ดินของพ่อ ภูมิพลมหาราชา
  • Social
  • Dec 4, 2019

“อันที่จริงเธอก็ชื่อภูมิพล ที่แปลว่า กำลังของแผ่นดิน แม่อยากให้เธออยู่กับดิน”

ข้อความจาก “บันทึกแม่” ให้รายละเอียดถึง “..สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี...เคยมีรับสั่งถึงความหมายของพระนาม “ภูมิพล” อันเป็นสิ่งที่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงยึดถือเป็นหลักปฏิบัติตลอดรัชกาล

พระมหากษัตริย์ที่ย่างพระบาทไปทั่วประเทศ มีผืนดิน แผ่นฟ้า และท้องน้ำต่างห้องทรงงาน พัฒนาประเทศเพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ห่างไกล และทุรกันดารด้วยโครงการตามแนวพระราชดำริในด้านต่างๆ ของพระองค์ ให้สมกับปฐมบรมราชองค์การที่พระราชทางแก่พสกนิกรว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” ในวันแรกที่เสด็จขึ้นทรงครองสิริราชสมบัติ

การพัฒนาดินเป็นอีกหนึ่งพระราชกรณียกิจพระองค์ทรงให้ความสำคัญ ตั้งแต่การจัดสรรที่ทำกิน และขยายขอบเขตไปสู่เรื่องการพัฒนาและอนุรักษ์ดินเพื่อการเกษตรกรรม ทรงให้ความสำคัญในงานอนุรักษ์ และฟื้นฟูที่ดินที่มีสภาพธรรมชาติและปัญหาที่แตกต่างกันออกไปในแต่ละภูมิภาค จึงมีพระราชดำริในการแก้ไขปัญหาที่ดินที่เน้นเฉพาะเรื่องมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การศึกษาวิจัยเพื่อแก้ไขปัญหาดินเค็ม ดินเปรี้ยว ดินทราย ในภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปัญหาดินพรุ ในภาคใต้ และที่ดินชายฝั่งทะเล 

รวมถึงงานในการแก้ไขปรับปรุงและฟื้นฟูดินที่เสื่อมโทรมพังทลายจากการชะล้างหน้าดิน ตลอดจนการทำแปลงสาธิตการพัฒนาที่ดินเพื่อการเกษตรกรรมในบางพื้นที่ที่มีปัญหาในเรื่องดินเสื่อมโทรมด้วยสาเหตุต่างๆ ทรงสนับสนุนให้เกษตรกรเรียนรู้เข้าใจวิธีการอนุรักษ์ดินและน้ำ การปรับปรุงบำรุงดิน และสามารถนำไปปฏิบัติได้เอง โดยทรงมีพระราชดำริว่า

“…การปรับปรุงที่ดินนั้นต้องอนุรักษ์ผิวดิน ซึ่งมีความสมบูรณ์ไว้ไม่ให้ไถ หรือลอกหน้าดินทิ้งไป สงวนไม้ยืนต้น ที่ยังเหลืออยู่ เพื่อที่จะรักษาความชุ่มชื่นของผืนดิน...” ( สำนักงาน กปร., 2542)

การแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยวด้วยวิธี “การแกล้งดิน” โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกรในภาคใต้ที่ประสบปัญหาดินเปรี้ยวทำให้เพาะปลูกไม่ได้ผล พระองค์จึงทรงมีพระราชดำริให้ทำการศึกษาวิจัยและพัฒนาดินพรุเพื่อแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยว ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง จังหวัดนราธิวาส โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการศึกษาและพัฒนาพื้นที่พรุ ซึ่งเป็นดินเปรี้ยวให้เป็นดินที่มีคุณภาพ สามารถทำการเพาะปลูกได้

การป้องกันการเสื่อมโทรม และการชะล้างพังทลายของดินด้วยการปลูก “หญ้าแฝก” พืชจากพระราชดำริที่ทำหน้าที่เป็นกำแพงที่มีชีวิตในการอนุรักษ์ และคืนธรรมชาติสู่แผ่นดิน

การแก้ปัญหา ฟื้นฟู อนุรักษ์ดินของพระองค์นั้น มีลักษณะเป็นธรรมชาติและเรียบง่าย โดยมีหลักการที่สำคัญ คือ ทรงเน้นการพัฒนาที่สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนในการพึ่งตนเอง ทรงใช้คำว่า “ระเบิดจากข้างใน” คือทำให้ชุมชนเข้มแข็งก่อนจึงค่อยออกสู่สังคมภายนอก พัฒนาให้ประชาชนอยู่ในสังคมได้ตามสภาพและสามารถ “พึ่งตนเองได้” ในที่สุด

จากพระวิสัยทัศน์ในการบริหารทรัพยากรดินอย่างยั่งยืนนำไปสู่แนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม นำไปสู่การสนับสนุนให้มีการจัดตั้งวันดินโลกในปี 2556 ซึ่งสหประชาชาติได้ประกาศรับรองอย่างเป็นทางการให้วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปีเป็นวันดินโลก

ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงอุทิศพระองค์เพื่อประโยชน์สุขของราษฎร และเพื่อความเจริญพัฒนาของประเทศชาติตลอดระยะเวลาโดยมิได้ทรงคำนึงประโยชน์สุขส่วนพระองค์ ตลอดระยะเวลาทรงครองราชย์ 70 ปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชปรารภถึงสิ่งที่สมเด็จพระบรมราชชนนนีเคยรับสั่งว่า “เมื่อฟังคำพูดนี้แล้วก็กลับมาคิด ซึ่งแม่ก็คงจะสอนเรา และมีจุดมุ่งหมายว่า อยากให้เราติดดินและอยากให้ทำงานให้ทำงานแก่ประชาชน”

แน่นอนว่า จนถึงวันนี้ พระนามาภิไธย “ภูมิพล” ได้สถิตย์อยู่ในหัวใจของปวงชนชาวไทยตราบนิรันดร์แล้ว

ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงอุทิศพระองค์เพื่อประโยชน์สุขของราษฎร และเพื่อความเจริญพัฒนาของประเทศชาติตลอดระยะเวลาโดยมิได้ทรงคำนึงประโยชน์สุขส่วนพระองค์ ตลอดระยะเวลาทรงครองราชย์ 70 ปี

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์