เข้าใจ มิชลินไกค์ แบบมีกึ๋น
  • Lifestyle
  • Sep 6, 2019

ร้านเจ๊ไฝแถวยาวเป็นหางว่าว ร้านโบลานคิวจองโต๊ะเต็มยันปลายปี 2019 นี่คือหนึ่งในอภินิหารของดาวมิชลินที่แปะรับประกันไว้หน้าร้าน สำหรับใครที่สงสัยว่ารางวัลมิชลินคืออะไร Bottom line จะพาไปเข้าใจมิชลินแบบมีกึ๋น รวมถึงพาไปทำความรู้จักมิชลินในแบบอื่นๆ ที่ไม่ได้มีแค่การมอบดาว!

แต่ก่อนอื่น...เราอยากพาคุณไปทำความรู้จักและเจาะลึกถึงที่มาของคำว่ามิชลินกันก่อน จริงๆ แล้ว มิชลินไม่ใช่ชื่อร้านอาหาร ไม่ใช่ชื่อคน ไม่ใช่ชื่อเมนู แต่มิชลินเริ่มต้นมาจากการเป็นไกด์ไลน์เบิกทางให้เหล่าบรรดานักชิมได้ออกเดินทางตามรอยไปหาร้านอาหารอร่อยๆ ได้ง่ายขึ้น ซึ่งมีผู้สนับสนุนหลักคือ ยางรถยนต์แบรนด์มิชลินนั่นเอง มีการฟอร์มทีมเหล่านักชิมและทีมสำรวจร้านอาหาร เพื่อทำไกด์บุ๊คที่รวบรวมพิกัดร้านอาหารอร่อยขึ้นมาเล่มหนึ่ง เรียกกันว่า มิชลินไกค์

จุดประสงค์หลักของ มิชลินไกค์ คือกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปเสาะหาร้านอร่อยที่ซุกซ่อนอยู่ตามเส้นทางต่างๆ ในแหล่งท่องเที่ยวอันโด่งดัง โดยมีหนังสือเล่มสีแดงขนาดกะทัดรัดเล่มนี้เป็นไกด์ไลน์สู่ความอร่อยอันแสนโอชา และในไกด์บุ๊คเล่มนี้นี่เองที่ระบุพิกัดสุดยอดร้านอาหารคุณภาพพรีเมียมจนได้รับการติดดาวมิชลิน หรือ มิชลินสตาร์ ไว้ที่หน้าร้าน เพื่อการันตีความอร่อยหรูหรา ซึ่งดึงดูดให้นักชิมทั่วโลกเดินทางมาลิ้มลองให้ได้

แล้ว ดาวมิชลิน คืออะไร? มาหาคำตอบไปพร้อมๆ กัน...

ดาวมิชลิน ( Starred Restaurants) คือสัญลักษณ์ที่มอบให้กับร้านอาหารเพื่อแสดงถึงความเยี่ยมยอด ซึ่งแบ่งระดับเป็น 3 ระดับ ได้แก่

ดาวมิชลิน 1 ดาว หมายถึง ร้านอาหารคุณภาพสูงที่ควรค่าแก่การหยุดแวะชิม 

ดาวมิชลิน 2 ดาว หมายถึง ร้านอาหารยอดเยี่ยมที่ควรค่าแก่การขับรถออกนอกเส้นทางเพื่อแวะชิม

ดาวมิชลิน 3 ดาว หมายถึง คุณมั่นใจได้เลยว่าร้านนั้นเป็นสุดยอดร้านอาหารที่ควรควรค่าแก่การเป็นจุดหมายปลายทางที่ต้องไปชิมให้ได้สักครั้ง

ใครที่ยังคลางแคลงใจว่าการให้ดาวนั้นเป็นอย่างไร ต้องเกริ่นก่อนว่า มิชลินไกค์ นั้นจะมีนักชิม หรือเรียกว่า "ผู้ตรวจสอบ" (Inspectors) เดินทางไปตระเวนชิมอาหารตามร้านต่างๆ แล้วส่งผลการประเมินเข้ามาที่สำนักงานใหญ่ของมิชลินไกค์ สำหรับร้านที่ได้รับการประเมินดีเยี่ยมในรอบแรก จะมีผู้ตรวจสอบท่านอื่นๆ แวะเวียนเข้าไปลิ้มรสอาหารซ้ำอีกหลายต่อหลายครั้ง จากหลายคน แล้วประเมินว่าผ่านและเหมาะสม ก่อนที่จะมอบดาวมิชลินให้ร้านอาหารนั้นๆ ในระดับที่ถูกประเมินไว้

ไม่ใช่ว่าใครๆ ก็สามารถมาทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบได้นะ แต่ต้องเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติครบถ้วน เหมาะสม และมีความสามารถอย่างเฉพาะเจาะจงเท่านั้น เอาเป็นว่า...มาทำความรู้จักผู้ตรวจสอบของมิชลินและหลักเกณฑ์การตรวจสอบกันให้มากขึ้นอีกสักหน่อยดีกว่า 

คุณสมบัติของผู้ตรวจสอบ (Inspectors)

  • ไม่เปิดเผยตัวตน
  • เป็นพนักงานของกลุ่มมิชลินเท่านั้น
  • มีประสบการณ์ทำงานในวงการอาหารหลายปี
  • ไปชิมมาหลายครั้ง และ ใช้นักชิมหลายคน

หลักเกณฑ์การประเมิน 5 ข้อ

1. คุณภาพของวัตถุดิบที่ใช้ 
2. ความโดดเด่นของรสชาติและเทคนิคการทำอาหาร 
3. เอกลักษณ์เฉพาะตัวของเชฟที่สะท้อนออกมาในอาหารและประสบการณ์ในมื้อนั้นๆ
4. ความคุ้มค่าสมราคา 
5. ความสม่ำเสมอ

นอกจากดาวมิชลินแล้ว มิชลินไกค์ยังมีสัญลักษณ์อื่นๆ ที่มอบให้ร้านอาหารเช่นกัน เพื่อการันตีว่าร้านเหล่านี้ก็มีดีและน่าลองชิม เพียงแต่อาจจะยังขาดคุณสมบัติอื่นๆ ที่ยังไม่ครบถ้วนตามมาตรฐานของทางมิชลินไกด์ จึงไม่สามารถคว้าดาวมิชลินมาประดับร้านได้ โดยสัญลักษณ์เหล่านั้น ได้แก่ 

สัญลักษณ์ MICHELIN Man  ( MICHELIN BIB GPURMAND บิบ กูร์มองต์ )

สัญลักษณ์ บิบ กูร์มองต์ จะมอบให้แก่ร้านอาหารโดดเด่น เสิร์ฟอาหารยอดเยี่ยมในราคาย่อมเยา โดยราคาไม่เกินมาตราฐานของท้องถิ่นนั้นๆ 

สัญลักษณ์ ส้อมและช้อน  (Fork and Spoon)

สัญลักษณ์นี้หมายถึงร้านอาหารที่มีความสะดวกสบายและรสชาติดี รวมถึงมีความสะอาด มีการบริการที่ดี และการตกแต่งร้านที่ดีเยี่ยม ทั้งนี้ร้านที่ได้ดาวมิชลินอาจจะไม่ได้รับมอบสัญลักษณ์ส้อมและช้อนก็ได้ ซึ่งสัญลักษณ์ช้อนและส้อมนี้ก็มีการแบ่งเป็น 5 ระดับ ได้แก่

ช้อนส้อม 1 คู่ หมายถึง Quite Comfortable ค่อนข้างสะดวกสบาย

ช้อนส้อม 2 คู่  หมายถึง Comfortable สะดวกสบาย

ช้อนส้อม 3 คู่  หมายถึง Very Comfortable  สะดวกสบายมาก

ช้อนส้อม 4 คู่  หมายถึง Top Class Comfortable สะดวกสบายในระดับท็อปคลาส

ช้อนส้อม 5 คู่ หมายถึง Luxury in the traditional style สะดวกสบายและหรูหราขั้นสูงสุด

เห็นความดีงามระดับพรีเมียมของมิชลินไกด์แบบนี้แล้ว คราวหน้า...ลองแวะไปชิมอาหารสุดหรูในร้านที่ได้ดาวมิชลินกันดูสักครั้งกันมั้ย?

มิชลินไกค์ คือ หนังสือรวบรวมเส้นทางและสถานที่ต่าง ๆ  โดยคำว่ามิชลิน มาจากผู้สนับสนุนหลักคือ ยางมิชลินนั่นเอง เพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปตามถนนโดยใช้หนังสือแนะนำสีแดงเล็ก ๆ  

เพราะบอนชอนและโบท็อกซ์ คือสิ่งที่ทำให้มีกำลังใจใช้ชีวิตในประเทศที่ประยุทธเป็นนายกรัฐมนตรี

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์ เราจะเป็น “เพื่อน” ที่คนอ่านทั้ง “เอามัน” และ “เอาเรื่อง”

เชื่อใจได้ตลอดเวลา ในวันที่ทุกคนเล่นบท “สื่อ” บนพื้นที่ข่าวสารอันเชี่ยวกรากในโลกออนไลน์ แต่ “ความน่าเชื่อถือ” มักเป็นสิ่งที่ผู้คนมองหาเสมอเมื่อต้องการ “ใช้ข่าว” สักชิ้น ไม่ว่าจะเพื่อ “บอกเล่า-อ้างอิง-วิเคราะห์” ก็ตาม

  • About
  • Contact
  • For Advertiser
  • Want to become an author?