ไอศกรีมแมลง ของหวานซุปเปอร์ฟู๊ดแสนอร่อยจากแอฟริกา!
  • Lifestyle
  • Nov 1, 2019

ภายใต้แดดร้อนระอุ การได้รับประทานของเย็นๆ เพื่อคลายร้อนอย่าง ไอศกรีม คงเป็นทางเลือกที่ดีเช่นกัน แต่ถ้าไอศกรีมลูกนั้นทำจาก แมลง คุณยังจะอยากลิ้มลองอยู่ไหม?

ในอนาคตแมลงจะกลายเป็นหนึ่งในพลังงานและอาหารของมนุษย์โลกอย่างเรา

นี่คือจุดเริ่มต้นของ ไอศกรีมแมลง จาก Gourmet Grubb สตาร์ทอัพจากเมือง Cape Town ประเทศแอฟริกาใต้ บอกว่าอาหารจากแมลงก็คือทางเลือกที่ดีเช่นกัน โดยไอศกรีมของสตาร์ทอัพรายนี้มีส่วนผสมของ "EntoMilk" หรือผลิตภัณฑ์นมทดแทนที่ทำมาจากหนอนของแมลงในเขตร้อนอย่างแมลงวันลาย (black soldier fly)

เปิบแมลง อาหารทางเลือกแห่งพลังงาน

“เป้าหมายของเราคือการเปลี่ยนแปลงภาพจำที่ไม่ดีที่คนมีต่อแมลง ด้วยการนำมาผลิตและใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร” Leah Bessa ผู้ร่วมก่อตั้งGourmet Grubb กล่าว

ในปี 2016 ขณะที่ Leah Bessa กำลังศึกษาระดับปริญญาโทสาขาวิทยาศาสตร์อาหารที่ Stellenbosch University ในแอฟริกาใต้ Bessa ได้เกิดความสนใจเกี่ยวกับอาหารจากแมลง หลังจากนั้นหนึ่งปีจึงเกิดสตาร์ทอัพ Gourmet Grubb ขึ้นมา ถึงแม้ว่าทั่วโลกจะมีแมลงมากกว่า 1,900 ชนิด ที่สามารถเป็นอาหารของมนุษย์ได้ แต่ส่วนใหญ่นั้นยังไม่ถูกยอมรับในโลกอาหารตะวันตก

“เราคิดไว้ว่าไอศกรีมที่ทำออกมาจะไม่ได้รับความนิยมและถูกกระแสตีกลับ แต่กลับได้กระแสในทางที่ดีกลับมา และผู้คนชื่นชอบกัน” Bessa กล่าวกับ CNN

สำหรับไอศกรีมแมลงของ Gourmet Grubb นั้นมีหลายรสชาติด้วยกัน เช่นช็อกโกแลต พีนัตบัตเตอร์ และคริสต์มาสสไปซ์ ซึ่ง Bessa ระบุว่า EntoMilk ช่วยให้ไอศกรีมที่ได้มีเนื้อครีมเหมือนไอศกรีมอื่นๆ และไม่เพียงแต่รสชาติที่เหมือนกับไอศกรีมทั่วไปเท่านั้น แต่ไอศกรีมแมลงยังมีคุณประโยชน์สูงเนื่องจาก EntoMilk มีโปรตีนสูงกว่านมปกติถึง 5 เท่า!

“แมลงหลายชนิดมีไขมัน โปรตีน และแร่ธาตุสูง ขณะที่แมลงวันลายมีปริมาณโปรตีนและไขมันเทียบเท่ากับเนื้อวัว นอกจากนี้ยังมีสังกะสี ธาตุเหล็ก และแคลเซียมสูงกว่าเนื้อวัวอีกด้วย” Bessa กล่าว และอธิบายเพิ่มว่า EntoMilk ไม่มีแลคโตสและกลูเต็น ทั้งยังต่างจากนมทั่วไปคือไม่มีคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลเป็นส่วนประกอบอีกด้วย

ทั้งนี้ สหประชาชาติ(UN) คาดการณ์ว่าโลกต้องเพิ่มปริมาณการผลิตอาหารขึ้นเป็นสองเท่าเพื่อป้อนให้กับประชากรโลกในปี 2050 และต้องส่งเสริมการทำฟาร์มแมลงเนื่องจากเป็นแหล่งโปรตีนทดแทนที่ยั่งยืนกว่าการทำปศุสัตว์แบบเดิม และมีการยอมรับในวงกว้างว่าแมลงนั้นให้สารอาหารมากกว่าเนื้อหรือปลา

อุตสาหกรรมอาหาร ที่ช่วย ‘โลก’ ยั่งยืน

“เราตัดสินใจที่จะทำให้แมลงเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งต้องคำนึงถึงคุณภาพ ความสะอาด ความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม ทุกคนกังวลว่าเราจะสามารถสร้างคุณภาพให้กับแมลงที่จะนำมาทำอาหารได้ไหม แต่ในความเป็นจริงแมลงไม่เหมือนสิ่งมีชีวิตอื่น เพราะมันเติบโตในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมเท่านั้น ทำให้การทำฟาร์มแมลงต้องรักษาคุณภาพตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว”

“แมลงต้องการน้ำเพียงเล็กน้อย อาหาร และพื้นที่สำหรับเจริญเติบโต นอกจากนี้การเลี้ยงแมลงยังผลิตก๊าซเรือนกระจกน้อยมากหรือแทบไม่มีเลย เมื่อเปรียบเทียบกับการทำปศุสัตว์แบบเดิม” Bessa อธิบาย

เนื่องจากฟาร์มแมลงสามารถทำได้ในพื้นที่ปิดขนาดเล็กที่ควบคุมสิ่งแวดล้อมได้ ทำให้สามารถทำฟาร์มได้ในพื้นที่เมือง ซึ่งจะเป็นการลดผลกระทบจากการขนส่งนมสู่แหล่งอื่นๆ จากนี้ยังหมายความว่า พวกเขามีความเสี่ยงน้อยมากที่จะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศภายนอกที่มักส่งผลต่อการทำปศุสัตว์ และไร่สวนแบบเดิม ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีแนวโน้มว่าการทำฟาร์มแมลงยังช่วยลดปริมาณของเสียได้อีกด้วย

“แมลงบางชนิดอย่างหนอนแมลงวันลาย มีความสามารถในการกินสารอินทรีย์หลายชนิด ยกตัวอย่างเช่น เราสามารถนำกากที่เหลือจากการต้มเบียร์มาใช้เลี้ยงหนอนพวกนี้ได้”  Bessa กล่าว

ปัจจุบัน Gourmet Grubb ยังเปิดตัวคอนเซปท์ป็อปอัพสโตร์ซึ่งขายไอศกรีมพร้อมอาหารคาวจากแมลงด้วย เช่น ผงแป้งพาสต้าจากแมลง, โครเก้หนอนถั่วลูกไก่ และฮัมมูสที่ทำจากหนอน Mopani

สำหรับในประเทศไทย การรับประทานแมลงไม่ใช่เรื่องแปลก สามารถพบเห็นได้ทั่วไป แต่การนำเอาแมลงมาเป็นวัตถุดิบปรุงเมนูใหม่ๆ นั้นยังน้อยมากนัก คงต้องรอความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ เพื่อรังสรรค์เมนูจากเหล่าแมลงตัวเล็กๆ เหล่านี้ ไม่แน่ในอนาคตนอกจากไอศกรีมอาจจะเมนูอื่นๆ ให้ได้ลิ้มลองกันมากขึ้น

---------------

ที่มา: CNN

สหประชาชาติหรือUNคาดการณ์ว่าโลกต้องเพิ่มปริมาณการผลิตอาหารขึ้นเป็นสองเท่าเพื่อป้อนให้กับประชากรโลกในปี2050และต้องส่งเสริมการทำฟาร์มแมลงเนื่องจากเป็นแหล่งโปรตีนทดแทนที่ยั่งยืนกว่าการทำปศุสัตว์แบบเดิม และมีการยอมรับในวงกว้างว่าแมลงนั้นให้สารอาหารมากกว่าเนื้อหรือปลา

เพราะบอนชอนและโบท็อกซ์ คือสิ่งที่ทำให้มีกำลังใจใช้ชีวิตในประเทศที่ประยุทธเป็นนายกรัฐมนตรี