NATURAL FOOTPRINTS (8) : ถึงคราวใบไม้ เปลี่ยนเมือง
  • Social
  • Oct 24, 2019

ผมเพิ่งไปดูเทศกาลสำคัญทางศาสนาที่บาหลีมา เป็นการไปครั้งที่สอง ห่างจากครั้งแรกเกือบ 10 ปี ไปครั้งนี้ได้เห็นอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปมาสำหรับเกาะบาหลีที่เป็นเมืองท่องเที่ยว โดยเฉพาะการที่ชีวิตเขายังคงผูกพันกับธรรมชาติอย่างมาก

ที่นั่น อาหารหลายอย่างเขายังห่อด้วยกระดาษ (แต่รองด้วยแผ่นพลาสติก) ตามร้านอาหารหลายอย่างยังใช้ตะกร้าสานใส่อาหาร อาจจะทั้งเป็น Gimmick ของร้านหรืออะไรก็ตามที แต่ทำให้เราไม่เห็นพลาสติก ไม่เห็นกล่องโฟม ตามร้านสะดวกซื้อเขาไม่มีถุงพลาสติกให้มานานแล้ว ใครซื้อของมากก็เตรียมถุงผ้าเตรียมภาชนะไปใส่เอาเอง

เทศกาลงานบุญใหญ่ของบาหลี ที่เขามีแห่ตัวบาร๊อง ตามวัดต่างๆ มีการประดับประดาของเซ่นไหว้ ตกแต่ง ล้วนใช้วัสดุที่มาจากธรรมชาติทั้งนั้น กาบกล้วย ใบตอง ไม่มีโฟมมาตัดตกแต่ง เหมือนงานชักพระบ้านเรา ผมเคยไปดูเรือพระที่สงขลา เรือพระสวยๆ ใช้โฟมตกแต่งเกือบ 100% หลังจากเลิกงานโฟมจะไปไหน

กระทงเซ่นไหว้ตามความเชื่อของคนฮินดูที่บาหลีก็ใช้ภาชนะธรรมชาติ กระทงใบตอง กระทงกระดาษ  ทำให้เราคิดว่าจริงๆแล้วบ้านเราควรรณรงค์ให้ละ ลด เลิก พลาสติก และภาชนะโฟม ใช้ให้น้อยที่สุด ค่อยๆ ปรับนิสัย

ในบ้านเรา เราใช้พลาสติก ใช้ถุงพลาสติกกันจนเคยตัว ทั้งๆ ที่ก่อนหน้า เราก็ใช้ใบไม้ ใบตอง ใบพลวง ใบบัวหลวง ห่อหมู ไก่ ปลา ใช้เชือกกล้วย ใช้ตอกไม้ไผ่ รัด มัด ผูก ใช้ใบตอง ใบพลวงมาทำกระทง เราก็ยังเคยใช้กันมา เราละ ลืมตะกร้า ใบไม้  ไม้กลัด ตอกรัดกันจนสิ้น เข้าสูยุคพลาสติกจนล้นเมือง จนเป็นปัญหา

ขยะบนแผ่นดินถูกพัดพาออกไปสู่ทะเล พอถูกพัดเข้าฝั่ง เราก็โวยวายกัน โดยลืมนึกว่าสาเหตุก็มาจากเรากันเองนี่แหละ

ผมเห็นงานใหญ่ๆ ที่คนมาร่วมงานกันมากๆแต่ละครั้ง ภาชนะโฟมที่ใส่อาหารล้นถังขยะ แก้วพลาสติกเกลื่อน เคยคิดเล่นๆว่าแล้วปลายทางของภาชนะโฟมใช้แล้วนี่ไปไหน ไม่เผา ก็ฝัง ไม่ฝังก็ทิ้งเกลื่อน ลอยออกทะเลอย่างที่ว่า

บ้านเราจะเลิกใช้ถุงพลาสติกให้ได้ในปี 64  เห็นว่า ร้านสะดวกซื้อหลายร้านจะเริ่มไม่แจกถุงพลาสติกในวันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป ในห้างสรรพสินค้าหลายแห่งก็รับลูกแล้ว มีพื้นที่หลายแห่งในบ้านเรา ที่ควรใช้มาตรการบังคับให้ ละ ลด และเลิกในที่สุด อย่าง สมุย เสม็ด เกาะช้าง ที่มีทำเลลักษณะที่ตั้งคล้ายบาหลี ทดลองใช้ในพื้นที่บางแห่งก่อนเลย บังคับใช้ให้ได้ผล แล้วค่อยขยับออกไปเป็นพื้นที่ๆ ปรับจูนการรับรู้ของคน ปรับพฤติกรรมของคนในพื้นที่ที่จะถูกบังคับก่อน ที่สำคัญคือต้องทำจริงๆ ไม่ใช่ทำแบบไฟไหม้ฟางหรือแค่ทำให้เป็นข่าว ต้องกระหน่ำการบอกกล่าวให้มาก

เมื่อเลิกใช้โฟมหรือพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง แล้วจะใช้อะไรแทน ตอนนี้ผมเห็นหลายคนเลยที่ใช้กล่องใส่ข้าวกลางวันไปกิน เห็นคนพกขวดน้ำดื่มไปเติม เหล่านี้ล้วนเป็นพฤติกรรมในการเตรียมตัว ละ เลิก ใช้โฟมใช้พลาสติกทั้งนั้น และอีกเทรนด์หนึ่งที่กำลังมาแรง คือ ภาชนะจากใบไม้หรือวัสดุธรรมชาติ เอามาทำภาชนะต่างๆ ชามในรูปทรงต่างๆ ถ้วย ใช้ในงานจัดเลี้ยงใช้ใส่อาหารประเภทเดินกินได้ วัสดุที่ว่านี้เคยเห็นทั้งจากใบไม้ขนาดใหญ่ แผ่นในของกาบกล้วย ที่ทนทานมาหน่อยก็เป็นพวกกาบหมาก โดยใช้เครื่องทำแบบ และไล่ความชื้นในภาชนะออกไป

ผมมีตัวอย่าง บ้านสะนำ อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี ที่นี่รู้กันอยู่แล้วว่าเป็นชุมชนโบราณที่เขาปลูกหมากกันมานาน ปลูกมากจนเป็นป่า ยุคสมัยเปลี่ยนไปความสำคัญของหมากไม่ได้มากเหมือนเดิม แต่ต้นหมากยังอยู่ ประกอบกับมีความต้องการกาบหมากจากภายนอกไปทำภาชนะ ชุมชนจึงคิดใช้วัตถุดิบในชุมชนทำเอง

จากการตั้งเป้าให้แค่อุทัยธานีให้ลดการใช้โฟม ใช้พลาสติกมาใช้ถ้วยชามจากใบไม้ กาบหมาก กลายเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านสะนำเป็นต้นแบบหนึ่งของการรวมกลุ่มกันผลิตภาชนะจากใบไม้  ขยายกระจายแนวคิดออกไปนอกเขตอุทัยธานีจนทั่วประเทศ ทั้งยังคิดค้นต่อโดยการใช้ใบสัก และใบไม้อื่น ซึ่งก็ล้วนมีอยู่ในพื้นที่นำมาทดลองทำ ก็ได้ผลดี การตอบรับจากสังคมเป็นไปชนิดที่มีความต้องการมากกว่าการผลิตได้

ถ้าหลายชุมชนหรือแม้แต่ครัวเรือนเอง จะผลิตภาชนะเหล่านี้ออกมาขาย  โดยหาใบไม้จากป่าหลังบ้านชายบ้าน ไม่ต้องไปตัดไม้ ไม่ต้องไปเผาป่า เก็บแค่ใบเอามาทำประโยชน์ นอกจากเราจะลดโฟม ลดพลาสติกได้แล้ว เรายังสร้างรายได้ สร้างอาชีพ และยังได้การเก็บต้นไม้ไม่ตัดโค่นแต่เก็บไว้เอาใบได้ด้วย วันนี้ราคาภาชนะอาจจะยังแพง  แต่ต่อไปเมื่อมีมากเข้า เทคโนโลยี่ของเครื่องดีขึ้น ราคาจานชามจะถูกลง

ในการจัดเลี้ยง จัดเบรคในโรงแรม  หรืองานชุมนุมต่างๆ ที่มีคนมามากๆ ใช้จานชามจากใบไม้มาแทนภาชนะโฟมในการใส่อาหาร ทุกภาคส่วนร่วมแรงร่วมใจกัน ทำไมเราจะทำไม่ได้

เราต้องให้โอกาสใบไม้ได้เข้ามาเปลี่ยนเมือง ถ้าเราเริ่มวันนี้ เราก็จะยังมีเมืองในวันข้างหน้า ลงมือทำทันที...
 

วิสาหกิจชุมชนบ้านสะนำเป็นต้นแบบหนึ่งของการรวมกลุ่มกันผลิตภาชนะจากใบไม้  ขยายกระจายแนวคิดออกไปนอกเขตอุทัยธานีจนทั่วประเทศ ทั้งยังคิดค้นต่อโดยการใช้ใบสัก และใบไม้อื่น ซึ่งก็ล้วนมีอยู่ในพื้นที่นำมาทดลองทำ ก็ได้ผลดี การตอบรับจากสังคมเป็นไปชนิดที่มีความต้องการมากกว่าการผลิตได้

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์