คุยกับ Paing Takhon  จากรันเวย์แฟชั่น แมว และพุทธศาสนา
คุยกับ Paing Takhon  จากรันเวย์แฟชั่น แมว และพุทธศาสนา
คุยกับ Paing Takhon  จากรันเวย์แฟชั่น แมว และพุทธศาสนา
คุยกับ Paing Takhon  จากรันเวย์แฟชั่น แมว และพุทธศาสนา
คุยกับ Paing Takhon  จากรันเวย์แฟชั่น แมว และพุทธศาสนา
  • Lifestyle
  • Jul 27, 2019

"ผมรู้สึกรักแมวมาก ตั้งแต่เด็กแล้ว  ดวงตาของมันทำให้ผมหลงรัก  เวลาเราจ้องตามัน เหมือนเราโดนสะกดจิต"

มองแวบแรกเห็นผมยาวๆ ลุคเซอร์ๆ ใครหลายคนอาจนึกถึง เป้ อารักษ์ แต่มองไปมองมาอีกทีก็มีความคล้าย ไค วง EXO ไอดอลเกาหลีซะอย่างนั้น แต่เขาคือดารา-นายแบบเมียนมาชื่อ ไป่ง์ ด่ะกู่น : Paing Takhon วัย 23 ปี ที่เป็นทั้งดารา-นายแบบรวมถึงเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับสินค้าหลายแบรนด์   

ตอนนี้ความฮอตของนายแบบหนุ่มคนนี้ไม่ได้มีแต่ในเมียนมาอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังสร้างกระแสฮอตฮิตในโลกโซเชียลไทยด้วยหลังจากในโลกโซเชียลได้นำเอาภาพของเจ้าตัวมาแชร์กันมากมาย  ล่าสุดมีผู้ติดตามในเฟสบุ๊ก Paing Takhon ทะลุ 1 ล้านกว่าคนแล้ว และมีผู้ติดตามในอินสตาแกรม @paing_takhon มากกว่า 2 แสนกว่าคนเลยทีเดียว  

ชื่อของเขาออกเสียงเป็นสำเนียงภาษาเมียนมาว่า “ไป่ง์ ด่ะกู่น”  แปลว่า “ผู้ครอบครองชัยชนะ” ไป่ง์ แปลว่า ครอบครอง ส่วน ด่ะกู่น แปลว่า ธง (ที่อยู่บนยอดพระเจดีย์มีนัยยะถึงชัยชนะหรือความสำเร็จ) 

เขายอมรับกับ Bottom Line ว่า ความท้าทายของวงการบันเทิงเมียนมาเป็นอะไรที่ท้าทาย และมีการแข่งขันที่สูงมาก ขณะเดียวกันก็เปิดกว้างมากขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก

"สมัยก่อนนี่วงการหนังจะมีกฎเยอะมาก ฉากมีอย่างจำกัด เช่น ห้ามนักแสดงสาวสวมเสื้อผ้าแบบตะวันตกต้องใส่เสื้อผ้าแบบท้องถิ่นเท่านั้น ห้ามถ่ายทำหนังในมหาวิทยาลัย ห้ามถ่ายฉากบู้เลือดตกยางออก  ไม่ให้มีฉากทะเลาะตอบตีกันเกินห้าครั้ง   ห้ามผู้หญิงตายขณะคลอดลูก  ถ้าต้องมีการถ่ายฉากอุบัติเหตุ อนุญาตให้ใช้เลือดปลอมได้เท่านั้น  ถ้าในหนังมีตัวละครนักโทษ ฉากที่เป็นคุกก็ต้องสะอาดเรียบร้อย  และก็ห้ามดาราที่เป็นญาติกันแสดงเป็นคู่รักกันและยังมีอีกมากมาย"

แต่ในขณะเดียวกัน หากมองในการแข่งขันระดับภูมิภาค เจ้าตัวมองว่ายังต้องพัฒนาขึ้นอีกมาก ซึ่งการที่เขาขึ้นมายืนอยู่ตรงจุดนี้ได้นั้น ต้องขอบคุณแฟนๆ ที่ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดีเสมอมา แม้กระทั่งแฟนชาวไทยเองก็ตาม 

อีกตัวตนหนึ่งที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นจากการให้สัมภาษณ์สื่อ หรือคำบอกเล่าจากผู้คนรอบข้างที่รู้จักกับเขาต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ไป่ง์ ด่ะกู่น เป็นคนที่เคร่งครัดในศาสนาพุทธมาก  มีการแชร์ภาพของเจ้าตัวที่เผยให้เห็นว่า เป็นคนรักสัตว์ มีเมตตา  อ่อนโยน เข้าวัด และรักธรรมชาติ

“ครับ... ผมรู้สึกรักแมวมาก ตั้งแต่เด็กแล้ว  ดวงตาของมันทำให้ผมหลงรัก  เวลาเราจ้องตามัน เหมือนเราโดนสะกดจิต”  

นอกจากนั้น เขายังเคยให้สัมภาษณ์กับ Myanmar Celebrity  สื่อบันเทิงออนไลน์ของเมียนมาทีมียอดผู้ติดตามในเฟซบุ๊กกว่า 6 ล้านคน ถึงกิจวัตรประจำวันของตัวเอง ที่ไม่ต่างจากชาวเมียนมาทั่วไปที่มักนิยมไหว้พระเจดีย์กันอยู่เป็นนิจ และมักหาเวลาว่างมาเที่ยวเจดีย์  สรงน้ำพระประจำวันที่ตั้งอยู่ตามเชิงเจดีย์ หรือมาเดินเที่ยวเล่นในยามว่าง

ถ้าไม่ติดภารกิจอะไร เจ้าตัวมักจะไปไหว้พระเจดีย์ในตอนเช้าก่อนไปทำงาน โดยเฉพาะในทุกเช้าวันอังคาร ไป่ง์ ด่ะกู่น มักจะไปไหว้พระเจดีย์เสมอ เนื่องจากวันอังคารเป็นวันเกิดของเขา 

"เวลาที่มาไหว้พระ จะทำให้รู้สึกว่าปลอดโปร่ง สบายใจครับ"

สมัยก่อนเขาชอบไปไหว้ พระเจดีย์โบล์ตะถ่อง หรือ วัดที่มีเทพทันใจ ซึ่งนักท่องเที่ยวชาวไทยนิยมไปกราบไหว้ขอพรกัน ซึ่งภายในวัดโบล์ตะถ่อง นอกจากจะมีพระเจดีย์ประธานตามชื่อภาษามอญว่า ไจ้ก์เดอั๊ด ซึ่งภายในเชื่อว่า บรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า ยังมีพระพุทธรูป อะติ๊-ตะดิ๊ ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า สมัยก่อนถ้าเขามาไหว้พระที่นี่เขาชอบมาไหว้พระพุทธรูปนี้ เพราะพระพุทธรูปมีความหมายถึงสติ กับ ปัญญา

"ผมมักจะไปนั่งสวดมหาปัฏฐาน (คัมภีร์ที่ 7 ของพระอภิธรรม 7 คัมภีร์) ที่บริเวณลานพระพุทธรูปดังกล่าวเพราะรู้สึกว่าสงบเย็น ชาวเมียนมานิยมสวดปัฏฐานกันมากเพราะเชื่อว่าเป็นบทสวดที่ช่วยป้องกันอันตรายต่างๆทั้งที่มองเห็นและมองไม่เห็น ตลอดจนจะช่วยให้ชีวิตประสบแต่สิ่งดีงาม การนั่งสงบ ท่องสวดมหาปัฏฐานทำให้เราได้สติและเกิดปัญญาด้วยครับ" 

การที่เขาใกล้ชิดกับศาสนามาก ก็เพราะนอกจากจะทำให้รู้จักแยกแยะว่าอะไรคือ "กุศล" อะไรคือ "อกุศล" และที่สำคัญยังทำให้จิตใจสงบ  

"ที่ผมชื่นชอบเส้นทางนี้  นอกจากความเลื่อมใสศรัทธาแล้ว ยังได้แรงบันดาลใจมาจากดาราเมียนมารุ่นก่อนคือ อูจ่อเฮง เป็นต้นแบบที่ทำให้หันมาสนใจในเส้นทางธรรมมากขึ้น"

อูจ่อเฮง เป็นดาราเมียนมาที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาก และคว้ารางวัลดาราแสดงนำชายมากมายในเมียนมา เขาโลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงเมียนมาตั้งแต่ ค.ศ.1967-2008 รวมระยะเวลา 41 ปี มีผลงานแสดงหนังกว่า 400 เรื่อง และออกเทปเพลง 14 ชุด 

ในเดือนพฤศจิกายน ปี 2008  เขาได้อำลาวงการบันเทิงเมียนมา และได้เข้ามาบวชในร่มกาสาวพัสตร์ มีฉายาว่า อูกิตติสาระ ซึ่ง ไป่ง์ ด่ะกู่น เผยว่า เส้นทางธรรมเป็นสิ่งที่น่าค้นหา เพราะแม้แต่อูจ่อเฮงซึ่งเป็นดาราที่มีชื่อเสียง กวาดรางวัลมากมาย สุดท้ายเขาก็ทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อออกบวชและปฏิบัติธรรม

สิ่งสำคัญที่เขารู้สึกแม้จะยังไม่ได้เข้าไปบวชในร่มกาสาวพัสตร์ ก็คือ ความสงบ 

การได้ไหว้พระทำให้จิตใจมีอิสระเสรี และทำให้เข้าใจสภาพจิตของตัวเราเอง เหมือนที่ผมเลือกเรียนวิชาจิตวิทยาเป็นวิชาเอก ก็เพราะจะได้เข้าใจความเป็นไปของจิตมนุษย์เพราะเรายังต้องข้องเกี่ยวกับผู้คนมากมาย" 

นี่เป็นอีกมุมมองของ ไป่ง์ ด่ะกู่นที่ทำให้แฟนๆ ชาวไทยรู้จัก และเข้าใจนายแบบหนุ่มคนนี้มากขึ้น 

การได้ไหว้พระทำให้จิตใจมีอิสระเสรี และเข้าใจสภาพจิตของตัวเราเอง

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์