Chiang Mai Swing Dance : พื้นที่เต้นสวิงของคนเมืองเหนือ
Chiang Mai Swing Dance : พื้นที่เต้นสวิงของคนเมืองเหนือ
Chiang Mai Swing Dance : พื้นที่เต้นสวิงของคนเมืองเหนือ
Chiang Mai Swing Dance : พื้นที่เต้นสวิงของคนเมืองเหนือ
  • Lifestyle
  • Jul 8, 2019

20.00 น. โครงการ One Nimman ถนนนิมมานเหมินทร์

จังหวะเพลงแจ๊ซชักชวนผู้คนในบริเวณนั้นให้สนใจกิจกรรมกลางลานกว้าง เมื่อกลุ่มคนชายหญิงทั้งไทยและเทศต่างเริ่มเข้าจังหวะด้วยการเต้นแบบสวิง ซึ่งสำหรับหลายคนอาจเป็นเรื่องใหม่ แต่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่นั้น การเต้นสวิงเป็นที่แพร่หลายมาตั้งแต่ปลายปี 2017

ขอแนะนำให้รู้จักกับกลุ่มคนที่นำพาการเต้นสวิงมายังจังหวัดเชียงใหม่ คือ Chiang Mai Swing Dance

จากจุดเริ่มต้นของชาวต่างชาติที่โยกย้ายที่พำนักอาศัยมายังจังหวัดเชียงใหม่ พวกเขาเริ่มสร้าง Community เล็กๆ ให้ผู้คนทั่วไปมาเข้าร่วมคลาสเต้นสวิงแบบง่ายๆ และสนุกสนาน จนกระทั่งกระแสการเต้นสวิงค่อยๆ มีความเคลื่อนไหวมากขึ้นในจังหวัดเชียงใหม่

กระแสนี้พัดไปสู่การรับรู้ของผู้หญิงคนหนึ่ง ใหม่-เนติมา ปิงกุลธนกิตต์ Creative Director แห่งสะบัดบ๊อบ สตูดิโอ สตูดิโอเล็กๆ ที่ดูแลเรื่องงานออกแบบและอีเวนท์ในจังหวัดเชียงใหม่ และเป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการคนแรกของ Chiang Mai Swing Dance

เธอเข้าร่วมคลาสของกลุ่มอยู่เป็นประจำ จนกระทั่งใหม่กลายเป็นหนึ่งในเรี่ยวแรงสำคัญของ Chiang Mai Swing Dance ร่วมกับ ฝัน-ใฝ่ฝัน ตัณฑกิตติ และ Lovisa Gustafsson ที่ช่วยต่อยอดกิจกรรมต่างๆ ของกลุ่มให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากยิ่งขึ้น ทั้งการขยายสเกลคลาสเต้นแบบไม่มีค่าใช้จ่ายให้ใหญ่ขึ้น หรือเปิดคลาสเรียนเต้นสวิงที่เข้มข้นมากขึ้น ที่ได้รับเสียงตอบรับอย่างดี

ใหม่เชิญฉันเข้าวงเพื่อร่วมเต้นกับเพื่อนใหม่ทั้งชาวไทยและต่างชาติ มีหรือที่ฉันจะปฏิเสธ

เพลงแทร็กใหม่เริ่มต้นแล้ว ถึงเวลาจับจังหวะการเต้นให้สอดคล้องกับท่วงท่าไปพร้อมๆ กับฟังเรื่องราวของใหม่ ที่อยากให้คนเชียงใหม่มาเต้นสวิงไปด้วยกัน

ท่าเต้นที่ 1: การเต้นคือการบำบัด

จุดเริ่มต้นที่ทำให้ใหม่ได้รู้จัก Swing Dance เป็นครั้งแรกคือ การได้พูดคุยกับมาลี (โน้ต-มาลียา โชติสกุลรัตน์) นักเขียนผู้เป็นแบบอย่างของเธอ มาลีเป็นเรี่ยวแรงสำคัญของ Bangkok Swing กลุ่มคนที่รวมตัวเต้นสวิงในกรุงเทพฯ จนใหม่เริ่มสนใจใน Swing Dance

“เราเจอคลิปเต้นสวิงของกลุ่ม Bangkok Swing ในงาน Open House ของ The Hops เราก็ชอบทันทีเพราะว่าเราเป็นคนฟังเพลงแจ๊ส เราไม่รู้ว่าเพลงแจ๊สเต้นแบบนี้ได้ หลังจากคุยกับพี่โน๊ต พี่โน๊ตก็แนะนำว่า ที่เชียงใหม่มีกลุ่มคนที่เต้น Swing Dance เหมือนกัน เขาเต้นกันเป็นกลุ่มเล็กๆ ที่ใครอยากเข้ามาเต้นก็ได้ เปิดให้เข้าฟรี” ใหม่เริ่มเล่าจุดเริ่มต้นที่เธอได้เข้าร่วมชุมชนการเต้นสวิง

กฎของการเต้นสวิงคือ ไม่มีกฎ หมายความว่า ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้ ไม่ตายตัว ไม่ต้องยึดติด จะเต้นถูก ผิดหรือคร่อมจังหวะก็ยังได้ แค่ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ตามความรู้สึก สนุกไปกับเพลง แต่ก็ต้องปลอดภัยด้วย

เมื่อเธอเข้าสู่ฟลอร์เต้นรำ ใหม่กลับพบว่าการเต้นสวิง “ยาก” กว่าที่เธอคิดไว้ จนเธอถอดใจอยู่หลายครั้ง แต่เหตุผลที่เธอยังยืนหยัดบนฟลอร์จนเต้นสวิงได้สมใจอยาก คือการใช้สวิงแดนซ์เป็นการเยียวยาอาการป่วยของเธอ

“เราไปเต้นครั้งแรกแล้วค้นพบว่ามันเต้นไม่ได้ คือขาแข็งมาก ตอนนั้นเขาสอนเป็นภาษาอังกฤษ นอกจากฟังไม่รู้เรื่องแล้วขาก็ไม่รู้เรื่อง ก็เริ่มนอยด์ เลยเลิกไป จากนั้นเรามีอาการ Mood Disorder (ภาวะแปรปรวนทางอารมณ์) เราก็เลยกลับมาเต้นจริงจังเพื่อบำบัด พอมาเต้นคราวนี้ก็เจอครูคนไทยในคลาส แล้วพอเราเปิดรับมากๆ ความกลัวก็ลดลง แถมยังพึ่งรู้ว่าไม่ใช่แค่เราคนเดียวที่เต้นไม่ได้ แต่คนอื่นในคลาสก็เต้นไม่ได้เหมือนเรานี่แหละ (หัวเราะ) 

"พอเต้นได้สักประมาณ 4 เดือนก็เริ่มมีคนมาขอให้เราไปออกโชว์ให้ หลังจากนั้นก็รู้สึกว่าเราควรจะจริงจังได้แล้ว ประจวบกับที่พร้อมจะมาช่วยทีมเต็มตัว เพราะเราทำงานด้านออกแบบอยู่แล้ว เราก็เลยคิดว่าน่าจะช่วยเขาได้” ใหม่พูดถึงความตั้งใจของเธอ

ท่าเต้นที่ 2: ลงหลักปักฐานและต่อยอด

ใหม่สบโอกาสได้ดูแลงานตกแต่งในช่วง Grand Opening ของโครงการ One Nimman ในช่วงปลายปี 2017 ทำให้เธอเลือกรังสรรค์บรรยากาศเป็นช่วงเวลาคริสต์มาส แต่บรรยากาศของงานตกแต่งช่างสวนทางกับบรรยากาศโดยรวมเหลือเกิน เธอจึงเล็งเห็นโอกาสที่จะเพิ่มความสดใสให้กับพื้นที่นี้ จึงตัดสินใจนำคลาสเต้นสวิงย้ายมาที่ลานอเนกประสงค์ของโครงการ 

“บังเอิญเราได้ทำ Festive Decoration ให้กับ One Nimman ก็จะมีต้นสน มีของตกแต่งต่างๆ แต่เราก็รู้สึกว่ามันแล้งมาก มันต้องมีเพลง เราก็เลยถามทางโครงการว่า เราขอเอาทีมฯ ของเรามาเต้นได้มั้ย เขาก็ยินดีมาก จากนั้นเราก็เลยได้มาเต้นทุกวันเสาร์ที่นี่ เพราะว่าพอเรามาเต้นแล้วมันช่วยส่งเสริมซึ่งกันและกัน บรรยากาศเลยดูน่ารัก เขาก็เลยชวนให้เราเต้นกันยาวๆ การย้ายมาเต้นที่นี่เลยทำให้ภาพรวมดูจริงจังมากขึ้น อย่างตอนนี้เราก็ได้รับเชิญจากร้าน The Mellowship ไปเต้นทุกเสาร์สิ้นเดือนที่ร้านด้วย”

คลาสเต้นทุกวันเสาร์ที่ 1-3 ของเดือน ได้รับความสนใจจากชาวไทยโดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษา และชาวต่างชาติอย่างมาก จนบางครั้งมีผู้เข้าร่วมสูงสุดกว่า 60 คน ใหม่จึงเล็งเห็นโอกาสที่จะขยายคลาสเรียนให้มีเนื้อหาที่หลากหลายขึ้น เพื่อดึงผู้ที่สนใจเข้ามาเรียนรู้ จึงเป็นการต่อยอดคลาสเรียนด้วยเนื้อหาเข้มข้นกว่าเดิมในชื่อ Thursday Class Series

ท่าเต้นที่ 3: สวิงแดนซ์ช่วยสร้างมิตรภาพที่ยืนยาว

โชคดีอยู่หลายครั้ง ที่ใหม่ได้พบกับชาวต่างชาติที่ทั้งมีความสนใจในการเต้น และหากิจกรรมต่างๆ ระหว่างการเดินทาง รวมถึงผู้มีความสามารถในการเต้นที่หลากหลาย ทั้งซัลซ่า แทงโก้และบูลส์ ทั้งหมดเป็นเหมือนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรมการเต้นรำ เธอจึงนิยามว่าเชียงใหม่มีวิถีการเต้นแบบ Mixed-Culture หรือวัฒนธรรมผสมผสาน นั่นเป็นข้อดีเพราะใหม่และนักเรียนในคลาสได้เรียนรู้การเต้นแนวใหม่ๆ ตลอดเวลา

น่าเสียดายเพราะชาวต่างชาติบางส่วนต้องเดินทางกลับภูมิลำเนา แต่ยังเป็นความโชคดีที่มีชาวต่างชาติบางส่วนที่อยู่ประจำ และคนไทยอีกจำนวนหนึ่งที่สนใจในเรื่องเดียวกัน จนตอนนี้ Chiang Mai Swing Dance มีสมาชิกประจำทั้งไทยและเทศกว่า 15 คนที่ร่วมกลุ่มกับใหม่ในฐานะครูผู้สอน ดีเจ หรือดูแลงานในส่วนต่างๆ ให้ราบรื่นและมีการประชาสัมพันธ์กิจกรรมของกลุ่มอย่างต่อเนื่อง

ใหม่ย้ำกับฉันเสมอว่า Chiang Mai Swing Dance ไม่ใช่โรงเรียนสอนเต้น เพราะเธอไม่ถนัดที่จะขยายไปในจุดนั้น เธอจึงเซ็ตให้ Chiang Mai Swing Dance เป็นกลุ่ม Community เล็กๆ ที่อยากสนุกกับการเต้นสวิงและได้พบเพื่อนใหม่ หรือใครที่อยากเต้นอย่างจริงจัง ก็สามารถลงเรียนคลาสแบบมีค่าใช้จ่ายได้อีกด้วย ส่วนแผนระยะยาวคือการจัดเวิร์กช็อปและคลาสเรียนให้มากขึ้น

ก่อนจากกันฉันถามใหม่ว่า เธอคิดมั้ยว่ากลุ่มเต้นสวิงเล็กๆ ที่เธอเป็นสมาชิกคนแรกจะเติบโตได้ขนาดนี้

“จากวันแรกที่มีกัน 2 – 3 คน เป็น 2 ปีที่เรามีทีมงานประจำที่เราก็ตอบไม่ได้ว่ามันเยอะหรือน้อย แต่ ณ วันนี้ เรารู้สึกว่าสมาชิกของเราเขามีความคิดเห็นอื่นๆ คอมเมนท์หรือช่วยในส่วนอื่นๆ ซึ่งมันดีมาก มันสนุกจริงๆ ยิ่งพวกเขาพาเพื่อนๆ หรือแนะนำคนรู้จักให้มาสนุกกับเรา หรือช่วยแชร์กิจกรรมให้พวกเรา แปลว่าเขาพร้อมจะสนับสนุนกลุ่มของเรา เรารู้สึกว่าให้มันค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไปอย่างนี้ก็ได้ ถ้ามีคนอื่นชักชวนให้เราไปออกงาน ไปร่วมกิจกรรม เราก็จะรู้สึกว่าเราสนุกกับมันและทำได้ต่อไป” ใหม่ตอบคำถามของฉัน

เรื่องและภาพ: สุรพันธ์ แสงสุวรรณ์

สวิงแดนซ์คือการเต้นรำยอดนิยมในยุค 20 - 40s ที่กลับมาใหม่ จากอเมริกา ยุโรป มาเอเชีย กลายเป็นวัฒนธรรมย่อยที่ค่อยๆ เป็นกระแส นอกจากความสนุก การบำบัด และยังสร้างสีสันให้กับเมืองได้ด้วย

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์