อันตรายกว่าที่คิด! มลพิษที่มาพร้อมกับ 'ตรุษจีน'
  • Lifestyle
  • Jan 23, 2020

รู้หรือไม่? เทศกาลแห่งความสุขและการเฉลิมฉลองอย่าง "ตรุษจีน" เพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพและส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมมากกว่าที่คิด! ด้วยความที่ตรุษจีนมักจะมาพร้อมกับวัฒนธรรมการเผากระดาษเงินกระดาษทอง และกระดาษที่ประดิษฐืเป็นข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ เพื่อประกอบในพิธีไหว้เจ้าและการไหว้บรรพบุรุษ ซึ่งคนจีนทั่วโลกรวมถึงพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนปฏิบัติสืบต่อกันมาอย่างช้านานกว่า 1,400 ปี

แต่รู้หรือไม่ว่าการเผากระดาษเงินกระดาษทองนั้นมีสารพิษปนเปื้อนมากมายหลายชนิด หากมีการสัมผัสโดยตรงบ่อยๆ ก็จะเกิดการสะสมในร่างกายและเป็นสาเหตุของโรคร้ายได้เลยทีเดียว 

มีข้อมูลจากกรมอนามัยระบุว่า ในช่วงเทศกาลตรุษจีนผู้คนจุดธูปและเผากระดาษเงินกระดาษทองเพื่อประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อ เช่น การไหว้เทพเจ้า ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไหว้บรรพบุรุษ ซึ่งการเผากระดาษในแต่ละครั้งจะปล่อยควัน ฝุ่น และขี้เถ้าออกมา ถ้าจำแนกให้ละเอียดลงไปก็จะพบว่ามีสารพิษจากการเผาไหม้ตามมา ได้แก่ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ ก๊าซมีเทน และฝุ่นพิษ PM2.5 

นอกจากนี้ยังมี "สารก่อมะเร็ง" หลายชนิด เช่น สารโพลีไซคลิก อะโรมาติก ไฮโดรคาร์บอนหรือสารพีเอเอช และสารอินทรีย์ระเหยง่าย เช่น เบนซิน (Benzene) และ 1,3-บิวทาไดอีน (1,3-butadiene)

รวมไปถึง "โลหะหนัก" ที่เป็นพิษต่อร่างกายอีก 4 ชนิด ได้แก่ โครเมียม นิกเกิล ตะกั่ว และแมงกานีส ซึ่งหากสัมผัสควันและขี้เถ้าเหล่านี้โดยตรงโดยไม่มีการป้องกัน อาจจะทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพทั้งระยะสั้นและระยะยาวได้ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ คือ ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคระบบหัวใจและหลอดเลือด โรคระบบทางเดินหายใจ และผู้ป่วยโรคเรื้อรังอื่นๆ จะได้รับผลกระทบรุนแรงกว่าคสนปกติทั่วไป

ควันเผากระดาษ เสิร์ฟพิษส่งตรงสู่ตัวคุณ!

สำหรับผลกระทบต่อสุขภาพในระยะสั้น เกิดเมื่อสัมผัสหรือสูดดมควันพิษโดยตรงและไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน เช่น อาการแสบตา แสบจมูก คัดจมูก หายใจลำบาก  คันตา และปวดตา เป็นต้น ส่วนผลกระทบระยะยาวอาจทำให้เกิดโรคร้ายแรงได้หลายโรค ได้แก่

1. โรคมะเร็งปอด

หากในช่วงตรุษจีนมีการเผากระดาษเงินกระดาษทองเยอะ และไม่ได้ป้องกันตัวเองจากฝุ่นควันและขี้เถ้า จะทำให้ร่างกายสัมผัสกับสารโลหะหนักจำพวก "โครเมียม" และ "นิกเกิล"  โดยตรง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงทำให้เกิดโรคมะเร็งปอด อีกทั้งยังได้รับสารพิษจำพวกเบนซีน, บิวทาไดอีน ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง หากสูดควันพิษที่มีสารเหล่านี้เข้าไป จะทำให้สารพันธุกรรม (ดีเอ็นเอ) และเซลล์ในร่างกายผิดปกติได้ ซึ่งนำไปสู่การเกิดโรคมะเร็งในระบบทางเดินหายใจได้

มีข้อมูลจากสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ที่ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับผลกระทบจากควันธูปและการเผากระดาษเงินกระดาษทอง พบว่า การเผากระดาษเงินกระดาษทองมีสารก่อมะเร็ง PAH 3 เท่า, เบนซีน 10 เท่า และ 1, 3 บิวทาไดอีน 5 เท่า เมื่อเทียบกับกระดาษที่ไม่ได้ชุบสีทอง

2. โรคเลือดจาง ไตวาย

บ้านไหนที่มีเด็กเล็กมาร่วมในพิธีกรรมการไหว้เจ้าหรือไหว้บรรพบุรุษในช่วงตรุษจีน ควรกันเด็กให้ห่างจากควันเผากระดาษเงินกระดาษทองและควันธูป เพราะควันและขี้เถ้าเหล่านั้นมีสารตะกั่วในปริมาณมาก โดยกระดาษเงินกระดาษทองชนิดที่ฉาบด้วยตะกั่วมีปริมาณตะกั่วค่อนข้างสูงประมาณ 20.8-85.6 มิลลิกรัมต่อแผ่น ส่วนชนิดทาสีมีปริมาณตะกั่ว 0.55 มิลลิกรัมต่อแผ่น

การเผากระดาษเงินกระดาษทองจะทำให้เกิดไอระเหยของสารตะกั่วที่อยู่ในสีเคลือบกระดาษฟุ้งกระจายสู่บรรยากาศ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของทุกคนที่ได้รับควันจากการเผา เมื่อสูดหายใจเข้าไปจะทำให้ระดับตะกั่วในเลือดสูงขึ้น และหากสะสมในร่างกายเป็นเวลานาน จะเกิดโรคโลหิตจาง เวียนศีรษะ ชักกระตุก หมดสติ และไตทำงานผิดปกติถึงขั้นไตวายได้

3. โรคพาร์กินสัน

นอกจากนี้ยังมีสารพิษโลหะหนักอีกหนึ่งชนิดที่มากับควันและขี้เถ้าจากการเผากระดาษเงินกระดาษทองช่วงเทศกาลตรุษจีน นั่นคือ แมงกานีส หากร่างกายได้รับสารแมงกานีสมากเกินไปจะมีผลทำให้เกิดโรคพาร์กินสันได้ โดยเฉพาะในวัยผู้สูงอายุ

ตรุษจีนปีนี้ปรับเปลี่ยนการไหว้ ลดการเผากระดาษ

เห็นพิษภัยที่มากับการจุดธูปและเผากระดาษเงินกระดาษทองขนาดนี้แล้ว ตรุษจีนปีนี้ลองมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเผากระดาษไหว้เจ้าเสียใหม่ ใส่ใจสุขภาพตัวเองและสิ่งแวดล้อมให้มากขึ้น ด้วยการลดจำนวนการเผากระดาษเงินกระดาษทองให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เผาแต่น้อยแค่พอเป็นพิธี ส่วนการจุดธูปก็สามารถใช้ธูปแบบสั้น (เผาไหม้หมดเร็วกว่าธูปปกติ) หรือเปลี่ยนมาใช้ธูปไฟฟ้าทดแทน ก็จะช่วยลดการเกิดควันพิษและลดขยะไปในตัว

อีกอย่างคือ ระหว่างการเผากระดาษก็ควรป้องกันตัวเองจากสารพิษเหล่านั้นด้วย โดยมีคำแนะนำและข้อปฏิบัติตัวดังนี้

1. เผาในภาชนะที่มิดชิด

เมื่อเสร็จจากการไหว้เจ้าหรือไหว้บรรพบุรุษ จากนั้นจะเป็นพิธีการเผากระดาษเงินกระดาษทอง ซึ่งต้องเตรียมภาชนะสำหรับเผาที่มิดชิด ไม่ให้ขี้เถ้าหลุดไปปนเปื้อนในสิ่งแวล้อม เช่น ถังปี๊บ ถังขยะสแตนเลส กระถางดินเผา หรือใช้เตาเผา เป็นต้น

2. ยืนเหนือลมและสวมหน้ากากอนามัย

ขณะเผากระดาษเงินกระดาษทอง ให้สวมหน้ากากอนามัยหรือใช้ผ้าชุบน้ำพอหมาดๆ ปิดปากและจมูก เพื่อป้องกันสารพิษที่มากับควันจากการเผาไหม้ และควรเผาในที่โล่งแจ้งโดยยืนอยู่เหนือลม เพื่อป้องกันการหายใจเอาสารตะกั่วเข้าสู่ร่างกาย

3. ล้างมือทุกครั้ง

ล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังสัมผัสธูปและกระดาษเงินกระดาษทอง และล้างมือหลังจากเสร็จสิ้นการเผากระดาษ พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงการพักผ่อนหรือนอนหลับในบริเวณที่มีการจุดธูปหรือใกล้จุดที่เผากระดาษ เพื่อลดการสะสมของสารพิษจากควันเหล่านั้นที่อาจตกค้างในร่างกายได้

4. กำจัดขี้เถ้าให้ถูกวิธี

การกำจัดขยะหรือเศษขี้เถ้าจาการเผาไหม้กระดาษเงินกระดาษทอง ต้องทำคล้ายกับการกำจัดขยะในโรงงานอุตสาหกรรม เพราะหากปะปนในสิ่งแวดล้อมก็จะเกิดอันตรายได้ ควรนำเถ้ากระดาษที่เผาแล้วไปฝังกลบให้เหมาะสมเพื่อเป็นการป้องกันการแพร่กระจายของสารตะกั่วสู่สิ่งแวดล้อม หรือเก็บขี้เถ้าใส่ถุงขยะและส่งให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นรับไปกำจัดอย่างถูกวิธีต่อไป

-----------------------

อ้างอิง: กรมอนามัย, กรมวิทยาศาสตร์บริการThaihealth.or.th

วันตรุษจีนมักมาพร้อมกับวัฒนธรรมการเผากระดาษเงินกระดาษทอง ซึ่งจะปลดปล่อยสารพิษอันตรายมากมายกว่าที่คิด ได้แก่ สารก่อมะเร็ง สารโลหะหนักอย่างโครเมียม นิกเกิล ตะกั่ว และแมงกานีส รวมไปถึงก๊าซเรือนกระจกและฝุ่นพิษ PM2.5 ซึ่งล้วนแล้วแต่มีผลกระทบต่อสุขภาพทั้งนั้น

นักข่าว นักหนังสือพิมพ์ ที่ทำงานในแวดวงสื่อสารมวลชนทั้งในแพลตฟอร์มหนังสือพิมพ์และออนไลน์ ชอบท่องโลกกว้างเป็นชีวิตจิตใจ ไม่พลาดที่จะค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ จากการกิน ดื่ม เที่ยว ไปพร้อมกับเพิ่มทักษะ Self-Development ในทุกๆ จังหวะของชีวิต