เคยเห็นยัง? Street Arts บนฝาท่อ ปรับโฉมใหม่ให้กรุงเทพฯ
  • Lifestyle
  • Sep 17, 2019

รู้หรือไม่? ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา มีการขยายตัวของเขตเมืองอย่างรวดเร็วแบบก้าวกระโดด การจัดการเมืองเพื่อรองรับการเติบโตของสังคมเมืองโดยรีบเร่ง ได้ทำลายทัศนียภาพของเมืองที่เคยงดงามในอดีต เรื่องนี้เกิดขึ้นทั่วโลก รวมถึงเมืองหลวงของประเทศไทยอย่างกรุงเทพมหานครด้วย

แต่วันนี้ กรุงเทพฯ กำลังจะถูกฟื้นฟูความงดงามในอดีตให้หวนกลับมา โดยผสมผสานความงดงามดั้งเดิมเข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้คนยุคใหม่ บวกกับการจัดการทัศนียภาพและเพิ่มเติมศิลปะ Street Arts แทรกซึมเข้าไปในพื้นที่ เพื่อให้เมืองไทยทันสมัยตามทันชุมชนเมืองใหญ่เมืองอื่นๆ จากทั่วโลก

แนวคิด "ประติมากรรมเป็นองค์ประกอบหนึ่งของเมือง" (ที่สังคมไทยได้อิทธิพลจากตะวันตก) จึงถูกนำมาใช้ในการจัดการพื้นที่ ทัศนียภาพ และปรับโฉมเมืองกรุงเทพฯ ใหม่ในครั้งนี้ เพื่อทำให้ชุมชนเมืองมีความงดงาม สะอาด ปลอดภัย และทันสมัยอย่างที่ควรจะเป็น

  • ประติมากรรมบนพื้นที่สาธารณะในอดีต

ในอดีตการขยายเมืองของกรุงเทพฯ มีการรื้อถนน รื้อทำลายสะพาน ซึ่งมีอายุกว่า 100 ปีไปหลายแห่ง งานศิลปกรรมประดับตกแต่งสะพานรวมไปถึงน้ำพุประดับตามแยกถนนสายสำคัญจึงถูกรื้อทำลายลงไปด้วย และทำให้กรุงเทพมหานครมีความแออัดมาโดยตลอด ต่อมาจึงมีแนวคิดที่จะปรับปรุงชุมชนแออัดของกรุงเทพฯ ให้กลับมาสวยงามดังเดิม

ในระยะแรกประติมากรรมบนที่สาธารณะของเมืองไทย เกิดขึ้นโดยการจัดการของภาครัฐ ซึ่งมีการเตรียมพื้นที่สำหรับติดตั้งอย่างเหมาะสม และโครงการมักถูกผนวกเป็นส่วนหนึ่งของการจัดผังเมือง เช่น ตั้งอยู่บนลานพระราชวัง หรือตั้งบนแยกถนนที่ตัดขึ้นใหม่ งานประติมากรรมสาธารณะในช่วงเริ่มต้นของไทย มักเป็นอนุสาวรีย์หรือเป็นส่วนประดับสะพาน น้ำพุ หรืออาจเป็นส่วนประดับอาคารของราชการ

ณ ตอนนั้น กรุงเทพมหานครเคยมีแนวคิดและความพยายามแทรกงานศิลปะลงบนพื้นที่เมือง โดยริเริ่มโครงการติดตั้งงานประติมากรรมถาวรตามจุดตัดของถนนหลายแห่ง แต่เป็นที่น่าเสียดาย เพราะที่ผ่านมากรุงเทพมหานครไม่สามารถจัดสรรพื้นที่เหมาะสมให้แก่ผลงานประติมากรรมได้ ผลงานบางชิ้นถูกรื้อทิ้งเมื่อมีการปรับปรุงผิวจราจร บางชิ้นถูกปล่อยให้ทรุดโทรมเพราะขาดการดูแล

ระยะต่อมากรุงเทพมหานครจึงมักเลือกสวนสาธารณะเป็นที่ติดตั้งโครงการประติมากรรม แต่ก็ไม่ได้มีส่วนช่วยให้พื้นที่ชุมชนและภูมิทัศน์ของเมืองมีทัศนียภาพโดยรวมที่ดีขึ้นมากนัก

  • การจัดการเมือง แค่ภาครัฐอย่างเดียว ไม่พอ!

ปัจจุบันมีภาคธุรกิจ องค์กร และเอกชนหลายราย หันมาทดลองวิธีใหม่ๆ เช่น นำประติมากรรมมาติดตั้งหน้าอาคารสำนักงานของตัวเอง ช่วยสร้างทัศนียภาพของเมืองให้งดงามไปพร้อมกับการส่งเสริมภาพลักษณ์เชิงธุรกิจขององค์กร เป็นที่น่าสังเกตว่าโครงการเหล่านี้มักเกิดในย่านธุรกิจสำคัญบนพื้นที่ ซึ่งเจ้าของเป็นผู้ดูแลรักษาให้งานประติมากรรมอยู่ในสภาพดีอยู่เสมอ

ส่วนในย่านชุมชนที่มีงานประติมากรรมติดตั้ง หากไม่อยู่ในพื้นที่ของหน่วยงานราชการมักขาดผู้ดูแลรับผิดชอบ ทำให้ผลงานเหล่านั้นเสื่อมโทรมในเวลาไม่นาน และมักถูกรื้อถอนไป

ผลลัพธ์ของการจัดการที่ผ่านมาชี้ชัดว่าการจัดการทัศนียภาพของเมืองขนาดมหานครโดยรัฐฝ่ายเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป การปรับปรุงภูมิทัศน์ในเมืองให้งดงามขึ้นจึงต้องการความร่วมมือจากหลายฝ่าย โครงการประติมากรรมบนพื้นที่สาธารณะที่จะประสบผลสำเร็จต้องการการมีส่วนร่วมอย่างจริงจังระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจ ศิลปิน และชุมชน

  • ศิลปะชุมชนแนวใหม่ ร่วมมือทุกภาคส่วน

ล่าสุด...มีการนำศิลปะมาใส่บน ฝาท่อระบายน้ำ เป็นหนึ่งใน Street Arts ที่ช่วยส่งเสริมภูมิทัศน์ให้ชุมชนแออัดของเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ ให้มีความสวยงามมากขึ้น

โดยเป็นความร่วมมือจาก ฝ่ายมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์และศิลปกรรมศาสตร์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และ รองศาสตราจารย์จักรพันธ์ วิลาสินีกุล อาจารย์ประจำภาควิชาประติมากรรม คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ในการลงพื้นที่ศึกษาเรื่องราวประวัติศาสตร์ความเป็นมา วิถีชีวิต และการค้าของชุมชน รวมถึงลักษณะทางศิลปกรรมของสถานที่สำคัญในอดีตและโบราณสถานที่ยังหลงเหลืออยู่ในย่านชุมชนริมคลองโอ่งอ่าง

ซึ่งผู้วิจัยเห็นว่าสามารถใช้เป็นเนื้อหาในการออกแบบงานศิลปะได้ ผลงานอาจช่วยส่งเสริมอัตลักษณ์ของชุมชนให้เด่นชัดขึ้นและส่งผลทางอ้อมต่อการค้า ซึ่งการสร้างศิลปะสาธารณะสามารถสื่อให้เห็นถึงความผูกผันกับพื้นที่ของชุมชน ประวัติศาสตร์การพัฒนาการของชุมชนเมือง อัตลักษณ์วัฒนธรรมของท้องถิ่น ชุมชน และเชื้อชาติของคนที่นี่ให้เป็นที่รู้จัก

รวมถึงต่อยอดไปยังการค้าและแหล่งท่องเที่ยวในชุมชน คุณค่าของโบราณสถาน ศาสนสถาน และวิถีชีวิตของชุมชนในพื้นที่ พร้อมกับส่งเสริมภาพลักษณ์ใหม่และความคิดสร้างสรรค์ร่วมสมัย ตลอดจนสิ่งแวดล้อมเชิงกายภาพของชุมชนที่มีการจัดภูมิทัศน์ให้งดงาม

เมื่อพิจารณาสภาพแวดล้อมของทางเดินริมคลองและข้อมูลทางประวัติศาสตร์ของพื้นที่ พบว่าในแต่ละช่วงทางเดินริมคลองสามารถติดตั้งงานศิลปะได้หลากหลายลักษณะ จึงเสนอแนวทางการออกแบบงานศิลปะประเภทต่างๆ ทั้งงานประติมากรรมและงานออกแบบศิลปะ 3 มิติ เพื่อปรับทัศนียภาพกรุงเทพฯ ให้เกิดทัศนียภาพที่งดงาม และเพื่อสร้างสรรค์ให้เกิดทางเดินริมน้ำสายวัฒนธรรม

การทำงานครั้งนี้ ทีมงานจึงแบ่งรูปแบบการออกแบบงานศิลปะออกเป็น 6 รูปแบบ ประกอบด้วย ประติมากรรมลอยตัว ประติมากรรมนูนต่ำ ม้านั่ง ฝาท่อระบายน้ำและสาธารณูปโภค ศิลปะกราฟฟิตี้ และรั้วกันทางเดินริมน้ำ

ซึ่งสำนักผังเมืองได้ศึกษาปรับปรุงพื้นที่ริมคลองรอบกรุงตลอดเส้นทางจากแม่น้ำเจ้าพระยาด้านทิศใต้จรดทิศเหนือ นอกจากนี้ในโครงการส่วนต่อจากคลองโอ่งอ่างที่กรุงเทพมหานครมีแผนในการดำเนินการต่อไป คือ จะใช้ศิลปะเชิญชวนให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในเรื่องนี้มากขึ้นอีกด้วย

งานศิลปะ นอกจากช่วยจรรโลงจิตใจให้คนเมืองได้แล้ว ยังช่วยส่งเสริมอัตลักษณ์ของชุมชนในเมืองใหญ่ให้เด่นชัดขึ้น และสามารถสื่อถึงความผูกผันของคนในชุมชนกับตัวพื้นที่ ประวัติศาสตร์ อัตลักษณ์วัฒนธรรมของท้องถิ่น และเชื้อชาติ รวมถึงต่อยอดสู่การค้าและการท่องเที่ยวในชุมชน พร้อมกับส่งเสริมภาพลักษณ์ใหม่ที่ร่วมสมัย ทำให้ชุมชนเข้มแข็ง มีรายได้ และน่าอยู่กว่าที่เคย

นักข่าว นักหนังสือพิมพ์ ที่ทำงานในแวดวงสื่อสารมวลชนทั้งในแพลตฟอร์มหนังสือพิมพ์และออนไลน์ ชอบท่องโลกกว้างเป็นชีวิตจิตใจ ไม่พลาดที่จะค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ จากการกิน ดื่ม เที่ยว ไปพร้อมกับเพิ่มทักษะ Self-Development ในทุกๆ จังหวะของชีวิต