มิติใหม่ของโคมไฟจีนและกระดาษไหว้เจ้า
  • Lifestyle
  • Jun 29, 2019

อีกไม่นานกำลังจะมีรถไฟฟ้าตัดผ่านเยาวราชและเจริญกรุง ถนนสายเก่าที่กำลังก้าวสู่อีกโฉมหน้า หลังจากสะสมความรุ่งเรืองและรุ่มรวยทางวัฒนธรรมมาช้านาน 

อาคารสถาปัตยกรรม วัฒนธรรม และชุมชนในย่านเยาวราช-เจริญกรุง จึงเป็นหัวข้อสู่ งานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ต้นแบบ เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ในย่านเยาวราช-เจริญกรุง โดย ผศ.ดร.วีรวัฒน์ สิริเวสมาศ รองคณบดี คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ภายใต้โครงการ การพัฒนาเมืองวัฒนธรรมอัจฉริยะ: กรณีศึกษาย่านเยาวราช-เจริญกรุง

เป็นการวิจัยที่ต้องการศึกษาถึงความเชื่อมโยงระหว่างศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ย่านเมืองเก่า วิถีชีวิตชุมชน รวมถึงการเกิดขึ้นของรถไฟฟ้าใต้ดิน ที่จะนำซึ่งการเปลี่ยนแปลงในมิติของการท่องเที่ยว และจะปรับตัวรับมือกันอย่างไร

“เราจึงเลือก 2-3 พื้นที่เพื่อลงสำรวจ เช่น ชุมชนเลื่อนฤทธิ์, ชุมชนคลองถม, ชุมชนเจริญไชย และชุมชนวังแดง บริเวณนี้เป็นชุมชนพหุวัฒนธรรม มีชาวขอม จาม เขมร แขก จีน ไทย อยู่กันไปเกิดความหลากหลาย นอกจากข้อมูลทางวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรม เราก็ได้ข้อมูลสินค้าของชุมชน เช่น ชุมชนนี้ทำเรื่องผ้า ชุมชนนี้ทำกระดาษ อีกที่ทำโลหะ ตีเหล็ก ทำขายส่งอาหาร เป็นต้น ทำให้งานวิจัยเรามีข้อมูลโดยไม่ต้องเริ่มจากศูนย์” 

เมื่อชี้เป้าชัดเจนแล้ว คณะวิจัยลงพื้นที่ ตั้งโจทย์ใหม่ว่าจะเข้าไปพัฒนาผลิตภัณฑ์กระดาษ โดยเอากระดาษในชุมชนมาทำของที่ระลึก (souvenir) แต่เมื่อคิดว่าจะมาทำงานกระดาษ ชุมชนจีนก็เห็นว่าเป็นไปไม่ได้เลย

“เพราะเอาไว้ไหว้เจ้า ซื้อแล้วต้องเอาไปเผา จะเอามาพับโน่นพับนี่ไม่ยอม นักท่องเที่ยวจะซื้อกลับบ้านเขาไม่ขาย เขามีความเชื่อ ผมบอกว่าจีนสมัยใหม่เขาไม่ถือ แต่เขายืนยันว่าไม่ได้ เป็นความเชื่อของชุมชน ดังนั้นเราก็เลยหาวิธีอื่น”

เมื่อกระดาษไหว้เจ้านำมาพัฒนาต่อยอดไม่ได้ คณะนักวิจัยเริ่มสำรวจงานกระดาษอื่นๆ

“เราคิดถึงเทศกาลไหว้พระจันทร์ แต่ก่อนเขาจะตกแต่งซุ้มด้วยโคมไฟกระดาษ ทำจากกระดาษแก้วสี ๆ ข้างในใส่เทียน สมัยนี้ไม่ค่อยเห็นกันแล้ว ในเชิงการศึกษาคือรีโพรดักต์ ดังนั้นโปรเจ็คแรกคือโคมไฟกระดาษรูปกระต่าย เครื่องบิน สไตล์ยุค 60-70 เด็ก ๆ เรียก “เตงลั้ง” เอามาจุดเทียนวิ่งเล่นกัน ทำให้งานกลางคืนมีสีสัน สนุกสนาน”

จากโคมไฟกระดาษเกิดความคิดแตกยอดออกเป็นงานศิลปะพับกระดาษ

"โคมไฟกระดาษแก้วของเก่ามีเครื่องบิน ปลา กระต่าย เราก็ทำเพิ่ม เปลี่ยนจากเทียนเป็นหลอดแอลอีดี และเปลี่ยนจากวัสดุไม้ไผ่เป็นลวดและพลาสติก เพราะชุมชนบอกว่าเขาอยากจะทำขาย ผมก็ทำต้นแบบ ขั้นตอนต่อไปคือหาผู้ผลิตระดับแมส ผลิตอย่างไร ขายเท่าไหร่ ให้ชุมชนเขาคิดกันเอง"

“ชุมชนนี้ขายกระดาษเป็นสต็อกมาร์เก็ต เมื่อไหร่ที่รถไฟฟ้าเปิดจะมีนักท่องเที่ยวหลายหมื่นคนไหลเข้ามาในพื้นที่นี้ แน่นอนกลุ่มคนใช้รถไฟฟ้าไม่ใช่คนที่จะมาซื้อกระดาษเงินกระดาษทอง คือไม่กลัวว่าจะขายกระดาษไหว้เจ้าไม่ได้ เพราะถึงเทศกาลที่นครสวรรค์และภูเก็ตจะมาซื้อกันเป็นตัน ๆ เจ้าของร้านก็อยู่สบาย แต่เมื่อมีนักท่องเที่ยวมากขึ้น เป็นไปได้ไหมถ้าเรามาคิดผลิตกระดาษที่ชุมชนเป็นคนผลิตและมีเรื่องราวเชื่อมโยงกัน ต่างชาติเข้ามาพับแล้วซื้อกลับได้

ชุดแรกมาจากคอนเซปต์ดอกไม้มงคล 8 ดอกของจีน เช่น โป๊ยเซียน, เบญจมาศ ผมก็ได้นักศึกษา ป.โท วิริน เชาวนะ ที่เก่งพับกระดาษมาก มาช่วยพัฒนาโดยนำกระดาษห่อของขวัญ เพราะกระดาษไหว้เจ้าใช้ไม่ได้ และอีกอย่างกระดาษคุณภาพไม่ดีนัก และมีสารตะกั่วด้วย”

สรุปได้เช่นนี้ ชาวชุมชนก็อนุมัติ โดย วิริน นักพับกระดาษ ออกสำรวจหากระดาษห่อของขวัญหลากหลาย ทั้งสีสันและลวดลาย นำไปดีไซน์วิธีพับให้เป็นแพทเทิร์นจัดอบรมให้ชุมชน ตั้งแต่วิธีตัดกระดาษ วิธีพับ

งานพับกระดาษแฮนด์เมด มีวิธีพับไม่ยากจนเกินไปนัก ทำให้เกิดรูปทรง 3 มิติ เมื่อจับคู่สีสวยงามแล้วก็เป็น “งานกระดาษประดิษฐ์” เป็นศิลปหัตถกรรมที่แสดงเอกลักษณ์ของชุมชนเจริญไชย และในด้านวัฒนธรรมของคนไทยเชื้อสายจีน ได้แก่ เครื่องแขวน แรงบันดาลใจจาก “อ่วงมึ้ง” (ม่าน) และ “ก่ง” (โคม) และมีการลดขนาดเป็นชิ้นเล็กจึงมีลักษณะคล้ายเครื่องรางพู่ห้อยของจีน ซึ่งสอดคล้องกับความหมายมงคลของดอกไม้ เช่น เครื่องแขวนเบญจมาศ ดอกไม้มงคลสื่อถึงความโชคดี มีชีวิตราบรื่น อายุยืน เครื่องแขวนโป๊ยเซียน จากความเชื่อว่าเมื่อปลูกแล้วออกดอกครบ 8 ดอกจะโชคดี ก่งประยุกต์ เป็นการออกแบบที่แสดงออกถึงความเป็นไทย-จีน มาจากโคมไฟที่ใช้ในเทศกาลไหว้พระจันทร์ และมีองค์ประกอบเป็นลักษณะงานดอกไม้ไทยนำมาตกแต่ง เช่น อุบะและเครื่องแขวนดอกไม้สดของไทย

“อีกชิ้นงานหนึ่งเป็นประติมากรรมของนักศึกษาชื่อ คมสัน เพ็ชรสิทธิ์ ชุด วิถีเยาวราช สร้างสรรค์ด้วยข้อมูลชุมชนย่านเยาวราช เป็นงานวิจัยที่ลงสำรวจพื้นที่เหมือนกัน อย่างคณะสถาปัตย์จะนำแคแรกเตอร์ของตึกรามบ้านช่องมาสร้างเป็นงานศิลปะเพื่อเชื่อมโยงถึงชุมชน เป็นประตูเหล็กแล้วทับซ้อนด้วยสีของอะคริลิคซึ่งล้อกับป้ายโฆษณาภาษาจีนในชุมชุน ฟังก์ชั่นเป็นงานศิลปะในพื้นที่สาธารณะ เอาไปตั้งโชว์หรือใช้เป็นเก้าอี้ เป็นฉากได้” 

ปีหน้า ดร.วีรวัฒน์ บอกว่าจะมีเฟสที่สองขยายความต่อจากงานวิจัยผลิตภัณฑ์ต้นแบบ ซึ่งจะสร้างสุขให้กับชุมชนและชาวโลก

“เมื่อเราเก็บข้อมูลได้พอต่อไปก็เป็นเรื่องของคนกับสิ่งแวดล้อม มีมิติอื่นๆ ที่จะเข้ามาทำอีก เช่น มองไปถึงวิธีสร้างเตาเผากระดาษไหว้เจ้า ให้ลดควัน หรือพัฒนาคุณภาพให้ดีขึ้น นอกจากการรณรงค์พัฒนากระดาษที่ไร้สารตะกั่ว ต่อไปก็อาจสร้างโมเดลใหม่ เช่น จุดธูปจุดเทียน เมื่อก่อนจุดกันยี่สิบดอก ตอนนี้อาจสร้างพิธีกรรมใหม่เหลือจุดดอกเดียว หรือเคยเผากระดาษทั้งตะกร้าอาจเหลือแผ่นสองแผ่น และเป็นกระดาษคุณภาพ”

งานวิจัยยุคนี้ต้องกินได้ ขายได้ อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ดูแลชุมชน และมีส่วนร่วมรักษ์โลก...

เรื่อง: เอื้อพันธุ์ ศรีสุนทร
ภาพ: ผศ.ดร.วีรวัฒน์ สิริเวสมาศ

ชุมชนจีนมีความเชื่อเรื่องกระดาษไหว้เจ้าเหนียวแน่น แต่เมื่อมีการประนีประนอม และใส่ไอเดียเข้าไป ก็สามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่ได้ เป็นเจอกันตรงกลางระหว่างความต้องการของชุมชนและการเปิดกว้างไปสู่โอกาสใหม่ๆ

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์