เที่ยว "คาซัคสถาน" ทั้งที ต้องปักหมุดที่ "นูร์-ซุลตัน"
  • Lifestyle
  • Sep 26, 2019

ได้ยินชื่อ คาซัคสถาน ใครบ้างไม่ตื่นเต้น ก็คนไทยได้ยินชื่อประเทศนี้มานาน อย่างน้อยก็นักมวยเด่น นักกีฬาดัง แต่การเดินทางไปท่องเที่ยวจริงๆ จังๆ ยังมีน้อย เมื่อ Bottom Line ได้รับเชิญจากสถานทูตเอกอัครราชทูตคาซัคสถานประจำประเทศไทย ให้ไปร่วมงานประชุมนักเขียนเอเชีย (The First Forum of Asian Countries' Writers) ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกของประเทศ ณ กรุงนูร์-ซุลตัน ย่อมเป็นเรื่องน่าตื่นเต้น งานนี้มีนักเขียนทั้งชาวคาซัคและต่างชาติมารวมตัวกันกว่า 300 ชีวิต เป็นนักเขียนชื่อดังจาก 38 ชาติเอเชียราว 70 คน และสื่อมวลชนประเทศละ 1 คน

แค่เริ่มต้นเดินทางก็สนุกกับการเปลี่ยนเครื่องที่น่าฉงน ตัวผู้เขียนเดินทางโดยสายการบิน Asiana เปลี่ยนเครื่องที่สนามบินอินชอน กรุงโซล เกาหลีใต้ ขณะที่ 2 นักเขียนไทย “พี่จี๊ด” จิระนันท์ พิตรปรีชา และ “พี่ต๋อย” ชุติมา เสวิกุล นั่งเครื่องการบินไทยไปเปลี่ยนเครื่องที่นิวเดลี ผู้สื่อข่าวสิงคโปร์ เปลี่ยนเครื่องที่ดูไบ ผู้สื่อข่าวอิหร่านและเวียดนามต้องไปเปลี่ยนเครื่องที่มอสโก เรียกว่ากว่าจะถึงนูร์-ซุลตัน ก็เดินทางกันสะบักสะบอม เฉพาะผู้เขียนรวมเวลาเดินทาง 10 ชั่วโมง แต่เมื่อถึงปลายทางแล้วก็หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง เมื่อได้สัมผัสอากาศสบายๆ ของนูร์-ซุลตัน ที่ระดับ 10 กว่าองศาเซลเซียสเท่านั้น

นูร์-ซุลตัน เดิมชื่อ อัสตานา สภาลงมติเป็นเอกฉันท์เมื่อวันที่ 20 มี.ค.2562 ให้เปลี่ยนชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ อดีตประธานาธิบดี "นูร์ซุลตัน นาซาร์บาเยฟ" ที่ลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 19 มี.ค. หลังจากเป็นประธานาธิบดีคาซัคสถานมาถึง 28 ปี นับตั้งแต่สหภาพโซเวียตล่มสลาย คาซัคสถานได้เป็นประเทศเอกราช ตอนนั้นเมืองหลวงของประเทศยังอยู่ที่อัลมาตี รัฐบาลย้ายเมืองหลวงมาอยู่ที่อัสตานา เมื่อปี 2540

เหตุผลในการลาออกจากตำแหน่งของประธานาธิบดีผู้ทรงอำนาจไม่มีใครทราบ แต่แหล่งข่าวผู้เชี่ยวชาญด้านการต่างประเทศเผยว่า เป็นไปได้ว่าการอยู่ในตำแหน่งนานๆ อาจถูกหมายตาจากชาติตะวันตก การถ่ายโอนอำนาจอย่างสวยงามน่าจะเป็นทางออกที่ดี

ส่วนเหตุผลของการย้ายเมืองหลวงก็ไม่มีใครทราบอีกเช่นกัน ผู้เขียนสอบถามเรื่องนี้กับไกด์สาวสวยชาวคาซัค ได้คำตอบ “ไม่ทราบ ไม่เคยมีใครถามประธานาธิบดี”!!!

แต่แหล่งข่าวจากแวดวงต่างประเทศอีกรายคาดว่า ประธานาธิบดีอาจต้องการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ ในฐานะประเทศเอกราชก็เป็นได้ ถ้าเป็นเหตุผลนี้ผู้เขียนในฐานะชาวต่างชาติขอบอกเลยว่า ประธานาธิบดีทำถูกแล้ว

วินาทีแรกที่ได้สัมผัสเมืองหลวงของประเทศที่เคยได้ยินแต่ชื่อ และไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้มาเยือน รู้สึกได้ถึงความสบายตาจากผังเมืองที่วางไว้เป็นอย่างดี สองฝั่งแม่น้ำเอซิล (ไอชิม) แบ่งแยกกันชัดเจน ฝั่งขวาเป็นเขตเมืองเก่าที่ยังคงมีอาคารยุคสหภาพโซเวียตหลงเหลืออยู่ ฝั่งซ้ายเป็นเขตเมืองใหม่เต็มไปด้วยตึกรามใหญ่โตแข็งแกร่งและดีไซน์แปลกตา และนี่คือ 4 แหล่งท่องเที่ยวในคาซัคสถานที่คุณควรมาเช็กอิน

  • ไบเทเร็ก ทาวเวอร์ (Bayterek Tower)

สถาปัตยกรรมของตึกแห่งนี้สะท้อนตำนานโบราณ หมายถึงต้นไม้แห่งชีวิต วงกลมสีทองตรงกลาง หมายถึงแต่ละปีนกแห่งความสุขจะบินมาวางไข่ทองคำกลางคาคบไม้ และไข่ทองคำเป็นสัญลักษณ์ของดวงอาทิตย์ที่ให้ชีวิตและความหวัง

ดูภายนอก ไบเทเร็ก ทาวเวอร์ ยังอลังการขนาดนี้ แต่เข้าไปข้างในยังมีเรื่องให้ชวนตะลึงยิ่งกว่า บนชั้นชมวิว ที่สูงจากพื้น 97 เมตรสะท้อนถึงปี 1997 ที่อัสตานาได้รับการสถาปนาเป็นเมืองหลวงของคาซัคสถาน มีการติดตั้งรอยพิมพ์มือขวาของ อดีตประธานาธิบดีนาซาร์บาเยฟเอาไว้ ให้ผู้คนเข้าไปทักทาย วิธีการคือ ใช้มือขวาของเรา แนบลงบนมือของอดีตประธานาธิบดี ราวกับว่าเราได้จับมือทักทายกับท่าน แล้วอธิษฐานในใจสิ่งที่ตั้งใจไว้จะสัมฤทธิ์ผล

มุกนี้ค่อนข้างแปลกสักหน่อย เพราะนาซาร์บาเยฟยังมีชีวิตอยู่ แต่ก็ได้รับความนิยมมาก ผู้คนเข้าแถวรอจับมือกับนาซาร์บาเยฟกันยาวเหยียด

เซโน เพื่อนสื่อจากอินโดนีเซียฉวยจังหวะที่นักท่องเที่ยวเผลอ รีบไปจับมือกับอดีตประธานาธิบดี แต่ด้วยอาการรีบไปนิดกลัวไม่ได้ถ่ายรูป ปรากฏว่าผิดคิว เผลอไปวางมือซ้ายเข้า คำอธิษฐานอาจไม่เป็นจริงก็ได้ เลยต้องหาจังหวะเข้าไปทักทายอดีตประธานาธิบดีอีกรอบ และอธิษฐานใหม่ คราวนี้คำขอของเขาน่าจะเป็นจริง

“คุณขออะไรไว้เหรอเซโน”

“ผมขอให้ได้กลับมานูร์-ซุลตันอีก” ขอแบบนี้เชื่อว่าอดีตประธานาธิบดีคงเห็นใจ ให้ได้กลับมาอีกอย่างแน่นอน

  • พระราชวังแห่งสันติภาพและความปรองดอง

อาคารรูปทรงพีระมิดสะดุดตาผู้พบเห็น สร้างขึ้นระหว่างปี 2547-2549 ใช้เป็นสถานที่จัดประชุมผู้นำศาสนาและความเชื่อโลก ที่จัดขึ้นทุก 2 ปี ด้านบนตกแต่งด้วยกระจกสีวาดเป็นรูปนกพิราบ 130 ตัว หมายถึงชาติพันธุ์ต่างๆ ในคาซัคสถาน สถานที่แห่งนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการยอมรับศาสนาที่แตกต่าง

“จริง ๆ แล้วคาซัคสถานให้ความสำคัญกับการประชุมระหว่างประเทศ เช่น Astana Economic Forum ที่เพิ่งจัดไปเมื่อต้นปี ทำให้นูร์-ซุลตันได้รับการยอมรับในระดับโลก ในด้านการเมืองคาซัคสถานเชี่ยวชาญด้านการเมืองระหว่างประเทศ วางสถานะตนเองเป็นประเทศเป็นกลาง เป็นมิตรกับทุกประเทศไม่ว่าจะเป็นมหาอำนาจฝ่ายใด รัสเซียก็ใกล้ชิด จีนก็เป็นเพื่อนบ้านกัน กับสหรัฐก็มีความร่วมมือกันมาก รวมทั้งมีความสัมพันธ์อันดีกับโลกมุสลิม คุยกับทุกคนได้ ยินดีเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยในเรื่องสันติภาพ”

“รัศม์ ชาลีจันทร์”เอกอัครราชทูตประจำคาซัคสถาน คีร์กีซ และทาจิกิสถาน กล่าวถึงความโดดเด่นของประเทศนี้

  • มัสยิดสุลต่านฮาซเร็ต

มัสยิดสีขาวงามสง่าใหญ่ที่สุดในเอเชียกลาง พื้นที่ 17,700 ตารางเมตร โดมกลางสูง 51 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางกว่า 28 เมตร รายล้อมด้วยโดมเล็กๆ อีก 8 โดม การตกแต่งภายในด้วยจารึกภาษาอาหรับ ลวดลายบนฝาผนัง เพดาน และโคมไฟระย้าย้อย งดงามราวกับหลุดเข้าไปอยู่ในอีกโลกหนึ่ง ระหว่างที่คณะสื่อมวลชน (ส่วนใหญ่ของคณะเป็นมุสลิม) กำลังชื่นชมความงามของสถานที่ เสียงสัญญาณอะซานดังขึ้น นี่เป็นครั้งแรกของผู้เขียนในฐานะพุทธศาสนิกชนที่ได้เข้าไปในมัสยิดจริงๆ จังๆ ได้ยินเสียงอะซานชัดเจนตั้งแต่ต้นจนจบ และได้เห็นพิธีละหมาดหลังอะซานอย่างเต็มตา บอกได้เลยว่า ทรงพลังจริงๆ

  • พิพิธภัณฑ์แห่งชาติคาซัคสถาน

ไม่ไกลจากมัสยิดเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ พิพิธภัณฑ์น้องใหม่แต่ใหญ่ที่สุดของเอเชียกลาง จัดนิทรรศการสุดอลังการบอกเล่าประวัติมนุษยชาติ และข้าวของเครื่องใช้ที่ไม่เหมือนใครของชาวคาซัค ทำจากผ้าสักหลาด ไม้ หนัง รวมไปถึงงานเหล็กและเครื่องประดับ

  • ห้างสรรพสินค้าข่านชาตีร์

อาคารดีไซน์แปลกตาอีกแห่งหนึ่งของคาซัคสถานที่โดดเด่นเป็นแลนด์มาร์คและโด่งดังระดับโลกคือ ห้างสรรพสินค้าข่านชาตีร์ หรือเต็นท์ใหญ่สุดของโลกสูง 150 เมตร ออกแบบโดย Foster+Partners ให้ต้านทานกับฤดูหนาวอันโหดร้ายและฤดูร้อนแบบสุดๆ ของประเทศนี้ ภายในประกอบด้วยศูนย์กลางความบันเทิงนานาชนิด ร้านค้า ร้านอาหาร โรงภาพยนตร์ สวนน้ำและชายหาดเทียม

ผู้เขียนยอมรับว่า การใช้เวลาในนูร์-ซุลตันเพียง 3 วันที่ส่วนใหญ่หมดไปกับการร่วมฟังเวทีเสวนาการประชุมนักเขียนเอเชียครั้งที่ 1 ทำให้ไม่ได้ไปสัมผัสเมืองนี้อย่างใกล้ชิด แม้คนที่เคยอยู่ที่นี่มานานบอกว่า นูร์-ซุลตัน ไม่มีอะไร ไม่เหมือนกับอัลมาตี เมืองหลวงเก่าที่ตอนนี้กลายเป็นเมืองเศรษฐกิจ

แต่วันสุดท้ายที่ผู้เขียนได้ออกไปนอกเมือง เห็นสภาพความเป็นทุ่งโล่งสุดลูกหูลูกตา มองกลับเข้ามายังตึกสูงใจกลางกรุง ความคิดปลอดโปร่งอย่างไม่เคยมีมาก่อน และได้คำตอบกับตัวเองว่า เมืองไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ล้วนเป็นผลงานที่มนุษย์รังสรรค์ขึ้น การวางผังเมืองที่ดีช่วยให้มนุษย์ได้อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม มีส่วนสำคัญยิ่งต่อชีวิตผู้คนที่อาศัยอยู่ในเมืองนั้น

นูร์-ซุลตัน หรือ อัสตานา เมืองหลวงของคาซัคสถาน แหล่งท่องเที่ยวต่างประเทศที่บรรยากาศดี เที่ยวชมเมืองได้อย่างสบายตาจากการวางผังเมืองสุดเป๊ะ สองฝั่งแม่น้ำเอซิล (ไอชิม) แบ่งแยกกันชัดเจน ฝั่งขวาเป็นเขตเมืองเก่าที่ยังคงมีอาคารยุคสหภาพโซเวียตหลงเหลืออยู่ ฝั่งซ้ายเป็นเขตเมืองใหม่เต็มไปด้วยตึกรามใหญ่โตแข็งแกร่งและดีไซน์แปลกตา

นักข่าว นักหนังสือพิมพ์ ที่ทำงานในแวดวงสื่อสารมวลชนทั้งในแพลตฟอร์มหนังสือพิมพ์และออนไลน์ ชอบท่องโลกกว้างเป็นชีวิตจิตใจ ไม่พลาดที่จะค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ จากการกิน ดื่ม เที่ยว ไปพร้อมกับเพิ่มทักษะ Self-Development ในทุกๆ จังหวะของชีวิต