สักสี สักศรี
สักสี สักศรี
สักสี สักศรี
สักสี สักศรี
สักสี สักศรี
สักสี สักศรี
สักสี สักศรี
  • Lifestyle
  • Jul 26, 2019

 

เมื่อพูดถึงวัยรุ่นในยุค 2019 แล้ว การสักคงเป็นสัญลักษณ์หนึ่งที่บ่งบอกถึงความเป็นแฟชั่นไปโดยปริยาย โดยเฉพาะการสักลายมินิมอล รูปสัตว์ที่รัก หรือ สิ่งของในความทรงจำของผู้สักเอง แต่ถึงอย่างนั้นการสักลายก็ยังคงเป็นกิจกรรมที่อยู่ภายใต้ม่านหมอกแห่ง มายาคติ  ด้านลบในมุมมองของคนไทยส่วนหนึ่ง นิทรรศการ สักสี สักศรี ก่อนรอยแห่งเกียรติจะลบเลือน จึงพาเราไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับรอยสัก และวัฒนธรรมร่องรอยบนเรือนร่างของชาติพันธุ์ไทยล้านนา และ ชนเผ่าไผวัน ไต้หวัน   ที่จะทำให้คุณมองรอยสักในมุมมองใหม่

ย้อนรอยสัก

การสัก คือการเอาเหล็กแหลมแทงลง โดยใช้เหล็กจุ่มหมึกหรือน้ำมันแทงลงผิวหนังให้เป็นอักขระ เครื่องหมาย หรือลวดลาย ถ้าใช้หมึกเรียกว่าสักหมึก ถ้าใช้น้ำมันเรียกว่าสักน้ำมัน  

การสักครั้งแรกของโลกนั้นมีความยาวนานเป็นพันปีมาแล้ว หลักฐานชิ้นสำคัญคือการค้นพบซากมนุษย์ที่บริเวณธารน้ำแข็ง อาเล็ทซ์ กลาเซียร์ (Aletsch Glacier) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งปรากฎรอยสักบริเวณหลังและข้อเท้า  นอกจากนี้ยังมีการพบร่องรอยการสักของมัมมีในประเทศอียิปต์ ประมาณ 5,000 ปีมาแล้ว ความยาวนานนี้กำลังบอกเราว่าการสักคืออารยะแห่งวัฒนธรรมอย่างหนึ่ง

ไทยล้านนา ตำนานแห่งรอยสัก

การสักลายของคนไทยเป็นประเพณีที่ได้มาจากไทใหญ่ สิบสองปันนา และสิบสองจุไท (ไทน้อย) ดังนั้นแล้วอาจจะบอกได้ว่าการสักในยุคแรกของคนไทยเป็นเรื่องของชาวล้านนา โดยมีความเชื่อท้องถิ่นเข้าไปผสมผสานกับพุทธศาสนา

พระอาจารย์ศุภชัย ชยสุโภ ผู้ศึกษารอยสักล้านนา เล่าว่า การสักของคนล้านนานั้นเป็นสัญลักษณ์แห่งความดี โดยก่อนที่จะสักต้องมีการทำพิธีกรรมเพื่อให้เกิดความศักดิ์สิทธ์ นอกจากนี้การสักยังเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความเป็นลูกผู้ชาย  ความกล้าหาญและความอดทน โดนเฉพาะการสักขา

ลวดลายที่ชาวล้านนาสักกันได้แก่ หนู เมฆหรือลม นกกระจาบ นกแร้ง สิงโต ค้างคาว เสือ ช้าง และลิงหนุมาน พระอาจารย์ศุภชัยให้ความคิดเห็นว่าที่เป็นสัตว์ประเภทนั้นเพราะความหมายบ่งบอกไปในเรื่องดี

วิถีการสักของชาวล้านนานั้นมีมาต่อเนื่องหลายร้อยปี จนกระทั่งสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา การสักลายจึงเริ่มหมดความนิยมไปจากสังคมเมืองล้านนา เรียกได้ว่านับวันรอการจางหายไปตามเวลา แต่ถึงอย่างนั้นรอยสักแบบล้านนายังมีกลุ่มคนที่นำมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์สินค้า เพื่อดำรงวัฒนธรรมการสักลายต่อไป 

ไผวัน ไท่หย่า ชนเผ่าที่จารึกชีวิตบนรอยสัก

นอกจากวัฒนธรรมการสักลายของชาวล้านนาในประเทศไทยแล้ว ยังมีวัฒนธรรมการสักลายที่เก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของโลกคือ การสักลายของชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไต้หวัน

ไผวัน และ ไท่หย่า ชาวพื้นเมืองเดิมบนเกาะแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ ประเทศไต้หวัน การสักของชนเผ่าทั้งสองนี้มีความแตกต่างกัน ในชนเผ่าไผวันนั้นมองว่ารอยสักเป็นสัญลักษณ์แห่งเกิยรติยศและสถานะรอยสักก็เหมือนลวดลายบนเสื้อผ้า ที่สะท้อนถึงสถานะทางสังคมหรือตำแหน่งในชุมชนของบุคคลนั้น

ตามประเพณีแล้ว หัวหน้าเผ่าและสมาชิกในครอบครัวหัวหน้าเผ่าเท่านั้นที่จะสามารถสักลายพิเศษได้ คนทั่วไปต้องขออนุญาตจากหัวหน้าเผ่าก่อน หากใครทำไปโดยไม่ได้รับอนุญาตจะต้องถูกลงโทษ

ในขณะเดียวกัน ชนเผ่าไท่หย่า การสักคือการให้ความสำคัญและความสามารถส่วนบุคคล และยกย่องนักรบผู้กล้า และสตรีผู้มีความสามารถในการทอผ้า

การสักของชนเผ่าเก่าแก่นี้ ในช่วงศตวรรษที่ 20 เมื่อประเทศไต้หวันอยู่ภายใต้การปกครองของญี่ปุ่น คนพื้นเมืองถูกมองว่าไร้อารยธรรมและถูกกัดกัน หลายคนต้องผ่าตัดลบรอยสักออก วัฒนธรรมการสักนั้นจึงลดน้อยลง

การสักลายนั้นเป็นวัฒนธรรมของมนุษยชาติที่มีพัฒนาการมายาวนาน มีนัยยะ และแสดงถึงความหมายที่แตกต่างกัน หากใครอยากศึกษาเรื่องของรอยสักเพิ่มเติม มิวเซียมสยามยังคงจัดแสดง ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม ถึง 27 ตุลาคม 2562

การสัก คือการเอาเหล็กแหลมแทงลง โดยใช้เหล็กจุ่มหมึกหรือน้ำมันแทงลงผิวหนังให้เป็นอักขระ เครื่องหมาย หรือลวดลาย ถ้าใช้หมึกเรียกว่าสักหมึก ถ้าใช้น้ำมันเรียกว่าสักน้ำมัน

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์