ไปดูให้เห็นกับตา! อะไรซ่อนอยู่ในกองทัพหุ่นดินเผาจิ๋นซีฮ่องเต้?
  • Lifestyle
  • Sep 14, 2019

ความลับดำมืดและเรื่องราวอาถรรพ์กำลังจะมาเขย่าขวัญคนไทย โดยเฉพาะใครที่ชอบเรื่องราวประวัติศาสตร์จีนน่าจะสนใจเรื่องนี้มากเป็นพิเศษ และทำให้คุณได้ใกล้ชิดประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของแดนมังกรมากขึ้น เมื่อ กองทัพทหารดินเผาจิ๋นซีฮ่องเต้ ที่มีอายุเก่าแก่กว่า 2,700 ปี ถูกส่งตรงจากพิพิธภัณฑ์สุสานจักรพรรดิ์จิ๋นซี เมืองซีอาน ประเทศจีน และกำลังจะจัดแสดงนิทรรศการในเมืองไทยเป็นครั้งแรก!

สำหรับคนที่ทราบประวัติศาสตร์จีนเกี่ยวกับเรื่องนี้ หรือคนเคยไปเที่ยวชม สุสานกองทัพทหารดินเผาที่เมืองซีอานมาแล้วก็คงไม่ต้องอธิบายอะไรให้มากความ คงเตรียมตัวเดินทางไปชมความอลังการเหล่านี้อยู่แน่ๆ แต่...สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่า สุสานกองทัพทหารดินเผาจิ๋นซีฮ่องเต้ คืออะไร? อย่ารอช้า มาทำความรู้จักกันก่อน เดี๋ยวจะคุยกับคนอื่นไม่รู้เรื่อง

กองทัพทหารดิน แต่เหมือนคนจริงๆ

Bottom Line ขอพาทุกคนย้อนอดีตกลับไปที่เมืองซีอาน ประเทศจีน เมื่อวันที่ 29 มีนาคม ค.ศ. 1974 เป็นวันที่สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ และเหล่ากองทัพทหาดินเผาถูกค้นพบโดยบังเอิญ โดยผู้ที่ค้นพบนั้นเป็นชาวนาชื่อ หยาง จื้อ ฟา อาศัยอยู่ในหมู่บ้านซีหยาง เขาได้ไปขุดดินเพื่อหวังจะทำบ่อน้ำและบังเอิญพบกับแจกันและรูปปั้นทหารดินเผา จึงได้แจ้งทางการ จากนั้นทางรัฐบาลจีนก็ได้ส่งทีมเจ้าหน้าที่ไปขุดค้นและสำรวจจนพบว่าสิ่งของที่ค้นพบนั้นมีอายุมากถึงราว 2,000 ปี (ในตอนนั้น) ทางการจีนจึงได้ดำเนินการขุดค้นต่อไป และในที่สุดก็พบว่าที่แห่งนี้เป็น มหาสุสานอันยิ่งใหญ่ของจักรพรรดิจิ๋นซีฮ่องเต้ แห่งราชวงศ์ฉิน พร้อมกองทัพทหารมากมายมหาศาล โดยมีพื้นที่ทั้งหมดราวๆ 2,180 ตารางกิโลเมตรเลยทีเดียว

ทีมจากรัฐบาลจีนขุดสำรวจต่อไปเรื่อยๆ ก็พบว่ากองทัพทหารดินเผาเหล่านี้ มีการจัดวางตำแหน่งต่างๆ ตามการออกศึกจริงๆ จำนวน 11 แถว ประกอบไปด้วย แม่ทัพฝ่ายบู๊ แม่ทัพฝ่ายบุ๋น พลหอก พลดาบ สารถีประจำรถม้า ม้าศึก ฯลฯ ทุกตัวถืออาวุธจริงอยู่ในมือ นักโบราณคดีตั้งข้อสังเกตว่า กองทหารอารักขาสุสานของจิ๋นซีฮ่องเต้มีแนวการจัดทัพตามบันทึกในตำราพิชัยสงครามซุนวู แต่ที่น่าสงสัยคือ หุ่นทหารดินเผาแต่ละตัวมีหน้าตา ท่าทาง รวมถึงเครื่องแต่งกายไม่เหมือนกันเลยแม้แต่ตัวเดียว! 

นอกจากนั้นในบริเวณรอบๆ สุสานพบว่ามีการสร้างพระราชวังที่เหมือนจริงทุกประการ ทั้งพระราชฐานชั้นใน ชั้นนอก ทรัพย์สมบัติ นางกำนัล นางสนม ข้าราชบริพารอีกจำนวนมาก และส่วนสำคัญที่สุดของสุสานนี้ก็คือห้องที่บรรจุพระบรมศพของจิ๋นซีฮ่องเต้ ที่ตั้งอยู่บริเวณกึ่งกลางของสุสานพื้นที่ใหญ่โตและมีความสูงถึง 15 เมตร

รัฐบาลจีนได้ทำการเปิดสุสานแห่งนี้ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์อันสำคัญของจีน เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลก รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวจีนเองได้เดินทางมาเที่ยวชมครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ค.ศ.1979 และด้วยความงดงามอันยิ่งใหญ่อลังการนี้ทำให้องค์การยูเนสโก้ได้บันทึกให้สุสานแห่งนี้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมเมื่อ ค.ศ.1987 อีกด้วย

ความลับ เรื่องเล่า และอาถรรพ์

สุสานแห่งนี้มีความลับหลายอย่างซ่อนอยู่! ในประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่า เมื่อจิ๋นซีฮ่องเต้ยังมีชีวิตอยู่ พระองค์ต้องการมีชีวิตที่เป็นอมตะ พระองค์ได้เสาะแสวงหายาอายุวัฒนะจากทุกหนแห่ง เพื่อรักษาชีวิตไว้ให้ยาวนานที่สุด แต่สุดท้ายพระองค์ก็หนีความตายไม่พ้น ก่อนสิ้นพระชนม์จึงได้รับสั่งให้สร้างสุสานขนาดใหญ่ (เสมือนจำลองพระราชวังไว้ใต้ดิน) เพื่อเก็บรักษาร่างกายของพระองค์ไว้รอวันที่พระองค์จะฟื้นคืนชีพอีกครั้ง ส่วนที่เห็นว่าในสุสานมีเหล่ากองทัพทหาร ข้าบริวารต่างๆ ก็เพื่อต้องการให้ไปรับใช้พระองค์ในโลกหลังความตาย

จริงๆ แล้วสุสานแห่งนี้มีขนาดใหญ่กว้างไกลไพศาลมาก เมื่อใช้เครื่องมือที่มีเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างกล้องส่องทางไกลชนิดพิเศษส่องเข้าไปใต้ดินพบว่ามีหลุมสุสานอยู่ 8 หลุม แต่ทางการจีนทำการขุดสำรวจเพียง 3 หลุมเท่านั้นและหยุดไว้ก่อน ทั้งๆ ที่ยังขุดไม่เจอพระศพของจิ๋นซีฮ่องเต้ (ขุดสำรวจได้ยังไม่ถึง 50%) เหตุผลก็เพราะต้องการให้มีเทคโนดลยีที่ดีกว่านี้ในการขุดสำรวจ เพื่อไม่ให้โบราณวัตถุเสียหายจากสภาพแวดล้อมภายนอก 

หากขุดสำรวจไปเรื่อยๆ จนเจอห้องบรรจุพระศพของจิ๋นซีฮ่องเต้ นักวิชาการคาดว่าจะได้เจอพระศพแบบสมบูรณ์ค่อนข้างแน่นอน เพราะมีตำราหลายเล่มที่ระบุว่า จิ๋นซีฮ่องเต้ได้มีพระบัญชาให้รักษาพระศพของพระองค์ด้วยปรอท ละจากการตรวจสอบด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ก็พบว่า บริเวณที่คาดว่าเป็นจุดที่บรรจุพระศพนั้น มีความเข้มข้นของสารปรอทมากผิดปกติ มากกว่าบริเวณอื่นๆ ถึง 50 เท่า!

บ้างก็ระบุว่าบริเวณที่ล้อมรอบพระศพของจิ๋นซีฮ่องเต้นั้น เป็นลำธารปรอทเพื่อรักษาพระศพให้ไม่เน่าเปื่อย อีกนัยหนึ่งคือเป็นการป้องกันผู้บุกรุกที่อาจจะมาทำลายพระศพ เพราะปรอทเป็นสารพิษรุนแรงใครที่เข้าไปแบบสุ่มสี่สุ่มห้าก็อาจจะโดนพิษปรอทจนเสียชีวิตได้ นอกจากนั้นเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้โจรหรือหัวขโมยเข้ามาลักขโมยสมบัติจากสุสาน พระองค์ก็มีพระบัญชาให้สร้างกลไกในการป้องกันเอาไว้จำนวนมาก สันนิษฐานกันว่ามีการสร้างกลไกสำหรับปล่อยสารพัดอาวุธเข้าใส่ผู้ที่มาเยือนสุสานแบบพลการ

ส่วนเรื่องราวอาถรรพ์ของสุสานแห่งนี้ ว่ากันว่าสมัยที่ทางการจีนกำลังขุดสำรวจสุสาน ขยายพื้นที่ไปเรื่อยๆ ระหว่างนั้นเคยมีกลุ่มนักแสวงโชคที่แอบลักลอบเข้ามาในสุสานเพื่อขุดหาสมบัติ บางส่วนพบเครื่องปั้นดินเผาโบราณและหุ่นดินเผา ก็นำกลับบ้านเพื่อเตรียมขายให้กับเศรษฐีที่สนใจ แต่กลับต้องมีเหตุให้รีบเอาของเหล่านั้นมาคืนภายในช่วงเวลาไม่ทันข้ามคืน เพราะทุกคนต่างฝันว่าถูกทหารจีนโบราณรุมฟันและตัดคอซ้ำไปซ้ำมา จนล้มป่วยและเสียชีวิต ซึ่งชาวบ้านต่างร่ำลือกันถึงอาถรรพ์จนไม่มีใครกล้าที่จะหยิบแม้ก้อนหินก้อนเดียวออกมาจากสุสานแห่งนี้

คนไทยกำลังจะได้เห็นกับตา!

อ่านเรื่องราวของสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้มาถึงตรงนี้ หลายคนคงอยากเดินทางไปชมกันแล้ว นิทรรศการพิเศษนี้เกิดขึ้นได้ด้วยความร่วมมือของกรมศิลปากร, กระทรวงวัฒรธรรม, และภาคเอกชนไทย กับสำนักงานมรดกทางวัฒนธรรมมณฑลส่านซี, สำนักงานแลกเปลี่ยนวัตถุโบราณ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์มณฑลส่านซี, และพิพิธภัณฑ์สานจิ๋นซี แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน

โดยมีโบราณวัตถุที่จะนำมาจัดแสดงในเมืองไทย มีทั้งหมด 86 รายการ จำนวน 133 ชิ้น เดินทางจากจีนมาถึงพระที่นั่งศิวโมกขพิมาน ครบทั้งหมดเมื่อวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา ซึ่งในการจัดแสดงครั้งนี้จะแบ่งเนื้อหาการจัดแสดงออกเป็น 4 หัวเรื่อง คือ

1. พัฒนาการก่อนการรวมชาติ: นำเสนอการสั่งสมทางเทคโนโลยีและวัฒนธรรม ความก้าวหน้าทางด้านโลหกรรม อันเป็นปัจจัยส่งเสริมให้มีการผนวกแคว้นต่างๆ เข้าเป็นอาณาจักรเดียวกันในกาลต่อมา ซึ่งโบราณวัตถุที่นำมาจัดแสดงคือ เครื่องมือเครื่องใช้ ภาชนะสำริด อาวุธ เงินตรา

2. จิ๋นซีฮ่องเต้: จักรพรรดิองค์แรกของจีน ผู้ผนวกโลกมนุษย์และสวรรค์ จัดแสดงความสำเร็จในการรวมรัฐทั้ง 7 ให้เป็นอาณาจักรหนึ่งเดียว พร้อมปฏิรูประบบการปกครองแบบรวมอำนาจ พัฒนาเทคโนโลยีการสงคราม กำหนดมาตรฐานหน่วยชั่ง ตวง วัด ระบบเงินตรา ภาษาเขียน พัฒนาระบบสาธารณูปโภคต่างๆ รวมถึงการสร้างกำแพงเมืองจีน

3. สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้: มหาอาณาจักรใต้พิภพด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะมีชีวิตเป็นอมตะ ทำให้จิ๋นซีฮ่องเต้เสาะแสวงหายาอายุวัฒนะและสร้างสุสานเตรียมพร้อมสำหรับชีวิตหลังความตาย มีการค้นพบหุ่นทหารดินเผา นับเป็นการค้นพบทางโบราณคดีครั้งสำคัญของมนุษยชาติในศตวรรษที่ 20 โซนนี้จะได้ชม หุ่นแม่ทัพดินเผา ชุดเกราะ พลธนู นักรบ และม้าประกอบรถม้า เป็นต้น

4. สืบสานความรุ่งโรจน์: มรดกภูมิปัญญาจากราชวงศ์ฉินสู่ราชวงศ์ฮั่น มีความรุ่งเรืองทางด้านวัฒนธรรม การเมืองการปกครอง สังคม เกษตรกรรม เทคโนโลยีทางการทหาร เศรษฐกิจการค้า และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างชาวจีนโบราณกับชาวต่างชาติบนเส้นทางสายไหม

ใครสนใจก็สามารถเดินทางไปชมกันได้ที่ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โดยจะเปิดให้เข้าชมนิทรรศการในวันที่ 15 กันยายน - 15 ธันวาคม 2562 ภายใต้ชื่อนิทรรศการพิเศษว่า "จิ๋นซีฮ่องเต้ : จักรพรรดิองค์แรกของแผ่นดินจีนกับกองทัพทหารดินเผา" ที่รวบรวมโบราณวัตถุชิ้นสำคัญอายุกว่า 2,700 ปี ของแท้ของจริงจากพิพิธภัณฑ์สุสานจักรพรรดิ์จิ๋นซี เมืองซีอาน ประเทศจีน

---------------------------------------------------------

อ้างอิง:

http://www.finearts.go.th/promotion/2019-07-12-07-46-18

http://www.finearts.go.th

https://www.m-culture.go.th/th/article_view.php?nid=28473

http://www.justanotheremperor.org

http://niagaramuseum.org

https://www.prachachat.net/d-life/news-369497

https://www.blockdit.com/articles/5d3c1d1680fe9b120d754ff8

นิทรรศการพิเศษเรื่อง “จิ๋นซี ฮ่องเต้ : จักรพรรดิองค์แรกของแผ่นดินจีนกับกองทัพทหารดินเผา” เป็นนิทรรศการที่รวบรวมโบราณวัตถุชิ้นสำคัญอายุกว่า 2,700 ปี จากพิพิธภัณฑ์สุสานจักรพรรดิ์จิ๋นซี เมืองซีอาน ประเทศจีน นำมาจัดแสดงในเมืองไทยเป็นครั้งแรกในวันที่ 15 กันยายน - 15 ธันวาคม 2562 ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

นักข่าว นักหนังสือพิมพ์ ที่ทำงานในแวดวงสื่อสารมวลชนทั้งในแพลตฟอร์มหนังสือพิมพ์และออนไลน์ ชอบท่องโลกกว้างเป็นชีวิตจิตใจ ไม่พลาดที่จะค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ จากการกิน ดื่ม เที่ยว ไปพร้อมกับเพิ่มทักษะ Self-Development ในทุกๆ จังหวะของชีวิต