ส่อง "รถสองแถว" น่านั่ง
  • Lifestyle
  • Jul 3, 2019

‘’ชิดในพี่! ชิดใน ก้าวยาว ๆ  8 บาทตลอดสาย’’ 

เสียงลากยาว พร้อมกับอาการโบกมือไปมา คงเป็นที่คุ้นชินกับใครหลายคน โดยเฉพาะกลุ่มคนที่อยู่ตามต่างจังหวัดต่างๆ นี่คือสิ่งที่เรียกว่า รถสองแถว ยานพาหนะยอดฮิตที่รับส่งคนไทยมาช้านาน                                                           

ในกรุงเทพอาจจะมีรถเมล์ รถไฟฟ้า รถแท็กซี่ แต่สำหรับชนบทแล้ว ยานพาหนะเดินทางที่สำคัญรองลงมาจากรถยนต์ส่วนตัว คือรถสองแถว โดยแต่ละท้องที่ก็จะมีขนาด สี ชื่อเรียกรถสองแถวต่างกันออกไป แต่ไม่ว่าอย่างไร รถสองแถวก็ยังเปรียบเสมือนเพื่อนบ้านของคนพื้นที่อยู่ดี เพราะไม่ใช่แค่การรับส่งผู้โดยสารเท่านั้น แต่รถสองแถวคือวัฒนธรรมที่เต็มไปด้วยสน่ห์แห่งการเดินทางในท้องถิ่น จนกลายเป็นเอกลักษณ์โดยไม่รู้ตัว

รถแดง เชียงใหม่

ถ้าให้นึกถึงเชียงใหม่ รถแดง น่าจะเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ที่ทุกคนคิดถึง ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ  จนถึงขั้นมีสโลแกนประจำว่า  ‘ถ้าไม่นั่งรถแดง เหมือนมาไม่ถึงเชียงใหม่’    

รถแดง หรือที่คนท้องถิ่นเรียกว่า รถสี่ล้อแดงนั้น มีลักษณะสีแดงทั้งคัน บรรจุคนได้ประมาณ 12 คน ดังนั้นไม่ต้องสงสัยว่าคำว่ารถแดงมาจากไหน เพราะมาจากสีของรถนั้นเอง

รถแดงเป็นรถโดยสารขนาดเล็ก ไม่ประจำทาง คล้ายกับแท็กซี่แต่จะรับผู้โดยสารเพิ่มตลอดทาง โบกตรงไหนจอดตรงไหน ต๊ะต๋อนยอนกันไปตามรายทาง ดังนั้นเรื่องราคาจึงไม่มีเกณฑ์ทำให้เรื่องนี้เป็นปัญหาชวนปวดหัวสำหรับนักท่องเที่ยวพอสมควร แต่ถึงอย่างนั้นการได้นั่งรถแดง รับลมเย็น ๆ ดูวิวเมืองเชียงใหม่ก็เป็นประสบการณ์ที่น่าสัมผัสเหมือนกัน

นอกจากรถแดงแล้ว จังหวัดเชียงใหม่ยังมีรถโดยสารอื่น ๆ  ไปตามเส้นต่าง ๆ  ซึ่งเอกลักษณ์คือการใช้สีรถที่เป็นสีเดียวทั้งคัน อย่างเช่น รถเหลือง เส้นเชียงใหม่-จอมทอง รถส้ม เส้นเชียงใหม่-ฝาง รถฟ้า เส้นเชียงใหม่-ลำพูน 

รถเล้ง  เพชรบุรี

คำว่า เล้ง คนทั่วไปอาจจะนึกถึงต้มกระดูกหมูรสแซ่บ ที่เรียกว่าเล้งต้มแซ่บ แต่ถ้าเป็นคนเพชรบุรีละก็ เล้ง  คือรถโดยสารคันเล็กที่ขับส่งชาวเพชรบุรีไปตามบ้านมายาวนานถึง 50 ปี

ปรัชญนันท์  นิลสุข เขียนลงในนิตยสาร เพชรนิวส์   ปีที่  16   ฉบับ 158 ว่า ตำนานของรถรับจ้างรอบเมืองเพชรบุรีคือรถเล้ง   ทุกวันนี้ก็ยังเรียกว่ารถเล้ง  เป็นรถที่ผมนั่งมาตั้งแต่ยังเด็กๆ จนปัจจุบันหลายสิบปี

รถเล้งนั้น เป็นยานพาหนะที่มีวิวัฒนาการมาจากรถซาเล้ง ยานพาหนะที่ใช้กันอย่างแพร่หลายพ.ศ 2476 ดังนั้นแล้วคำว่าเล้ง จึงย่อมาจาก รถซาเล้ง

รถเล้ง เป็นรถโดยสารประจำทาง แต่เดิมจะมีการวิ่งผ่านอำเภอ  เริ่มต้นที่เขาหลวง- ผ่านสนามกีฬาดอนคาน-โรงพยาบาลพระจอมเกล้า -เทศบาลเมือง –ข้ามสะพานเทศบาล-วัดพระทรง – วัดจันทราวาส -วิทยาลัยเทคนิค-บิ๊กซี-ราชภัฏเพชรบุรี แต่ปัจจุบันมีรถโดยสารเพิ่มมากขึ้นในเพชรบุรี รถเล้งจึงเป็นเพียงแค่รถโดยสารแล้วแต่จะเรียก (ไม่ประจำทาง) ส่วนใหญ่จะเป็นชาวบ้าน แม่ค้าในตลาดที่เคยเรียกใช้ประจำเท่านั้น

ด้วยรถเล้งเป็นรถขนาดเล็ก ที่คนไม่นิยมใช้งาน และผู้ขับส่วนใหญ่ต่างทยอยย้ายไปทำอาชีพอื่นแทนทำให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี จึงจัดกิจกรรม ชมวิวรถราง เที่ยวทางรถเล้ง ที่เป็นการท่องเที่ยวภายในจังหวัดเพชรบุรีโดยการนั่งรถเล้ง ไม่ให้รถเล้งเป็นเพียงความทรงจำของชาวเพชรบุรีเท่านั้น

รถโพถ้อง ภูเก็ต

ถ้าอยากจะท่องเที่ยวเชิงวัฒธรรมในจังหวัดภูเก็ต สิ่งหนึ่งที่ต้องทำเลยคือ โหน รถโพถ้อง สองแถวคันสีฟ้าสดใส

“รถโพ้ถ้อง” จากภาษาจีนฮกเกี้ยน  หมายถึงรถสองแถวประกอบโครงไม้ ทาสีสันสวยงามสะดุดตา  เป็นพาหนะหลักในการสัญจรของชาวภูเก็ต  และเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชาวไทยเชื้อสายฮกเกี้ยน ที่เป็นประชากรส่วนใหญ่ของเมืองภูเก็ต  มีให้บริการทั้งของผู้ประกอบการและรถโพถ้องสีชมพูสดใสของ อบจ. ภูเก็ต    ค่าโดยสาร 10 บาท เด็กนักเรียนนั่งฟรี

รถรถโพ้ถ้องมีสีรถที่เป็นเอกลักษณ์ คือ สี ฟ้า มีหลายขนาดทั้งรถกระบะ 4 ล้อ จุผู้โดยสารได้ประมาณ 11 คน หรือรถบรรทุก 6 ล้อ ที่บริการผู้โดยสารได้ตั้งแต่ 20-28 คน ไม่ว่าภูเก็ตจะพัฒนาไปขนาดไหนแต่รถโพถ้อง หรือรถสองแถว ยังคงเป็นการสัญจรที่เปี่ยมเสน่ห์เสมอ เพราะระหว่างนั่งรถโพถ้อง จะได้สัมผัสวิถีชิวิต และความสวยงามของเกาะภูเก็ต รวมถึงลมเย็นจากธรรมชาติ ที่ไม่ว่าแอร์ที่ไหนก็สู้ไม่ได้

รถคอกหมู สุโขทัย

นอกจากกิจกรรมแห่เทียน เล่นไฟ และ ข้าวเปิ๊บของจังหวัดสุโขทัยที่น่าลิ้มลองแล้ว การโดยสาร รถคอกหมู ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งใครมาเที่ยวสุโขทัย ต้องลองสักครั้ง

รถคอกหมู  หรือรถสองแถวไม้ ที่ใช้โดยสารระหว่างตัวอำเภอ และจังหวัดสุโขทัยมายาวนานถึง 81 ปี โครงตัวถังเป็นไม้สักทรงสี่เหลี่ยมคล้ายคอกหมู แต่มีที่ขึ้นด้านข้าง ชาวบ้านเรียกกันว่ารถคอกหมู ต่อมาจึงถูกใช้เรียกกับรถโดยสารของสุโขทัยด้วย เพราะมีทรงคล้ายคอกหมูเหมือนกัน จนกลายเป็นตำนานและเป็นที่มาของคำว่า “รถคอกหมูสุโขทัย”

ปัจจุบันรถคอกหมูยังคงวิ่งอยู่ แต่มีจำนวนลดน้อยลงมีไม่ถึง 30 คัน ถ้าใครแวะไปสุโขทัย ก็อย่าลืมไปลองนั่งรถแห่งตำนานนี้ด้วยเช่นกัน

 

เรื่อง : มยุรา ยะทา

 

รถสองแถว ไม่ใช่แค่การรับส่งผู้โดยสารเท่านั้น แต่คือ วัฒนธรรมที่เต็มไปด้วยเสน่ห์แห่งการเดินทางในท้องถิ่น

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์