ภูมิปัญญาแห่งความศรัทธา
ภูมิปัญญาแห่งความศรัทธา
ภูมิปัญญาแห่งความศรัทธา
ภูมิปัญญาแห่งความศรัทธา
ภูมิปัญญาแห่งความศรัทธา
ภูมิปัญญาแห่งความศรัทธา
ภูมิปัญญาแห่งความศรัทธา
ภูมิปัญญาแห่งความศรัทธา
ภูมิปัญญาแห่งความศรัทธา
ภูมิปัญญาแห่งความศรัทธา
ภูมิปัญญาแห่งความศรัทธา
ภูมิปัญญาแห่งความศรัทธา
  • Lifestyle
  • Jul 12, 2019

เมื่อปฎิทินเปิดไปหน้าเดือนกรกฏาคม เทศกาลสำคัญสำหรับชาวพุทธ ศาสนาคือประเพณีการเข้าพรรษา  และถ้าหากให้นึกถึงความยิ่งใหญ่ของประเพณีนี้ เชื่อว่า ทุกคนต้องนึกถึงประเพณีแห่เทียนที่จังหวัดอุบลราชธานี

ขบวนรถยาวสุดลูกหูลูกตา ขับเคลื่อนเทียนสีเหลืองอร่ามแกะสลักลวดลายเรื่องราวพุทธศาสนาที่มีทั้งความปราณีต งดงาม และเต็มไปด้วยศิลปะวัฒนธรรมที่ส่งต่อเป็นภูมิปัญญา พร้อมกับขบวนนางรำ และ เสียงเพลงครึกครื้น  คือความตระการตาที่เราจะเห็นได้ในช่วงเดือนกรกฎาคมของทุกปี ในจังหวัดอุบลราชธานี โดนปีนี้ประเพณีแห่เทียนพรรษาจะจัดขึ้นในวันที่ 12-17 กรกฎาคม 2562  

ภูมิปัญญาแห่งความศรัทธา

“อุบลเมืองดอกบัวงาม แม่น้ำสองสี มีปลาแซ่บหลาย หาดทรายแก่งหิน ถิ่นไทยนักปราชญ์ ทวยราษฎร์ใฝ่ธรรม งามล้ำเทียนพรรษา ผาแต้มก่อนประวัติศาสตร์ ฉลาดภูมิปัญญาท้องถิ่น ดินแดนอนุสาวรีย์คนดีศรีอุบล”

อุบลราชธานีเป็นจังหวัดที่เต็มไปด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรม และ ประเพณีการแห่เทียนพรรษก็เป็นหนึ่งในความพิเศษของจังหวัดนี้ที่มีมายาวนานมาถึง 117 ปี

ประเพณีการแห่เทียนนั้นเป็นประเพณีสำคัญทางศาสนาพุทธที่จะทำกันในวันเข้าพรรษา ซึ่งเป็นวันที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงบัญญัติให้พระภิกษุสงฆ์จำพรรษาเป็นเวลา 3 เดือนในฤดูฝน ระหว่างแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 เพื่อไม่ให้พระสงฆ์ไปเหยียบย่ำข้าวกล้าของชาวนาให้ได้รับความเสียหาย และเนื่องจากสมัยก่อนพระภิกษุสงฆ์ไม่มีไฟฟ้าใช้ ชาวบ้านจึงหล่อเทียนต้นใหญ่ขึ้น เพื่อถวายพระภิกษุสงฆ์จุดให้แสงสว่างในการปฏิบัติกิจวัตรต่างๆ เป็นพุทธบูชาตลอดเวลา 3 เดือน การนำเทียนไปถวายชาวบ้านมักจัดขบวนแห่กันอย่างเอิกเกริกสนุกสนานและปฏิบัติสืบทอดกันมาจนกลายเป็นประเพณี

“เพราะเราศรัทธา เราจึงมีวันนี้”

ครูอ้อย หรือ ชาลิดา พูลทรัพย์ จากกลุ่มผลิตภัณฑ์เทียนหอมเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี เล่าว่า เป็นธรรมเนียมของทุกปีว่าถ้าถึงวันเข้าพรรษา ทุกคน ทุกคณะและทุกวัดจะมีการแกะเทียน เพื่อแห่ กันอย่างเต็มที่ ตนเองนั้นมีอาชีพทำผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเทียนหอม แต่ถ้าถึงช่วงประเพณีการแห่เทียนก็จะแกะเทียนเพื่อแห่ในขบวนอย่างเต็มเวลา งดการทำผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเทียนหอมเพื่อทุ่มเทให้กับการแกะเทียนในขบวนแห่เพียงอย่างเดียว

ศิลปะแห่งความเลื่อมใส

“การแกะเทียนใช้เงินมหาศาลสำหรับชาวบ้านปกติ เป็นหลักแสน หรือถ้าเป็นขบวนใหญ่จริงๆ จะมีค่าใช้จ่ายถึงหลักล้านเลยก็มี โดนแต่ละชุมชนก็จะเปิดรับบริจาค สมทบทุนในการทำขบวนรถแห่เทียน ซึ่งทุกคนเต็มใจ เพราะเราเชื่อว่านี่คือการเคารพและเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาของเรา” ครูอ้อยเล่าให้ฟังว่า สิ่งแรกก่อนการแกะเทียนคือการเขียนแนวคิดว่าเราจะแกะเป็นเรื่องราวอะไร และค่อยระดมทุนเท่าที่เราประเมินค่าใช้จ่าย

ในปัจจุบันเทียนพรรษามี 2 ชนิด คือ เทียนพรรษาแบบจุดได้ กันเทียนพรรษาแบบจุดไม่ได้ เทียนพรรษาแบบจุดไม่ได้นี้จะไม่มีไส้ มีแต่ไม้หรือเหล็กกันเทียนหัก เพราะทำขึ้นมาเพื่อประกวด หรือถวายเป็นพุทธบูชาเท่านั้น

“การแกะเทียนนั้นไม่ง่าย ผู้แกะต้องมีความเชี่ยวชาญ และหมั่นฝึกฝนประจำ เพราะเทียนเป็นวัสดุที่ขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมทั้งสภาพภูมิอากาศ ความชำนาญ โดยระยะเวลาที่ใช้ในการแกะต่อ 1 ขบวนประมาณ 1-2 เดือน ตามความยากง่ายของรูปร่าง” ครูอ้อยเล่าว่า ตนเองนั้นเรียนจบทางด้านศิลปะโดยตรงจากเพาะช่างจังหวัดเชียงใหม่ หลังจากเรียนจบแล้วจึงกลับมาจังหวัดบ้านเกิดที่อุบลราชธานีแล้วจึงเริ่มแกะเทียน

“ความยากที่สุดของการแกะเทียนคือการวางสรีระ การดูกล้ามเนื้อ และ สัดส่วน เพราะเราต้องทำออกมาให้ดูสมจริงที่สุด ดังนั้นแล้วคนแกะเทียนทุกคนต้องเข้าใจสรีระและร่างกายมนาย์เป็นอย่างดี บางคนไม่ได้เรียนมาด้วยซ้ำแต่กลับแกะได้ นี่คือความเป็นภูมิปัญญา ที่ส่งต่อกันมา” ครูอ้อยกล่าวพร้อมชี้ไปที่กระดานแปะโครงสร้างกล้ามเนื้อต่างๆ ที่มีทั้งคน ม้า ต้นไม้

“บางเรื่องเป็นเรื่องที่เกินคาด เหนือธรรมชาติสำหรับเรา การแกะเทียนเป็นงานหนักมากโดยเฉพาะถ้าเทียบกับผู้หญิงอย่างเรา แต่เรากลับมีแรงฮึดอย่างแปลกประหลาด หรือบางปีเราแกะรูปพญานาค  เรามักจะฝันเห็นพญานาคบ่อยๆ ซึ่งเรื่องนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล”

สืบทอดประเพณีเพื่อดำรงไว้แห่งวัฒนธรรม  

“ทุกวันนี้ขบวนแห่เทียนยิ่งใหญ่ขึ้นทุกปี พี่อ้อยดีใจเพราะว่าการแห่เทียนแกะเทียนเป็นประเพณีที่อยู่คู่กับเรามานาน อย่างน้อยเราจะได้รู้ว่าคนยังไม่ลืม  เรื่องความอลังการเป็นผลพลอยได้ทั้งนั้น” พี่อ้อยกล่าวทิ้งท้าย

โดยในปีนี้ขบวนเทียนของพี่อ้อยนั้นไม่ได้แห่ไปตามถนนสายหลักของเมืองอุบล แต่จะไปตั้งอยู่ในห้างเซ็ลทรัลอุบลแทน โดยความพิเศษในปีนี้คือการใช้เทียนหอม ที่เป็นเจ้าเดียวในโลกในการแกะสลักเทียนเป็นรูปวรรณคดี ภายใต้คอนเซปท์ มหัศจรรย์เขาไกรลาส และนางกินรี โดยทางกลุ่มที่อ้อยได้แรงบันดาลใจส่วนหนึ่งมาจากวัดภูพร้าว วัดเรืองแสงสุดมหัศจรรย์ของจังหวัดอุบลราชธานี

 

เรื่องและภาพ มยุรา ยะทา

อุบลราชธานีเป็นจังหวัดที่เต็มไปด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรม และ ประเพณีการแห่เทียนพรรษาก็เป็นหนึ่งในความพิเศษของจังหวัดนี้ที่มีมายาวนานมาถึง 117 ปี

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์