ผู้ลี้ภัยในเขตเมือง : ชีวิตบนเส้นด้ายที่ห่างจากเราแค่เฉียดหัวไหล่
  • Explicit
  • Jun 30, 2019

20 มิถุนายน ของทุกปีคือวันผู้ลี้ภัยโลก 

แล้วก็มีข้อมูลบอกว่า มีผู้ลี้ภัยไม่ต่ำกว่า 8,000 คนใช้ชีวิตปะปนอยู่กับคนไทยกว่า 8 ล้านคน ในกรุงเทพมหานคร

รายงาน UNHCR ระบุว่า ปีพ.ศ. 2560 ทั่วโลกมีผู้ลี้ภัยราว 22.5 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นผู้ลี้ภัยสงครามกลางเมือง และภัยก่อการร้ายจากทวีปแอฟริกา และเขตตะวันออกกลาง 

จากการเก็บข้อมูลเมื่อต้นปี พ.ศ. 2562 ประเทศไทย มีผู้ลี้ภัยราว 97,613 คน

ประเทศไทยเป็น 1 ใน 46 ประเทศ จาก 193 ประเทศ ชาติสมาชิกสหประชาชาติ ที่ไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัย พ.ศ. 2494 จึงไม่มีกฎหมายที่รองรับการให้สถานะผู้ลี้ภัยโดยเฉพาะ 

ผู้ลี้ภัยในไทยทั้งหมดไม่ว่าจะมีบัตรรับรองสิทธิ์จาก UNHCR หรือไม่มีบัตรก็ตาม หาก “เข้าเมืองผิดกฎหมาย” หรือ “อยู่เกินอายุวีซ่า” มีความเสี่ยงที่จะถูกจับกุม- กักกัน-ผลักดัน กลับไปสู่ประเทศของตนได้ทุกเมื่อตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 โดยไม่มีข้อยกเว้น!

นอกจาก ความหวังจะได้ผ่านไปถึงประเทศปลายทาง พวกเขาต่างดิ้นรน และเฝ้ารอที่จะมีลมหายใจต่อไปในวันรุ่งขึ้น ผ่านงานรายวันเท่าที่กำลัง และความสามารถจะทำได้ ในพื้นที่ที่ไม่ค่อยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาตรวจ เช่น เป็นแรงงานในไซต์ก่อสร้าง ในสวน ในตลาดสด หรือทำงานเป็นแม่บ้าน หรือรับจ้างนำงานมาทำที่บ้าน

ลวดลายที่เรานำมาบอกเล่าต่อไปนี้ จึงล้วนถูกเขียนขึ้นด้วย ความหวัง คราบน้ำตา และชีวิตที่ "เร้น" เอาไว้ในงานฝีมือเหล่านั้นอย่างมิดชิด

 

• ความเท่าเทียม

เมเฮนดี หรือ เฮนน่า ศิลปะการเพ้นท์ร่างกายของประเทศอินเดีย ที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ เป็นที่นิยมในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย

เห็นได้ชัดจากประเพณีการเพ้นท์เฮนน่าตามร่างกายของเจ้าสาวชาวอินเดีย ที่เรียกกันว่า พิธีเมเฮนดี หรือ พิธีเพ้นท์เฮนน่า

...ทุกครั้งที่มือเรียวบางของเธอบรรจงแต้มแต่ละจุดแต่ละสีให้กลายเป็นลวดลายเกี่ยวกระหวัดไปมานั้น มักจะแฝงไปด้วยความตั้งใจเสมอ หลายคนที่รู้จักรู้ดีว่า "ความสมมาตร" ในลายเพ้นท์แบบนี้นั้นมาจากเธอคนเดียว

มันเป็นความเท่ากันอย่างประหลาด ไม่ต้องวัดไม้บรรทัด หรือเครื่องมือคำนวณองศาอะไรให้วุ่นวาย แค่เธอ กับสีสันในมือก็พอ อีกด้านหนึ่งของความนิ่งที่บรรจงถ่ายทอดลงไปนั้น มีข้อความบางอย่างที่ในจิตใจของเธอต้องการจะสื่อสารถึงผู้คนที่ได้เห็นด้วย

มันเรียกว่า ความเท่าเทียม

ตั้งแต่จำความได้ เธอ และครอบครัวไม่เคยได้สัมผัสมันอย่างแท้จริง เพียงเพราะความเชื่อที่แตกต่าง แม้การงานจะมั่นคงเพียงใด แม้จะทำตัวเป็นศาสนิกชนที่เคร่งครัดแค่ไหน

"นอกรีต" ในสายตาคนรอบข้างก็คือ "นอกรีต"

จากการกลั่นแกล้งด้วยคำพูด เริ่มลุกลามไปยังวัตรปฏิบัติ กระทั่งถึงขั้นประทุษร้ายครอบครัว บ้านที่เคยเป็นจึงไม่ใช่บ้านที่คุ้นเคยอีกต่อไป ทางเลือกของครอบครัวมีไม่มาก ไม่หนี ก็ ตาย

ยิ่งแถบชุมชนอื่นๆ เริ่ม "ลงมือ" กับพวกนอกรีตหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ เพราะคำว่า ดินแดนศักดิ์สิทธิ ที่อยู่ก็ยิ่งคับแคบลง

ไปตายเอาดาบหน้า... เป็นการตัดสินใจที่เปลี่ยนชีวิตเธอ และพี่น้องที่กำลังเรียนในสายที่กำลังเปิดทางสดใสไปโดยปริยาย

“ช่างเถอะ” เธอตอบโชคชะตา

นั่นก็ล่วงเลยมาหลายปีแล้วที่เธอต้องมาใช้ชีวิตในเมืองแปลกหน้าอย่างหลบๆ ซ่อนๆ อย่างนี้ ลวดลายที่ฝึกปรือจนชำนาญจึงกลายเป็นเครื่องมือหารายได้เล็กๆ น้อยๆ กับสมุดบันทึกเล่มกะทัดรัด ที่จะใช้แปะข้อความนี้ผ่านลวดลายเหล่านี้ไปให้ได้มากที่สุด

...เท่าเทียม

หมายเหตุ: บางประเทศที่ใช้หลักกฎหมายศาสนาในการปกครองไม่ได้เอื้อที่ทางเอาไว้ให้สำหรับ พวกนอกศาสนา หรือ พวกนอกรีต มากนัก หากไม่ยอมเปลี่ยนความเชื่อก็มักต้องลงเอยด้วยชีวิต โดย ข้อมูลจาก UNHCR พบว่า ต้นทางของผู้ลี้ภัย มีการเดินทางมาจากหลายประเทศมากกว่า 40 แห่ง เช่น ปากีสถาน โซมาเลีย ซีเรีย อิรัก เวียดนาม ปาเลสไตน์ ฯลฯ โดยมีชาวปากีสถานที่นับถือศาสนาคริสต์และชาวมุสลิมนิกายซุนนี ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีปัญหากับรัฐบาลปากีสถาน เป็นผู้ลี้ภัยกลุ่มใหญ่ที่สุดในกรุงเทพมหานคร

 

• ความสุข

การปักผ้า ถือเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของชาวม้งก็ว่าได้ ถึงจะมีหลายลวดลาย แต่ที่สำคัญคือบริเวณที่ปัก คือลายที่กระโปรงซึ่งเรียกเป็นภาษาม้งว่า ทูต๊ะ ลายบริเวณตีนขาที่เรียกว่า ตัวตั้งตะ และส่วนที่ยากที่สุดคือผ้าที่ปิดด้านหลัง ภาษาม้งเรียกว่า ปั้นจู

...ถึงจะหูตาฝ้าฟางไปตามอายุ แต่การขยับของมือตามกลไกที่ถูกปลูกฝังมาชั่วชีวิตก็ทำให้ลายผ้าปักออกมาดูแตกต่างอยู่เหมือนเดิม นักปักมือหนึ่ง ชื่อเสียงของเธอถูกเล่าขาน และเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่บ้าน นานมาแล้ว

ว่ากันว่าหญิงสาวที่โชคดีที่สุดจะมีผ้าปักลวดลายวิจิตรที่สุดเป็นสมบัติประจำตัว ในวันออกเรือนผ้าปักผืนที่เธอบรรจงถักร้อยให้คู่ชีวิต เขาก็เอ่ยปากชมแบบนั้น

มีครอบครัวที่อบอุ่น เท่านี้ก็เพียงพอสำหรับทุกอย่างในชีวิต จากเมีย กลายมาเป็นแม่ จากแม่ กลายมาเป็นย่า-ยาย แน่นอน ฝีไม้ลายมือการปักของเธอก็ถูกถ่ายทอดให้เป็นสมบัติประจำตัวของลูกหลานด้วย

“เท่านี้แหละชั่วชีวิตของคนเรา” เธอคิด

แต่ใครจะรู้ว่า ภาพรอยยิ้มของทุกคนในครอบครัวดูเหมือนจะเป็นเพียงฉากหนึ่งของชีวิตเท่านั้น เมื่อเปลี่ยนฉาก ทางเดินชีวิตก็เปลี่ยน

วันหนึ่ง เธอพบว่ามี เหตุจำเป็น ทำให้บ้านหลังนี้ไม่ใช่บ้านของเธออีกต่อไป และด้วยทัศนคติ และความเชื่อที่แตกต่าง ทำให้ครอบครัวของเธอถูกรังควานจากคนในเครื่องแบบตลอดมา

โชคร้าย สามีของเธอถูกเชิญไปให้ข้อมูลเกี่ยวกับอะไรบางอย่างที่เธอ และลูกหลานก็ไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกัน จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีวี่แวว หรือข่าวคราวจากเขาเลยแม้แต่น้อย และทำให้เธอต้องระหกระเหินออกจากชีวิตที่คุ้นเคยอย่างไม่มีทางเลือก

หลายปีแล้วที่มือคู่นั้นไม่ได้หยิบด้ายและผืนผ้า เพราะมีแต่ผ้าซับน้ำตา และความเศร้าในหัวใจ

จนวันหนึ่ง เธอจึงลุกขึ้นมาจับด้าย และผืนผ้า ถึงจะร้างลาไปนาน แต่ความเป็นมือหนึ่งที่กลไกอยู่ในมือทั้งคู่ก็ยังดำเนินไปตามจังหวะ ต่างกันก็ตรงลวดลายบนผืนผ้าที่แปลกตาออกไป แม้แต่ลูกของเธอก็ไม่เคยเห็นมาก่อน

ทุกเส้นสาย ทุกการขยับของนิ้วมือล้วนมีความหมาย ไม่ต่างจากคำอธิษฐาน

“หญิงสาวที่โชคดีที่สุดจะมีผ้าปักลวดลายวิจิตรที่สุด” เธอยังจำได้

ลายปักนี้ก็เหมือนกัน

...ความสุข

หมายเหตุ: แม้ที่ผ่านมาประเทศไทยจะไม่มีกฎหมายรับรองหรือนโยบายการช่วยเหลือผู้ลี้ภัยที่ชัดเจน แต่ด้วยภาวะการณ์ของโลกในช่วงที่ผ่านมาตั้งแต่ พ.ศ. 2553-2560 ซึ่งมีผู้ลี้ภัยเพิ่มขึ้นจาก 10,549,681 คน เป็น 19,941,347 คน หรือเพิ่มขึ้น 9,391,666 คน ได้ส่งผลกระทบต่อองค์รวมของสังคมโลก ทั้งในด้านกฎหมาย ความมั่นคง และสิทธิมนุษยชน อย่างชัดเจน

 

• อิสรภาพ

หญิงสาวชาวกะเหรี่ยงทุกคนต้องทอผ้าเป็น ไม่ว่า เสื้อเม็ดเดือย หรือ ผ้าถุง เป็นการสอดด้ายขวางเข้าไประหว่างด้ายยืน แยกสลับกันสม่ำเสมอ ก็จะได้ผ้าเนื้อเรียบ และเป็นสีเดียวกันตลอดผืน หรือจะสอดสีเข้าไประหว่างด้าย ก็ขึ้นอยู่กับความชำนาญของแต่ละคน

นอกจากความแน่นของเนื้อผ้า ลวดลายที่สอดแทรกสลับสีเป็นรูปทรงต่างๆ ยิ่งทำให้เห็นความประณีต และการเอาใจใส่ของคนทอได้เป็นอย่างดี ถึงจะเพิ่งเต็มสาวได้ไม่นาน แต่เธอก็ได้รับคำชมเรื่อง “ผ้าทอมือ” อยู่มากแล้ว

ส่วนตัวของหญิงสาวเชื่อว่า ความเอาใจใส่ในด้ายแต่ละเส้นที่บรรจงเชื่อมร้อยถักทอกันออกมาเป็นผ้าผืนหนึ่ง คนที่สวมใส่จะสัมผัสถึง “ใจ” ของคนทำได้ คำแม่สอนเธอไว้อย่างนั้น

ทุกวันหลังกลับจากโรงเรียน เธอมักจะใช้เวลาอยู่กับการทอผ้าเสียเป็นส่วนใหญ่ ขาทั้ง 2 ข้างเหยียดตรง ค้ำผืนผ้า และเส้นด้ายให้เข้าที่เข้าทาง จากนั้นกระสวยขนาดกะทัดรัดจึงเริ่มเดินเส้นไปมา

บางผืน ใช้เวลาไม่กี่วัน ขณะที่บางผืน ใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าจะเสร็จ

มีอยู่ผืนหนึ่งที่เธอตั้งใจทอเอาไว้ใช้เอง มันเป็นผ้าทอปักลายธรรมดาทั่วไป ต่างกันก็ตรงผ้าผืนนี้เธอตั้งใจเป็นพิเศษ

ลวดลายเกี่ยวกระหวัดเป็นเรื่องราวตามจินตนาการไปยังโลกอันกว้างไกลที่เธออยากออกไปพบเจอ ออกไปเห็นให้มากกว่าริมรั้วลวดหนามริมถนนใหญ่ตรงนั้น

เธอใช้เวลาหลายปีอยู่เหมือนกันเพื่อที่จะรู้ว่า ชีวิตของตัวเองนั้นกว้างไกลกว่าบ้าน กว้างไกลกว่าโรงเรียน หรือสนามเด็กเล่นที่อยู่ห่างออกไปไม่เท่าไหร่ เคยถามพ่อแม่อยู่บ้างว่าทำไมตัวเธอไม่สามารถออกไปไหนมาไหนได้ไกลจากเขตรั้วนั้นบ้าง

แม่มักตอบว่ามันคือการรอคอย พร้อมรอยยิ้มเจือนๆ เธอจึงได้แต่เฝ้ารอ จนรู้ว่าอะไรเป็นอะไร

แต่ฝันก็ยังคงเป็นฝัน หญิงสาวเชื่อว่า สักวันฝันนั้นจะเป็นจริง เมื่อได้รู้ว่า ผ้าของเธอสามารถส่งต่อไปให้ คนข้างนอก ได้สวมใส่ เธอจึงไม่รีรอที่จะทำมันอย่างตั้งใจที่สุด เพื่อถ่ายทอดความรู้สึกของคนทำ ที่อยู่ ข้างใน ลงไป

ขณะเดียวกันผ้าทอส่วนตัวผืนนั้นก็ค่อยๆ ก่อร่างสร้างตัวอย่างเงียบๆ วันแล้ววันเล่า ปีแล้วปีเล่า ก็ไม่เคยหยุดทอ และเมื่อวันนั้นมาถึงมันจะกลายเป็นผ้าผืนโปรดที่จะเอาไว้สวมออกไปเห็น ...โลกกว้าง เหมือนชื่อลายบนผ้าผืนนั้น

...อิสรภาพ

หมายเหตุ: ประเทศไทย ถือเป็นประเทศทางผ่านและที่พักพิงชั่วคราวของผู้ขอลี้ภัย/แสวงหาที่ลี้ภัย (asylum seeker) และผู้ลี้ภัย (refugee)จากหลายประเทศ ซึ่งสามารถแบ่งเป็นได้เป็นกลุ่มหลักๆ 3 กลุ่ม

กลุ่มแรก เป็นผู้ลี้ภัยจากการสู้รบจากพม่า เช่นกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยง และกะเหรี่ยงแดงที่อาศัยอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัย (พื้นที่พักพิงชั่วคราว) ตามแนวชายแดนไทย-พม่า มากว่าสามศตวรรษ

กลุ่มที่สอง เป็นผู้แสวงหาที่ลี้ภัยที่เดินทางเข้ามาขอสถานะผู้ลี้ภัยจาก UNHCR ในลักษณะการอพยพเป็นรายบุคคลหรือกลุ่มเล็ก และไม่ได้อาศัยอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยแต่อาศัยอยู่ในเขตเมืองหรือชานเมือง ซึ่งหลังได้รับการรับรองสถานะจาก UNHCR จะได้รับการช่วยเหลือต่อไป

กลุ่มที่สาม คือ ผู้แสวงหาที่ลี้ภัยในเขตเมืองที่เป็นกลุ่มเฉพาะ อย่างชาวโรฮิงญาโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อผ่านไปยังประเทศที่สาม เช่น มาเลเซียอินโดนีเซีย จึงมักจะไม่ได้มุ่งมาขอสถานะผู้ลี้ภัยกับ UNHCR ในประเทศไทย

 

เรื่องและภาพ : ชัยณรงค์ กิตินารถอินทราณี

ประเทศไทยเป็น 1 ใน 46 ประเทศ จาก 193 ประเทศ ชาติสมาชิกสหประชาชาติ ที่ไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัย พ.ศ. 2494 จึงไม่มีกฎหมายที่รองรับการให้สถานะผู้ลี้ภัยโดยเฉพาะ 

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์