตอนการทำคือ นำปลาดุกย่างมาแกะเอาแต่เนื้อ ยีเนื้อปลาให้แตกแล้วนำไปทอดในน้ำมันเยอะๆ จนกรอบฟู จากนั้นนำไปผัดกับเครื่องพริกแกงพริกขิงที่รสชาติจัดจ้าน คลุกเคล้าให้เครื่องแกงเข้าเนื้อปลา เสิร์ฟพร้อมกับข้าวสวย

2. ปูเค็มต้มกะทิ

เมนูอาหารสไตล์ไทยแท้ ใช้ปูแสมขนาดพอดี รสชาติไม่เค็มมากและที่สำคัญต้องเลือกปูเค็มที่สดใหม่ไม่มีกลิ่นคาว นำไปต้มกับน้ำกะทิสดๆ หอมๆ จากนั้นใส่เนื้อหมูสับหรือหมูบด รอให้หมูสุกดี จากนั้นปรุงรสหวาน เค็ม เปรี้ยว และเผ็ดเล็กน้อยผสมผสานให้กลมกล่อม แล้วใส่หอมแดงซอย พริกขี้หนู ใบมะกรูด ตามลงไป รอเดือดอีกครั้งก้เป็นอีเสร็จ นิยมทานกับข้าวสวยร้อนๆ และผักสด

3. ต้มจืดเซี่ยงจี้ (เซ่งจี้)

เมนูนี้เป็นซุปใสแบบจีน คล้ายๆ กับต้มเลือดหมูและเครื่องในหมูที่คนไทยคุ้นเคย น้ำซุปใสหอมหวานจากการเคี่ยวกระดูกหมู ปรุงรสด้วยเกลือและซีอิ้วเล็กน้อยให้มีรสชาติกลมกล่อม ใส่เครื่องในต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเซี่ยงจี้ ตับ เลือดหมู หมูสับ ฯลฯ เคล็ดลับสำคัญต้องทำความสะอาดเครื่องในให้ดีที่สุด ต้องไม่ให้ไม่มีกลิ่นคาวเลยถึงจะออกมาอร่อย

4. ผัดถั่วหวานหรือถั่วลันเตา

เมนูนี้เหมาะสำหรับกินเล่นเป็นเมนูเรียกน้ำย่อยก็ได้ หรือจะกินคู่กับข้าวสวยก็ดี ผัดเนื้อสัตว์กับกระเทียมสับจนสุกดี จากนั้นใส่ถั่วหวานปรุงรสอ่อนๆ เน้นรสชาติหวานธรรมชาติจากถั่ว ปรุงเพิ่มด้วยซีอิ้วขาวหรือซอสหอยนางรมเพียงเล็กน้อยก็พอ

5. ไก่เล่าปี่

เมนูนี้เป็นอาหารจีน มีวิธีการทำคือ นำมันฝรั่งเป็นชิ้นลูกเต๋าเล็กๆ แล้วนำทอดจนสุกเหลือง แล้วตักขึ้นพักไว้ จากนั้นนำเนื้อไก่ส่วนสะโพกที่นุ่มกำลังดี เอามาหั่นพอดีคำ แล้วนำไปผัดกับกระเทียม ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส น้ำตาลทราย น้ำส้มสายชู และพริกไทย จากนั้นละลายแป้งมันกับน้ำเปล่า แล้วเทลงในกระทะผัดคลุกเคล้าจนน้ำซอสมีความข้นขึ้นมา ตักใส่จานเสิร์ฟ โรยหน้าด้วยมันฝรั่งทอด เสิร์ฟพร้อมกับข้าวสวย

6. ไข่พระอาทิตย์

จานนี้เป็นเมนูที่ในหลวง ร.9 ทรงคิดค้นขึ้นมาด้วยพระองค์เอง และทรงปรุงเมนูนี้ให้สมเด็จพระเทพฯ เมื่อครั้งที่พระองค์ยังทรงพระเยาว์อยู่บ่อยๆ ไข่พระอาทิตย์เป็นเมนูที่เอาข้าวสวยกับไข่เจียวมาตีใส่ด้วยกัน รสชาติจะเน้นไปทางกลมกล่อม หอมกลิ่นไข่ กินคำเดียวก็อร่อยได้ทั้งไข่และข้าวสวย ส่วนขั้นตอนการทำก็คิือ นำกระทะใส่น้ำมันแล้วตั้งไฟให้ร้อน จากนั้นเทไข่ที่ผสมกับข้าวสวยลงไป ทอดจนสุกและเหลืองกรอบนอกนุ่มใน เป็นเมนูที่นอกจากประหยัดเงินและประหยัดเวลาแล้ว ยังได้คุณค่าทางอาหารครบถ้วน เมนูนี้เป็นตัวอย่างของการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายของพระองค์ท่าน

7. สปาเก็ตตี้มิลานเนส

เมนูนี้เป็นสปาเก็ตตี้กับซอสมิลานเนส ซึ่งทำไม่ยาก เน้นผักหลากหลายชนิดตามแบบที่พระองค์ทรงโปรด เบสของซอสทำด้วยมะเขือเทศ จากนั้นเพิ่มเห็ดและแฮม ปรุงรสให้กลมกล่อมด้วยพริกไทยและเกลือ เสิร์ฟพร้อมกับเส้นสปาเก็ตตี้ที่ลวกสุกกำลังดี

8. ซุปอาสาเรน (ซุปใสใส่ไข่)

ซุปชนิดนี้เป็นซุปใสที่ทำจากน้ำสต็อกไก่ รสชาติกลมกล่อม ขั้นตอนการทำให้นำน้ำสต็อกไก่ไปตั้งไฟให้เดือด จากนั้นนำไข่ไก่มาตีในชาม แล้วค่อยๆ เทไข่ที่ตีแล้วลงไปในหม้อน้ำซุป แล้วคนเรื่อยๆ จนได้เนื้อไข่เป็นเส้นๆ สวยงาม ปรุงรสด้วยเกลือ ซีอิ๊วขาว น้ำตาลทราย พริกไทย จากนั้นใส่แป้งมันเพื่อให้มีความข้นหนืด ตกแต่งด้วยผักชี

9. กล้วยหักมุกเชื่อม

เมนูของหวานแบบไทยๆ กล้วยหักมุกที่เอาไปเชื่อมจนเนื้อนิ่ม เนื้อนุ่มฟูหวานหอม ราดด้วยหัวกะทิหอมมัน กล้วยหักมุกเวลานำมาเชื่อมจะมีรสสัมผัสที่แตกต่างจากกล้วยไข่หรือกล้วยน้ำว้า จะมีรสชาติอมเปรี้ยวนิดๆ ซึ่งเมื่อนำมาเชื่อมกับน้ำตาลหวานๆ ก็จะได้รสชาติที่อร่อยลงตัว เป็นกล้วยที่มีเส้นใยอาหารสูง

-----------------------

อ้างอิง: 

http://www.judprakai.com/entertainment/318

https://www.hungryfatguy.com/2016/12/9-favorite-menu-king-rama9/

https://www.thairath.co.th/lifestyle/woman/246162

พระกระยาหารทรงโปรดในรัชกาลที่ 9 เป็นอาหารที่เรียบง่ายราวกับสามัญชน สมดังปรัชญา “พอเพียง” ซึ่งสะท้อนถึงพระราชจริยวัตรอันประเสริฐ เราชาวไทยรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมน้อมนำหลักการเศรษฐกิจพอเพียงไปปฏิบัติตามรอยทางของพระองค์สืบไป

นักข่าว นักหนังสือพิมพ์ ที่ทำงานในแวดวงสื่อสารมวลชนทั้งในแพลตฟอร์มหนังสือพิมพ์และออนไลน์ ชอบท่องโลกกว้างเป็นชีวิตจิตใจ ไม่พลาดที่จะค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ จากการกิน ดื่ม เที่ยว ไปพร้อมกับเพิ่มทักษะ Self-Development ในทุกๆ จังหวะของชีวิต