'ตรุษจีน 2563' รู้จักเทพเจ้าจีนช่วยเสริมเฮงปีหนูทอง
  • Lifestyle
  • Jan 23, 2020

เทศกาล ตรุษจีน 2563 ปีหนูทอง บรรดาลูกหลานคนไทยเชื้อสายจีนคงกำลังจัดเตรียมข้าวของกันอย่างคึกคัก และธรรมเนียมปฏิบัติที่ลูกหลานแดนมังกรทำต่อเนื่องกันมาทุกปีก็คือการ “ไหว้เจ้า” หรือเทพเจ้าองค์สำคัญที่ชาวจีนเชื่อว่าจะช่วยส่งเสริมดวงชะตา ความเป็นสิริมงคล รวมถึงความมั่งมีศรีสุขให้แก่ครอบครัวในช่วงเทศกาลปีใหม่จีน

โดยเฉพาะเทพเจ้า 2 องค์ที่ควรไหว้ในวันตรุษจีน ก็คือ “ไฉ่ซิงเอี้ย” เทพแห่งโชคลาภ และ “ไท้ส่วยเอี๊ย” เทพเจ้าคุ้มครองดวงชะตาประจำปี 2563

ทำไมวันตรุษจีนต้อง “ไหว้เจ้า”

“การไหว้เจ้า” เป็นประเพณีที่ชาวจีนประพฤติปฏิบัติสืบต่อกันมากว่า 3,000 ปี (ตั้งแต่สมัยราชวงศ์โจว) นิยมทำกันใน วันตรุษจีน เพื่อให้เกิดความสิริมงคล และนำมาซึ่งความสุขความเจริญรุ่งเรืองแก่ตนเองและครอบครัว ทั้งกิจการงานธุรกิจที่ประกอบอยู่ โดยชาวจีนมีความเชื่อสืบต่อๆ กันมาว่า การใช้ชีวิตของคนเราในแต่ละปีมักจะมีสิ่งเลวร้าย เรื่องไม่ดีงาม หรือเรื่องอัปมงคลมากระทบกระทั่งหรือรบกวนการดำเนินชีวิต จนทำให้เกิดอุปสรรคต่างๆ เช่น การเจ็บไข้ได้ป่วย การงานติดขัดไม่ราบรื่น เงินทองไม่คล่อง ทำอะไรก็พบแต่ความยุ่งยาก ค้าขายลำบากมีแต่อุปสรรค บุตรบริวารก่อเรื่องวุ่นวาย นำความยุ่งยากลำบากใจมาให้ หรือเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผิดปกติ

ทำให้ตระหนักว่า "ดวงชะตาชีวิต" ไม่ดีนัก จึงจะต้องมีการขวนขวายหาที่พึ่ง และก่อกำเนิดประเพณี การไหว้เจ้า ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และไหว้บรรพบุรุษ ในช่วงเทศกาลวันตรุษจีนขึ้นมานั่นเอง

ถ้าเจาะจงเฉพาะการไหว้เจ้า จะพบว่าเทพเจ้าองค์สำคัญของชาวจีนที่จะต้องไหว้ช่วงปีใหม่หรือเทศกาลตรุษจีนก็คือ เทพเจ้าแห่งโชคลาภ หรือ “เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย” เพื่อขอพรเรื่องโชคลาภ ความมั่งมี ความมั่งคั่งในการค้ากขาย และเทพอีกหนึ่งองค์ที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ “เทพเจ้าไท้ส่วยเอี้ย” หรือ เทพเจ้าคุ้มครองดวงชะตา ซึ่งในทางโหราศาสตร์จีนนั้น ชาวจีนมีความผูกพันกับเรื่องนักษัตรปีเกิดหรือดวงชะตาชีวิตของมนุษย์ทุกผู้ทุกนาม การไหว้เทพเจ้าไท้ส่วยเอี้ย จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ชาวจีนจะให้ความสำคัญกับเทพเจ้าองค์นี้ไม่แพ้กัน

เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย ตรุษจีนทีไรต้องไหว้ทุกปี!

เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย เป็นเทพเจ้าจีนที่คนไทยเชื้อสายจีนคุ้นเคยกันดี ถือเป็นเทพเจ้าที่มีความสำคัญมากที่สุดในช่วงเปลี่ยนผ่านของปี (ช่วงขึ้นปีใหม่) ในแต่ละปีท่านจะลงมาจากสวรรค์เพียงวันเดียวเท่านั้นคือ “วันตรุษจีน” ตามความเชื่อของคนจีนนั้น เทพองค์นี้เป็นเทพเจ้าแห่งความร่ำรวย มั่งคั่ง และโชคลาภด้านเงินทอง คนไทยเชื้อสายจีนจึงนิยมกราบไหว้ในวันสำคัญต่างๆ โดยการกราบไหว้ขอพรจากท่าน จะทำให้กิจการเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้า ประสบความสำเร็จ และนำมาซึ่งโชคลาภเงินทอง นอกจากนี้เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ยยังช่วยดลบันดาลให้ผู้ที่บูชาให้มีลาภลอยเข้ามาในชีวิต ตลอดจนเสริมดวงในด้านความโชคดีต่างๆ ด้วย

โดยเมื่อเริ่มเข้าสู่วันตรุษจีน ชาวจีนจะตั้งโต๊ะบูชากราบไหว้ “เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย” เป็นองค์แรก ตั้งแต่เวลาประมาณ 23.00 น. ของวันก่อนตรุษจีน ไปจนถึงเวลา 01.00 น. ของวันตรุษจีน โดยต้องหันหน้าไปทางทิศต่างๆ ที่เชื่อว่าไฉ่ซิงเอี้ยจะเสด็จลงมา ซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละปี สำหรับปี 2563 “เทพไฉ่ซิงเอี้ย” จะเสด็จลงมาทางทิศตะวันตก การไหว้เทพเจ้านี้ตามความเชื่อถือเป็นการอัญเชิญองค์เทพเจ้ามาประทับที่บ้านหรือร้านค้า เพื่อช่วยบันดาลโชคลาภ ความร่ำรวย และเงินทองให้ไหลมาเทมานั่นเอง

ล่าสุด...มีกระแสข่าวฮอตในโซเชียลว่าศิลปินดังอย่าง “ลิซ่า แบล็กพิงก์” ก็มีความเชื่อในเทพเจ้าองค์นี้เช่นกัน โดยเธอได้ดาวน์โหลดรูป “เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย” เป็นภาพพักหน้าจอบนสมาร์ทโฟน ทำเอาสาวกแฟนคลับแห่ทำตามกันเพียบ นัยว่าเป็นการพกความมั่งคั่งให้ติดตัวไปด้วยทุกที่ทุกเวลาในช่วงเทศกาลตรุษจีนนี้ ถือเป็นการประยุกต์ความเชื่อหลายร้อยปีให้เข้ากับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ได้อย่างไม่ขัดเขิน

ส่วนลูกหลานชาวจีนที่อยากตั้งโต๊ะไหว้ “เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย” ให้เป็นกิจจลักษณะอย่างที่บรรพบุรุษได้ปฏิบัติสืบต่อกันมา ก็สามารถทำได้ดังนี้ เริ่มจากการเตรียมของไหว้ ได้แก่ รูปภาพหรือรูปปั้นขององค์ไฉ่ซิงเอี้ย, แจกันดอกไม้สด 1 คู่, เทียนแดง 1 คู่, กระถางธูป พร้อมธูป 3 5 9 หรือ 12 ดอกก็ได้, น้ำชา 5 ถ้วย, ขนมอี้ 5 ถ้วย, อาหารเจ 5 ถ้วย, ผลไม้มงคล 5 อย่าง และ กระดาษเงิน กระดาษทอง

ส่วนบทสวดมนต์สำหรับไหว้บูชา “เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย” ให้กล่าวคำบูชา ดังนี้ “นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมา สัมพุทธัสสะ” (3 จบ) จากนั้นสวดมนต์ว่า “โอม ชัมภาลา จาเลนไน เยโซฮา” (สวด 3 จบ 5 จบ 9 จบ หรือ 12 จบก็ได้)


“ไท้ส่วยเอี๊ยะ” คุ้มครองดวงชะตาตลอดปี 2563

ส่วนเทพองค์ที่ 2 ที่ชาวจีนให้ความสำคัญและนิยมไหว้สักการะในวันตรุษจีนก็คือ “เทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ยะ” หรือเทพเจ้าคุ้มครองดวงชะตา โดยมีทั้งหมด 60 องค์ ซึ่งจะหมุนเวียนเปลี่ยนไปในแต่ละปี สำหรับเทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ยะประจำปี 2563 นี้ เป็นองค์ที่ 37 มีนามว่า “ขุนพลโหล่วปี่ไต่เจียงกุง” 

ตามประวัติเล่าว่า ขุนพลโหล่วปี่ไต่เจียงกุง มีอีกนามหนึ่งว่า หลูซี มีนามรองว่า กงจี้ เป็นชาว ซุนซาน ในสมัยราชวงศ์หมิง(คศ.1368-1644) (ปัจจุบันคือ เมือง คุนซาน มณฑล เจียงซู) ขุนพลหลูมี่ รับราชการเป็นผู้ว่าการ มณฑลซุยโจว ท่านเป็นขุนนางที่มีความเห็นอกเห็นใจ ในความทุกข์ยากของประชาชน

ครั้งที่มีพระราชโองการให้เกณฑ์ราษฎร ให้ทำงานหนัก ท่านก็เกณฑ์แรงงาน โดยไม่ใช้กำลังบีบบังคับ และควบคุมการใช้แรงงาน อย่างรอมชอมไม่ทารุณ โดยไม่เกรงพระราชอาชญา ขุนพลหลูมี่ รับราชการด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และมือสะอาด ใช้ ชีวิตอย่างสมถะ เรียบง่าย ไม่สะสม 

เมื่อท่านสิ้นชีวิตลง ก็ไม่มีแม้เงินจะทำพิธีศพ จนข้าราชการผู้น้อยต้องเป็นผู้รวบรวมเงินคนละเล็กละน้อยช่วยกันทำพิธี และระหว่างส่งศพ มีผู้มาส่งศพด้วยความโศกเศร้าอาลัยท่าน เต็มทั้งสองข้างทาง ไม่มี ใครไม่เจ็บปวดรวดร้าวใจ น้ำตาไหลอาบแก้มกันถ้วนทั่วทุกผู้คน

ชาวจีนให้ความสำคัญเรื่องโหราศาสตร์หรือดวงที่ผูกพันกับนักษัตรปีเกิด หรือดวงชะตาชีวิตของมนุษย์ทุกผู้ทุกนาม ไม่ว่าชะตาชีวิตจะดีหรือไม่ดี ชาวจีนจะต้องไหว้ “เทพเจ้าไท้ส่วยเอี้ย” หรือ เทพเจ้าคุ้มครองดวงชะตา เพื่อให้คุ้มครองชีวิตให้ปราศจากสิ่งไม่ดีทั้งปวง นิยมไหว้กันในช่วงเปลี่ยนผ่านปีของแต่ละปี เพราะเทพในการดูแลดวงชะตาจะเปลี่ยนเป็นองค์ใหม่นั่นเอง

หากดวงชะตาชีวิตดีอยู่แล้วก็จะช่วยส่งเสริมให้ดียิ่งขึ้นไปอีก ถ้าชะตาชีวิตไม่ดีก็จะช่วยให้หนักเป็นเบา คุ้มครองป้องกันจากอุปสรรคทั้งปวงให้ผ่านพ้นไปด้วยดี จนผ่านปีนักษัตรนั้นไปได้ด้วยความราบรื่น หรือที่เราคุ้นเคยกันดีว่า “การไหว้แก้ชง” หรือ “การฝากดวงชะตาไว้กับองค์ไท้ส่วย” โดยเฉพาะคนไหนที่พบว่าตัวเองมีดวงชะตาตกต่ำในปีนักษัตริย์ของปี 2563 (ปีหนู) ก็จะนิยมไปไหว้เทพเจ้าไท้ส่วยเอี้ย เพื่อปัดเป่าสิ่งไม่ดีออกไปจากดวงชะตานั่นเอง

สำหรับปี 2563 ผู้ที่ควรต้องไหว้องค์ไท้ส่วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ (ตามความเชื่อของชาวจีน) ได้แก่ คนที่เกิดปีชง หรือเกิดในปีนักษัตริย์ ปีมะเมีย, ปีชวด, ปีระกา และปีเถาะ

โดยสามารถไปไหว้แก้ชงได้ตามวัดจีนต่างๆ แต่ถ้าจะให้ดีก็ควรไปวัดที่มีเทพเจ้าไท้ส่วยเอี๊ยะประจำปี 2563 หรือ “ขุนพลโหล่วปี่ไต่เจียงกุง” ประดิษฐานอยู่ก็จะทำให้การไหว้แก้ชงสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น แต่ทั้งนี้เรื่อง “การไหว้แก้ชง” เป็นความเชื่อส่วนบุคคลสำหรับผู้ที่นับถือศาสนาพุทธลัทธิเต๋าและขงจื๊อเท่านั้น ไม่จำเป็นว่าชาวพุทธทุกคนต้องเชื่อหรือต้องทำตาม เอาเป็นว่าใครอยากไหว้เพื่อความสบายใจก็ไหว้ ใครไม่ไหว้ก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร แล้วแต่ความสะดวกใจของแต่ละบุคคล

 

เรื่อง : วรุณรัตน์ คัทมาตย์

อ้างอิง:

เว็บไซด์และเพจฮวงจุ้ยกับชีวิต

http://www.sages9.com/index.php/chinesedeity

http://www.modonut.net/showdetail.asp?boardid=998

https://www.silpa-mag.com/culture/article_40683

สำหรับปี 2563 ผู้ที่ควรต้องไหว้องค์ไท้ส่วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ (ตามความเชื่อของชาวจีน) ได้แก่ คนที่เกิดปีชง หรือเกิดในปีนักษัตริย์ ปีมะเมีย, ปีชวด, ปีระกา และปีเถาะ

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์