สิ่งที่ซ่อนอยู่ในสำรับอาหารผู้นำอาเซียน
  • Lifestyle
  • Nov 1, 2019

ในงานกาลาดินเนอร์ของการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 ประเทศไทยได้นำเสนออาหารไทยเลิศรส ให้แก่ผู้นำประเทศและคู่สมรสที่มาเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ เพื่อเป็นสื่อกลางบอกเล่าถึงวัฒนธรรมอันมีเอกลักษณ์และภูมิปัญญาไทย ให้นานาประเทศได้สัมผัสและลิ้มลอง

ผู้รังสรรค์อาหารครั้งนี้คือ เชฟชุมพล แจ้งไพร เชฟมิชลินสตาร์ ซึ่งนำเสนอความรุ่งเรืองของราชอาณาจักรไทยในแต่ละยุคสมัย มาหลอมรวมเป็นรสชาติความเป็นไทย หรือ The Symphony of Thai Tastes

เริ่มต้นด้วยจานแรก “เรียกรส” หรือ Appetizer เสิร์ฟ 5 เมนูเรียกน้ำย่อย ใช้วัตถุดิบที่โดดเด่นจากทั่วทุกภาคของประเทศไทย ด้วยการเสิร์ฟกับเครื่องสังคโลก เปรียบเทียบกับยุคสุโขทัย ยุคเริ่มแรกแห่งความรุ่งเรืองของวัฒนธรรมอาหารไทย ได้แก่ เมนูหมี่กรอบไทยชาววังหอมกลิ่นส้มซ่าจากสวนเมืองนนท์เสิร์ฟในกระทงจากแป้งข้าวไทย เมนูทอดมันปลากรายจากปากน้ำโพธิ์พร้อมกับน้ำอาจาดเยลลี่ทำจากน้ำส้มสายชูหมักจากข้าวหอมมะลิ เมนูผัดไทยเส้นจันท์กับกุ้งแชบ๊วยจากอ่าวไทย เมนูยำทวายไก่ฟ้าโครงการหลวงและผักออร์แกนิก 9 อย่างจากทุกทิศทั่วไทย เมนูไก่บ้านพื้นเมืองเบตงหมักสมุนไพรไทยอย่างถ่านไม้มะดันหอมและซอสฆอ

​ถัดมาเป็น “รุ่มรส” หรือ Soup เชฟชุมพลกล่าวว่า ไม่มีอะไรโดดเด่นเกินกว่า ต้มยำกุ้ง อย่างแน่นอน ซึ่งซุปนี้เป็นต้มยำกุ้งแบบดั้งเดิม ที่เสิร์ฟด้วยเครื่องเบญจรงค์ลายเทพนม-นรสิงห์ พื้นดำ ซึ่งเป็นที่นิยมในสมัยกรุงศรีอยุธยา

ลำดับต่อไป “ร่ำรส” หรือ Main Course อาหารจานหลักที่เลือกเสิร์ฟสำรับไทย ด้วยเครื่องเบญจรงค์ลายก้านขดน้ำทอง เปรียบเป็นยุคธนบุรีต่อรัตนโกสินทร์ตอนต้น เป็นการผสมผสานวัตถุดิบชั้นเลิศจากทั่วประเทศ เช่น ปลากะพงน้ำลึก จาก จ.กระบี่ ย่างน้ำมะขามเมืองเพชรบูรณ์ เสิร์ฟกับหน่อไม้ฝรั่งจากดอนตูม นครปฐม ทานคู่กับข้าว 5 ชนิดจากทั่วเมืองไทย

และสุดท้ายคือ “รื่นรส” หรือ Dessert ของหวานที่เสิร์ฟด้วยเครื่องเบญจรงค์ลายจักรีน้ำทองด้าน จากยุครัตนโกสินทร์ในปัจจุบัน ได้แก่ เมนูข้าวเหนียวมูนเขี้ยวงูใหม่จากเชียงใหม่ คู่กับมะม่วงพาร์เฟต์สอดไส้มังคุดเมืองใต้ มาการองทุเรียนหมอนทองจากระยอง และขนมโบราณเกสรลำเจียกปรุงน้ำหอมดอกไม้ พร้อมไอศกรีมกะทิสดจากเกาะพงัน

​เชฟชุมพลยังบอกอีกว่าการรังสรรค์เมนูอาหารต้องสื่อไปในทางวัฒนธรรมที่จะช่วยสร้างความเข้าใจและเชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับนานาประเทศได้เป็นอย่างดี ทำให้เห็นด้วยว่าแต่ละเมนูล้วนแล้วแต่ผ่านการประณีตคัดสรรในทุกขั้นตอน  ต่างจากอาหารมื้อธรรมของชาวบ้านทั่วไป ก็แน่หละ ระดับผู้นำประเทศนี่ นั่นก็เป็นเพราะว่ามนุษย์ที่รวมกลุ่มก้อนเป็นสังคมอย่างมีอารยะ

อาหารไม่ได้มีความสำคัญในแง่การหล่อเลี้ยงชีวิตเท่านั้น ในอีกด้านหนึ่งอาหารยังมีความสำคัญในมิติวัฒนธรรมอีกด้วย กล่าวคือ อาหารการกินยังสามารถบ่งบอกได้ว่าคนนั้นเป็นอะไร เป็นใคร และอยู่ในชนชั้นไหนได้อีกด้วย ดูได้จากวิธีการกินอาหารของพวกชนชั้นสูงกับพวกชาวบ้านธรรมดา ไม่ว่าจะในสังคมไหน วิธีการกินอาหารของคนทั้งสองกลุ่มก็มักแตกต่างกัน

​อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้นำ นักการเมือง นักธุรกิจ นายทหาร ฯลฯ และถ้าว่ากันตามจริงแล้ว สำหรับบุคคลทั่วไปด้วยเช่นกัน ที่อาหาร แต่ละมื้อที่กิน หรือที่ออกเงินเลี้ยงบุคคลอื่นๆ บางครั้งมีความหมายมากกว่าแค่เรื่องของข้าวปลาอาหาร แต่มีเรื่องของงาน  ผลประโยชน์  การปรับทุกข์ผูกมิตร ฯลฯ

ว่ากันว่าผลลัพธ์ในการประชุมสำคัญต่างๆ บางครั้งแค่การนำเสนออาหารก็สามารถที่จะชี้ชะตาได้ และดูเหมือนมันจะจริง เพราะมีตัวอย่างให้เห็นอย่างการประชุมระดับโลกของสองชาติเกาหลีเหนือและใต้เมื่อปีที่แล้ว ต่างคัดสรรเมนูชั้นเยี่ยมเพื่อใช้ในการประชุม สำนักข่าว

Reuters รายงานว่า ผู้นำเกาหลีเหนือ คิมจองอึน เป็นคนเลือกเมนูที่จะใช้เสิร์ฟในการประชุมครั้งนั้นด้วยตัวเอง ซึ่งเมนูที่เขาเลือกก็เป็น โรสตี อาหารจากประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ส่วนสาเหตุที่ผู้นำคิมได้เลือกอาหารดังกล่าวแทนที่จะเป็นอาหารต้นตำรับเกาหลีเหนือก็เพราะโรสตีนั้นเป็นอาหารที่ตัวผู้นำคิมเองชอบและกินมันมาเมื่อครั้งที่เขายังเป็นเด็กที่อาศัยและโตในประเทศสวิสเซอร์แลนด์

ด้วยอาหารดังกล่าวส่งมอบความรู้สึกในวัยเด็กจากผู้นำที่ปกติเราต่างเห็นมุมมองโหดๆ ของเขามาตลอดถือเป็นประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ทำให้โลกต้องตะลึงและรับรู้ถึงความจริงใจของเขาและไม่เพียงแค่อาหารวัยเด็กของผู้นำคิมเท่านั้น ผู้นำ มุนแจอิน ที่เกิดและเติบโตที่เมืองปูซาน เมืองชายทะเลขึ้นชื่อของเกาหลีใต้ เสนอปลาดอลลี่อบ ซึ่งเป็นอาหารโปรดในวัยเด็กของเขา อีกหนึ่งในอาหารที่ทางเกาหลีเหนือภูมิใจนำเสนอนั่นก็คือ อาหารขึ้นชื่อประจำชาติอย่าง บะหมี่เย็น สไตล์เปียงยาง ซึ่งผู้นำเกาหลีใต้มุนแจอินที่รู้ว่าจะมีเมนูนี้ ก็ได้เจาะจงให้หัวหน้าเชฟของเกาหลีเหนือจากภัตตาคารอ๊กริว-กวาน ร้านอาหารขึ้นชื่อในกรุงเปียงยาง เป็นคนทำเมนูนี้โดยเฉพาะ

ไม่ว่าจะเป็นที่ไหน สำหรับการประชุมระดับผู้นำนั้น ย่อมถือว่าเรื่องอาหารการกินเป็นเรื่องใหญ่ไม่แพ้หัวข้อการประชุมเลยทีเดียว  และจากเมนูอาหารที่เชฟชุมพลนำเสนอมาเพื่อใช้ในการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 35 นั้นจะเห็นว่าล้วนแต่ถูกเลือกกันมาอย่างตั้งใจทั้งนั้น

​ทำไมอาหารในการประชุมระดับชาติและนานาชาติจึงมีความสำคัญถึงขั้นสามารถชี้ชะตาการประชุมได้  นั่นก็เพราะว่าอาหารมันมี “อำนาจ” การบริโภคอาหารไม่ใช่แค่เพียงแต่ผู้บริโภคจะเป็นผู้เลือกอาหารเท่านั้น แต่พวกเขาเหล่านั้นยังตกเป็นผู้ถูกกระทำด้วย ในความหมายของสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม โดยนัยนี้อีกนัยหนึ่งคือ อาหารได้ตีตราและได้มอบความหมายแก่ผู้บริโภคเข้าไปด้วย

การบริโภคอาหารจึงไม่ใช่จำกัดอยู่แค่การบริโภคในสิ่งที่มีตามภาวะทางธรรมชาติแต่ขยายออกไปในระดับการบริโภคที่กำหนดโดยสังคมและวัฒนธรรม ตลอดจนการบริโภคในแนวทางที่เชื่อและบริโภคเพื่อแสดงออกทางสังคม จริงแล้วๆ การบริโภคอาหารนอกจากกินเพื่ออยู่แล้ว การบริโภคอาหารยังเป็นการบริโภคความหมายเชิงสัญญะด้วยอย่างเช่นอาหารในการประชุมระดับผู้นำ

​นัยยะของอาหารในงานประชุม

  • อาหารหมายถึงยินดีต้อนรับ

​ตั้งแต่สมัยโบราณมาแล้วที่อาหารถูกใช้ในความหมายถึงการต้อนรับของเจ้าของบ้าน เจ้าบ้านพยายามแสดงความเคารพให้เกียรติต่อแขกเหรื่อผู้มาเยือนถึงเรือนชานด้วยอาหารที่ดีที่สุดที่พวกเขาจะสามารถจัดหามาต้อนรับได้  จนถึงทุกวันก็ยังเป็นแบบนี้อยู่  เราจะหาอาหารหรือเครื่องดื่มมาต้อนรับเป็นลำดับแรกๆ ก่อนที่กิจกรรมต่างๆ จะตามมา

  • อาหารคือการสร้างเครือข่าย

​เคยได้ยินไหมว่าข้อตกลงหลายอย่างเกิดขึ้นบนโต๊ะอาหาร  ในระหว่างรับประทานอาหารเป็นช่วงเวลาที่เหมาะช่วงหนึ่งสำหรับการพูดคุยตกลงธุระบางอย่าง ว่ากันว่ามันเป็นกลวิธีอย่างหนึ่ง ในเวลาที่เจ้าภาพเชิญแขกมารับประทานอาหารเพื่อจะได้เรียนรู้หรือทำความรู้จักมักคุ้น ตลอดจนสร้างความสนิทสนมกันให้มากขึ้นในขณะที่กำลังเพลิดเพลินกับอาหารเลิศรสบนโต๊ะ   มิตรภาพและความสัมพันธ์ใหม่มักเกิดบนโต๊ะอาหารนี่แหละ และในอีกด้านหนึ่งอาหารในงานเลี้ยงคือการแชร์ประสบการณ์

  • อาหารคือการสร้างแบรนด์ให้กับงานประชุม

​วิธีการที่จะช่วยดึงดูดผู้เข้าร่วมประชุมมีหลายวิธี อาหารเป็นสิ่งแรกๆ ที่ผู้เข้าร่วมประชุมจะนึกถึงและตื่นตาตื่นใจกับเมนูที่พวกเขาจะได้ลิ้มรส ดังนั้นจึงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สามารถทำให้ผู้เข้าร่วมประชุมแฮปปี้หรือไม่ในระหว่างประชุม ที่สำคัญคือมันสามารถใช้โปรโมตงานประชุมและเป็นเครื่องช่วยส่งเสริมกิจกรรมการประชุมได้เป็นอย่างดี

​การสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้นำประเทศ เป็นสิ่งที่จำเป็นตั้งแต่ครั้งอดีต เพราะต้องการที่จะรู้จักและเรียนรู้ซึ่งกันและกันมากขึ้น การเลี้ยงรับรองก็เป็นส่วนหนึ่งที่สร้างความสมานฉันท์แก่ผู้จัดงานและแขกผู้มาร่วมงานได้เป็นอย่างดี การกินอาหารในงานเลี้ยงรับรองของบรรดาผู้นำจึงมิใช่แค่เรื่องรสชาติและสารอาหารหล่อเลี้ยงร่างกาย ให้สามารถทำงานได้ต่อเท่านั้น บางทีก็ต้องบริโภคสัญญะที่ถูกกำหนดในเมนูอาหารนั้นๆ เข้าไป

นักประวัติศาสตร์อาหารกล่าวว่าการบริโภคอาหารไม่เคยเป็นแค่เรื่องชีวภาพล้วนๆ หากแต่เป็นการบริโภคความหมายอันซับซ้อนมากมาย เช่นเดียวกันกับที่การบริโภคอาหารชุด The Symphony of Thai Tastes ในงานประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 35 ซึ่งได้ใส่ความหมายถึงประวัติศาสตร์แห่งราชอาณาจักรไทย ที่มาที่ไป การมีตำรับตำราอาหาร ร่องรอยวิธีปฏิบัติต่ออาหาร แหล่งของอาหาร การปรุง การเสิร์ฟ ชนชั้น สถานะทางสังคม

ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ถ้ามีอาหารที่ดีและถูกปาก การพูดคุยตกลงก็จะเป็นไปได้ด้วยดีตามธรรมชาตินั่นเอง

อ้างอิง: กระทรวงการต่างประเทศ, reuters.com

นักประวัติศาสตร์อาหารกล่าวว่าการบริโภคอาหารไม่เคยเป็นแค่เรื่องชีวภาพล้วนๆ หากแต่เป็นการบริโภคความหมายอันซับซ้อนมากมาย เช่นเดียวกันกับที่การบริโภคอาหารชุด The Symphony of Thai Tastes ในงานประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 35 ซึ่งได้ใส่ความหมายถึงประวัติศาสตร์แห่งราชอาณาจักรไทยลงไปในทุกๆ จาน

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์