เสียงของ เกรตา ธุนเบิร์ก
  • Explicit
  • Sep 26, 2019

เพราะเสียงมีพลังกว่าที่คิด พลังของเสียงช่วยแก้ไขปัญหาของผู้คนและบางครั้งพลังเสียงที่มากพอก็เปลี่ยนโลกเราให้เป็นโลกที่ดีสำหรับใครหลายคน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลังอำนาจของเสียงเด็ก

พวกคุณกล้าดียังไง

เป็นคำพูดส่วนหนึ่งในสุนทรพจน์สะเทือนโลกที่ เกรตา ธุนเบิร์ก เยาวชนนักรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม ปลุกให้คนทั้งโลกกลับมาคิดเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง เด็กสาวชาวสวีเดนวัย 16 ปี นักรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมชื่อดังระดับโลก ที่มีชื่อเสียงมาจากการหยุดเรียนทุกวันศุกร์เพื่อประท้วงให้รัฐบาลบ้านเกิดแก้ปัญหาเรื่องโลกร้อนอย่างจริงจัง และกระตุ้นให้คนหนุ่มสาวทั่วโลกเดินขบวนเรียกร้องในเรื่องเดียวกันนี้เมื่อวันศุกร์ที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา

สำนักข่าวต่างประเทศหลายสำนักรายงานว่า เยาวชนคนหนุ่มคนสาวหลายล้านคนทั่วโลกจากประมาณ 160 ประเทศ ตั้งแต่ทวีปออสเตรเลียไปจนถึงไอซ์แลนด์ ในทวีปยุโรป รวมพลังครั้งใหญ่ พร้อมใจกันหยุดเรียน-หยุดทำงาน ออกมาประท้วง เรียกร้องให้รัฐบาลประเทศต่างๆ ออกมาตรการอย่างเร่งด่วนในการหยุดยั้งวิกฤติสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงอันนำไปสู่ภาวะโลกร้อน โดยได้แรงบันดาลใจจากคำพูดของ เกรตา ธุนเบิร์ก โดยเฉพาะที่เธอพูดว่า

"คิดว่าพวกเขาจะได้ยินเรามั้ย งั้นเราจะทำให้พวกเขาได้ยิน”

ล่าสุดเธอเดินทางมาร่วมงาน UN Climate Action Summit เธอเลือกที่จะโดยสารเรือข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกมาร่วมงาน เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ กล่าวได้ว่า เธอเป็นอีกหนึ่งนักขับเคลื่อนที่มุ่งมั่นแน่วแน่ในอุดมการณ์จริงๆ และต้องบอกเลยว่าการเดินหน้าเพื่อสร้างการตระหนักถึงปัญหาภาวะโลกร้อนของเธอนั้นได้รับการยอมรับจากคนดังทั่วโลกด้วยเช่นกัน อย่างนักแสดงชายชื่อดังที่ก็เป็นอีกหนึ่งนักขับเคลื่อนสังคมก็คือ ลีโอนาโด ดิคาปริโอ ซึ่งได้โพสต์สนับสนุนเกรตา อยู่ตลอด

ตอนนี้โลกโซเชียลต่างแชร์ภาพนิ่งและวิดีโอพร้อมเสียงในขณะที่เธอพูด ซึ่งเห็นชัดถึงแววตา น้ำเสียง ความโกรธขึ้ง ดุดัน เผยแพร่ไปทั่วโลกจนนำไปสู่การถกเถียงกันของคนทั่วโลก เธอได้ขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ด้วยประโยคสุดอิมแพค มีใจความว่า

“ความจริงแล้วเธอไม่ควรจะมาอยู่บนเวทีนี้เสียด้วยซ้ำ เธอควรจะอยู่ในโรงเรียน ใช้ชีวิตแบบเด็ก แต่พวกคุณกลับฝากความหวังไว้ที่พวกเราคนรุ่นใหม่  ให้เราแก้ไขปัญหานี้  ในขณะที่พวกคุณกำลังสนใจแต่เรื่องธุรกิจและเรื่องเงิน  พวกคุณกล้าดียังไง ถึงทำแบบนี้  โลกกำลังเปลี่ยนแปลงไปและสุดท้ายพวกคุณต้องได้รับผลจากการเปลี่ยนแปลงไม่ว่าคุณจะต้องการมันหรือไม่ก็ตาม”

ทันทีเมื่อเธอพูดจบ เสียงปรบมือ และโห่ร้องชื่นชมจากผู้เข้าร่วมฟังสุนทรพจน์นี้ดังกึกก้อง เป็นการตอบแทนเกรตาที่ได้สร้างสรรค์คำพูดที่ทำให้คนทั้งโลกจับตา นั่นคือ พลังแห่งเสียงของเธอ พลังเสียงที่ทำให้โลกต้องหยุดฟังเธอ แม้แต่ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ไม่ได้เข้าร่วมในพิธีเปิดที่เธอกล่าวสุนทรพจน์ ได้ออกมาแสดงความเห็นถึงเกรตาผ่านทวิตเตอร์ของเขาหลังจากนั้นว่า “เธอ (เกรตา) ดูเป็นหญิงสาวที่มีความสุขมากซึ่งกำลังรอคอยอนาคตที่สดใสและแสนวิเศษ รู้สึกดีที่ได้พบเธอ” ซึ่งยากที่จะดูออกว่าทรัมป์พูดถึงเธอด้วยน้ำเสียงอันชื่นชมจริงๆ หรือเป็นการประชดประชัน

อย่างไรก็ตาม เสียงของเธอก็ทำให้เห็นแล้วว่าแม้แต่เสียงเล็กๆ ของเด็กคนหนึ่งก็อาจกระทบใจผู้ใหญ่หลายๆ คนได้ และถึงขนาดทำให้เกิดการรวมตัวของเยาวชนทั่วโลก ทำไมเสียงของเธอถึงกลายเป็นเสียงเพรียกที่ทรงพลังขึ้นมาได้ นั่นเป็นเพราะว่า เธอจะพูดก็ต่อเมื่อเธอคิดว่ามันจำเป็น!

อย่างที่ทราบกันดีจากสื่อต่างๆ ว่า เกรตา ธุนเบิร์ก เกิดเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2546 ในสต็อกโฮล์ม ประเทศสวีเดน เมื่อเธออายุได้ประมาณ 8 ขวบ เธอก็ได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลกเป็นครั้งแรก พออายุได้ 11 ปี เธอก็รู้สึกหดหู่กับเรื่องที่ว่าไม่มีใครทำอะไรเกี่ยวกับภาวะโลกร้อน เธอเริ่มหยุดกิน และหยุดพูด

ในเวลาต่อมา เธอได้รับการวินิจฉัยว่ามีอาการของ โรคแอสเพอร์เกอร์ มีอาการ ย้ำคิดย้ำทำ (โอซีดี) และไม่ยอมพูดในบางสถานการณ์ เธอเคยกล่าวว่า “หนูเป็นคนที่คิดมากเกินไป บางคนแค่คิดแล้วก็ปล่อยวางไป แต่หนูทำไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเป็นเรื่องที่ทำให้หนูรู้สึกกังวล หรือทำให้รู้สึกเศร้า”  

เกรตาเล่าถึงช่วงเวลาที่อายุยังน้อยกว่านี้ว่า เธอจะร้องไห้เวลาที่ครูเปิดหนังให้ดูในห้องเรียนเป็นเรื่องเกี่ยวกับขยะพลาสติกในมหาสมุทร และหมีขาวที่หิวโหย เธอบอกว่า “เพื่อนๆ หนูต่างรู้สึกกังวลเวลาที่พวกเขาดูหนังแบบนี้แต่พอหนังจบ พวกเขาก็เริ่มหันไปคิดเรื่องอื่นแทน แต่หนูทำแบบนั้นไม่ได้ ภาพพวกนั้นมันติดอยู่ในหัวหนู”

และนี่คือช่วงเวลาหนึ่งที่เธอคิดว่าจำเป็นต้องออกมาพูด

รูแพล พาเทล นักวิทยาศาสตร์ด้านการใช้เสียงกล่าวว่า เสียงของมนุษย์แต่ละคนเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตนเหมือนลายนิ้วมือ เสียงสามารถบอกอายุหรือแม้กระทั่งวิถีชีวิตและบุคลิกภาพของเรา ดังนั้นจะเห็นว่าเสียงของเราทำให้คนซาบซึ้ง โกรธ หงุดหงิด คิดมากได้ตลอดเวลา

เกรตา ธุนเบิร์กเริ่มต้นสร้าง Power of voice ด้วยการทำความเข้าใจเนื้อหาที่จะเธอพูดแบบทะลุปรุโปร่ง เธอสามารถเล่าเรื่องให้น่าติดตาม และทำให้ฟินกับเนื้อหา! พลังเสียงของเธอเข้ากันได้กับเนื้อหาที่เธอพูดเป็นอย่างดี

ทุกวันนี้เราเห็นพลังของเด็กรุ่นใหม่ที่ออกมาพูดเรื่องสิ่งแวดล้อมหลายคน และคงปฏิเสธไม่ได้ว่า นั่นเป็นเพราะพลังเสียงของเกรตาที่กลายเป็นเสียงสะท้อนความกังวลของคนรุ่นหลังเกี่ยวกับการบริหารจัดการโลกใบนี้ เธอยืนกรานว่าการแก้ไขปัญหากำลังถูกละเลย และเรียกร้องให้เด็กๆ แสดงความเป็นเจ้าของ

เธอได้กล่าวข้อความทางวิดีโอถึงเด็กๆ ทั่วโลกว่า “ทุกสิ่งล้วนมีส่วนร่วม คุณล่ะมีส่วนร่วมกับอะไร”

และเมื่อวันที่ 20 กันยายนที่ผ่านมาบรรดาเด็กๆ ในวานูอาตู โซโลมอน และคิริบาตี กลุ่มประเทศหมู่เกาะที่มีความเสี่ยงที่สุด ออกมาตะโกนตอบรับเสียงของเกรตาว่า “เราจะไม่จม เราจะสู้”

พลังเสียงของเกรตาประกาศให้ประเทศรู้ว่าเด็กทุกคนมี “เสียง” เป็นของตัวเอง ตอนเด็กๆ คุณมีเรื่องอะไรที่อยากพูดออกมามากๆ แต่พูดไม่ได้ไหม? เรามีเรื่องนั้นในใจกันทุกคน ทุกวันนี้ ประเด็นที่เด็กพูดหลายอย่างคือประเด็นที่คนในสังคมกำลังถกเถียงกันด้วยซ้ำ

นี่เป็นตัวอย่างที่ยืนยันให้เห็นว่า เด็กทุกคนมี “เสียง” มีเรื่องราวเป็นของตัวเองและพวกเขาอยากจะถ่ายทอดมันออกมา

เสียงเด็กคนหนึ่งที่พูดเรื่องซีเรียสและกำลังโดดเรียนเพื่อเรื่องนี้ ทำให้ผู้ใหญ่หลายๆคนตั้งใจฟังและเปลี่ยนความคิดได้

ทำไมเสียงเด็กจึงมีอำนาจได้ขนาดนั้น?

คุณเคยนั่งดูทีวีแล้วพบว่าประกาศเรื่องความสะอาดหรือความปลอดภัยทางโทรทัศน์ ซึ่งใช้เสียงเด็กเป็นผู้ประกาศเป็นส่วนใหญ่หรือไม่ และทำไมจึงเป็นแบบนั้น นั่นอาจเป็นเพราะว่าการใช้เสียงที่ขึงขังมันน่ากลัวเกินไป ตรงเกินไป จริงเกินไป มันไม่น่าฟัง จริงมั้ยที่ว่ากันว่า ความตรงไปตรงมา และความจริงนี่ปกติเราไม่อยากได้ยินอยู่แล้ว เวลาเด็กๆ พูดอะไรแล้วคนที่เป็นผู้ใหญ่มักจะเออออ ไม่เถียง หรือเถียงก็ไม่ทันเด็ก

ดังนั้นการเลือกใช้เสียงเด็กเตือนเรื่องความปลอดภัยในการใช้รถสาธารณะ บันไดเลื่อน การก่อการร้าย รวมถึงการป้องกันโรคร้ายที่อาจคร่าชีวิตไปได้ก็อาจเป็นเพราะว่ามันทำให้ต้องหยุดฟังอย่างตั้งใจ

อย่างล่าสุด วง The 1975 วงอินดี้ร็อกจากประเทศอังกฤษ ซึ่งสร้างชื่อในระดับโลกจากเพลง “Robbers” ก็ยังร่วมทำเพลงกับเกรตาชื่อเพลง “The 1975” เพื่อกระตุ้นเตือนให้ผู้คนตระหนักว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นปัญหาวิกฤตที่ต้องร่วมมือกันอย่างเร่งด่วน ในเพลงนี้มีเพียงแค่เสียงเกรตากล่าวถึงเรื่องสิ่งแวดล้อมล้วนๆ คลอไปกับเสียงดนตรี และได้ปล่อยเพลงนี้ให้ได้ฟังกันเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา หลังวันปราศรัยของเกรตาที่ฝรั่งเศส และเพลงนี้จะอยู่ในอัลบั้มใหม่ของวง Notes on a Conditional Form ซึ่งจะออกในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้าอีกด้วย

ก็นั่นแหละ ชั่วโมงนี้ถ้าจะพูดเรื่องสิ่งแวดล้อมและต้องการสร้างอิมแพคแล้วนั้น เสียงของเกรตา คือ เสียงที่ทรงพลังเป็นที่สุด!

การที่เสียงของเด็กมีพลังอำนาจจนทำให้เกิดการถกเถียงกันเรื่องโลกร้อนตอนนี้ โดยนัยนี้อีกนัยหนึ่งคือ สมัยนี้ “ผู้ใหญ่” แปลว่าไว้ใจไม่ได้ เชื่อไม่ได้ ถามอย่างตอบอย่าง และไม่ยอมรับผิดใดๆ พูดปาวๆ ไปก็เท่านั้น หรือเปล่า!!!

 

พลังเสียงของเกรตาประกาศให้ประเทศรู้ว่าเด็กทุกคนมี “เสียง” เป็นของตัวเอง และพวกเขาอยากจะถ่ายทอดมันออกมา

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์