NATURAL FOOTPRINTS (7) : ภูกระดึง...เสน่ห์ของการเดิน
  • Social
  • Oct 9, 2019

ในบ้านเรา ถ้าจะมีเส้นทางท่องเที่ยวแบบที่เรียกว่า Trek นั้นมีหลายเส้นทาง ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเส้นทางเดินขึ้นดอย ดอยหลวงสุโขทัย ดอยเชียงดาว ดอยหนอก ดอยลังกาหลวง-ลังกาน้อย ภูสอยดาว ดอยหลวงเมืองตาก เขาพนมเบญจา เขาหลวงเมืองนคร ฯลฯ แต่เชื่อเถอะ ไม่มีเส้นทางไหนที่จะง่ายดายเท่ากับเส้นทางเทรค ที่เดินขึ้นภูกระดึงอีกแล้ว เส้นทางนี้ มีมนต์เสน่ห์หลายอย่าง มาลองสาธยายกันดู

“ภูกระดึง ใครๆ ก็เดินได้” ไม่ใช่คำเอ่ยอ้างเกินจริง

เพราะภูกระดึงเปิดโอกาสให้คนทุกเพศ ทุกวัย นับตั้งแต่อายุไม่ถึงขวบ ที่พ่อแม่พากันกระเตงลูกขึ้นภูแต่ยังเล็กๆ เรื่อยไปจนคนอายุ 80 ปี ทั้งคนที่ร่างกายเข็งแรงแบกเป้เดินขึ้น หรือบางครั้ง เราจะเห็นบรรดานักวิ่ง วิ่งขึ้นภูกระดึง ขึ้นไปถึงแล้วก็วิ่งตามหน้าผาต่างๆ เป็นที่อิจฉาของคนที่วิ่งไม่ไหว

เมื่อเร็วๆ นี้ ก็มีการวิ่งเปิดภู เห็นว่ามีนักวิ่งเป็นพันๆ คน นอกจากเป็นเส้นทางเดินที่ดีแล้ว ยังเป็นเส้นทางวิ่งเทรล ที่ดีอีกที่หนึ่ง ซึ่งเป็นเส้นทางวิ่งเทรลที่ไม่ต้องไปเปิดเส้นทางใหม่ๆ ในพื้นที่ธรรมชาติด้วย จะวิ่งขึ้นลงก็ได้ หรือจะวิ่งไปตามเส้นทางท่องเที่ยวบนภูก็ได้

คนที่ร่างกายพิการใช้ไม้ค้ำซอกรักแร้ก็ยังเดินขึ้นได้ เคยมีกลุ่มจิตอาสาจัดพาเด็กๆ เดินขึ้นภูกระดึงให้เด็กๆ พิการ ทั้งตาบอด หูหนวก ขาลีบ ให้เด็กๆ เหล่านี้ได้มีโอกาสพิชิตภูกระดึง เป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิต ที่ใครก็สามารถเดินขึ้นภูได้

เป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่ดีที่สุดทั้งเรื่องพืชพรรณ สัตว์ แมลง และเรื่องทางธรณีวิยา เพราะเส้นทางเดินเส้นนี้ เหมือนธรรมชาติจะสร้างมาให้เป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่ครบถ้วน โดยเฉพาะเรื่องทางธรณีวิทยา

ถ้าท่านผู้อ่านเคยขึ้นภูกระดึง แล้วสังเกตดู จะเห็นว่า ในช่วงแรกๆ ที่เดินขึ้นจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวไปจนถึง ซำแฮก ดินหรือหินที่เราเห็นนั้นจะเป็นเหมือนหินโคลน หินดินดาน ที่พอโดนฝนโดนน้ำ ก็บี้แตกได้ แม้ไม่โดนน้ำยังบี้แตกได้เลย ฝุ่นดินตามพื้นหินพวกนี้จะเป็นฝุ่นผงละเอียด

ลองสังเกตดู หินพวกนี้เป็นหินตะกอนประเภทหนึ่ง เกิดจากการทับถมของตะกอนดินริมน้ำทับถมเมื่อไม่นานมานี้ ดินแบบนี้มันไปเหมือนกับหลุมขุดค้นที่ภูน้อย กาฬสินธุ์ของกรมทรัพยากรธรณี ซึ่งที่นั่น เขาเจอทั้งฟอสซิลจระเข้โบราณ ไดโนเสาร์ พอขึ้นไปเรื่อยๆ ก็จะเป็นหินทรายที่มีเม็ดกรวดทรายขนาดเล็ก และมีร่องรอยของธารน้ำไหลปรากฏข้างก้อนหินเหล่านี้

พอจะขึ้นสู่ หลังแป ก็จะเห็นกลุ่มหินถล่ม ซึ่งจะเป็นฟอร์มของภูเขาหินทรายก็ว่าได้ ที่ปลายหน้าผาจะมีหินถล่ม ซึ่งหินทรายก็เป็นหินตะกอนชนิดหนึ่งที่เม็ดกรวด เม็ดดินมาสะสมกันจนตกตะกอนทับถนกันจนเป็นหิน การที่แต่ละช่วงแต่ละฤดูกาลที่มวลหิน ดินแต่ละชนิดมาสะสมไม่เหมือนกัน มันเลยเป็นชั้นๆ (นี่จึงอธิบายการเกิดเป็นภูเขาหลังแปต่างๆ ได้ด้วย) พอแผ่นเปลือกโลกดันกันจนเป็นภูเขา ส่วนปลายของชั้นก็หักตกลงมา

ลักษณะของดิน และความสูงก็จะคัดกรองพืชพันธุให้เหมาะกัน เช่น ด้านล่างจะเป็นเบญจพรรณ เราจะเห็นป่าไผ่ กับป่าดงดิบแล้ง มีการผลัดใบในช่วงแล้ง ขึ้นไปๆ ก็จะเป็นป่าดงดิบชื้นไม่ผลัดใบ จนกระทั่งหลังแปเป็นป่าสนและป่าดงดิบชื้นตามร่องห้วย

ถ้าเราค่อยๆเดิน ค่อยๆพิจารณา เราจะได้ความรู้จากสองฝั่งทางเดินนี้มาก

เป็นเส้นทางที่เจือไปด้วยมิตรภาพในระหว่างที่เราเดิน คนที่เดินสวนกันไปมา ทักทาย ยิ้มให้กัน มีแต่ให้กำลังใจกัน คนเดินขึ้นก็ทำท่าระโหยถามคนเดินลงว่า อีกไกลไหม...ไม่ไกล จะถึงแล้ว ข้างบนสวยไหม... สวยมากคุ้มเลยค่ะ จะถึงแล้วค่ะ อีกนิดเดียวครับ ฯลฯ เหล่านี้จะเป็นบทสนทนาที่คนเดินทางต่างมอบให้กัน ระหว่างนั่งพักตามซำต่างๆ ก็จะพูดคุย ถามไถ่กัน ถ้าไปเป็นกลุ่มก็สนุก แต่ไปคนเดียวก็ไม่ใช่เรื่องแปลกหรือเรื่องเหงา เพราะจะมีเพื่อนร่วมเดินทางเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นตามเส้นทางเดินเที่ยวบนภู ยิ่งทางเดินขึ้น-ลง ยิ่งเพื่อนเยอะแยะ

เป็นเส้นทางสร้างเศรษฐกิจระดับรากหญ้า เงินจากผู้จ้างหรือผู้ซื้อ ถึงมือผู้รับจ้างหรือผู้ขายโดยตรงตรง ว่ากันตั้งแต่เรื่องเรื่องลุกหาบ ทุกเช้าจะมีลูกหาบที่ลงทะเบียนกับอุทยานฯ ไว้จากหมู่บ้านต่างๆ  มาที่ที่ทำการอุทยานฯ แต่เช้า แล้วจะถูกลงชื่อแบกของตามลำดับ

ถ้าวันไหนคนขึ้นน้อย สัมภาระมีให้หาบน้อย คนที่มาแล้วไม่ได้หาบก็หน้าจ๋อยกลับไป เขาถึงไม่กลัวว่าสัมภาระจะมาก ที่เขากลัว คือ ไม่มีสัมภาระให้หาบต่างหาก

แล้วอย่าไปเชื่อว่า ลูกหาบแก่ๆ เลิกราไปแล้วคนรุ่นใหม่จะไม่มาทำ ไปดูกับตา จะเห็นลูกหาบหนุ่มๆ เข้ามาทดแทนตลอด เพราะเช้ามาเขาไม่ต้องลงทุนอะไร แต่ห่อข้าว และไม้คานมาจากบ้าน ค่าหาบสัมภาระ กก.ละ 30 บาท บางคนหาบได้  60 กก. ใช้เวลาเดินขึ้น 3-4 ชม. ถึงหลังแปก็เอาใส่รถเข็น คนหนึ่งรับ 1,800 บาทต่อการทำงานครึ่งวัน เป็นงานอิสระ มีเกียรติ มาเป็น รปภ.ในกรุงเทพฯ เงินเดือนไม่มาก ค่าใช้จ่ายเยอะ สุขภาพไม่ดี ห่างครอบครัว ถูกคนมีเงินบางคนดูถูก งานลูกหาบจึงเป็นงานที่เขาสามารถทำได้อย่างดี มีศักดิ์ศรี เด็กๆ วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ยังมารับจ้างแบกเป้ขึ้นภูได้เงิน 500-600 บาท ได้เงินทิปอีกต่างหาก

ร้านค้าข้างทางตามซำต่างๆ ดูเหมือนจะมีการต่อสัญญากับทางอุทยานฯทุกปี (เพราะเขามาสร้างเพิงเอง) ปีละไม่กี่บาท แต่ต้องช่วยดูเรื่องขยะ เรื่องไฟให้อุทยานฯ ด้วย ร้านค้าพวกนี้อัธยาศัยดี ต้อนรับขับสู้ เป็นเพื่อนคนที่เดินขึ้นภู แบบไม่ต้องกลัวเหงา แวะนั่งพัก หิวก็แวะกิน แวะดื่ม ถือเป็นการกระจายรายได้

เส้นทางเดินขึ้นภูกระดึง จึงไม่ใช่อุปสรรค แต่มันเป็นเสน่ห์ของภูแห่งนี้ ข้อแนะนำสำหรับคนที่ไม่เคยขึ้น โดยเฉพาะคนสูงวัยว่า แต่งกายให้เราเดินสบาย ใส่ขาสั้นยิ่งดีเพราะเราเดินขึ้นเขา ถ้าใส่ขายาวก็ให้หลวมเข้าไว้อย่าใส่รัด ค่อยๆ เดินขึ้น ไม่ต้องเร่ง เหนื่อยก็พักไม่ต้องไปตามกัน ไปตามกำลังเรา  สัมภาระติดตัวให้น้อย น้ำดื่มเขามีขายแทบตลอดทางไม่ต้องพกไปให้หนัก จ้างลูกหาบแบกของ อย่าขี้เหนียว เอาที่เราสบายแล้วให้งานคนอื่นทำดีกว่า รองเท้าให้เป็นผ้าใบ นุ่มเท้าอย่าเป็นแบบปลายหัวบีบ (ขาลงมันจะบีบปลายเท้า)

ภูกระดึง ไม่ใช่เรื่องยากที่จะเดิน เก็บภูกระดึงไว้ให้อยู่นานๆ อย่าเร่งรีบฆ่าไก่เอาไข่ทองคำ ทุกวันนี้ ภูกระดึงสร้างงาน สร้างเงินให้คนรากหญ้าอยู่แล้ว เว้นที่ให้คนล่างๆ เขาได้มีที่ยืนกันบ้าง อย่ารวบช่องทางทำกินเขาไปเสียหมด...

“ภูกระดึง ใครๆ ก็เดินได้” ไม่ใช่คำเอ่ยอ้างเกินจริง เพราะภูกระดึงเปิดโอกาสให้คนทุกเพศ ทุกวัย นับตั้งแต่อายุไม่ถึงขวบ ที่พ่อแม่พากันกระเตงลูกขึ้นภูแต่ยังเล็กๆ เรื่อยไปจนคนอายุ 80 ปี ทั้งคนที่ร่างกายเข็งแรงแบกเป้เดินขึ้น

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์

Bottom Line เป็น News Magazine Onlineที่ยึด “ความน่าเชื่อถือ” บนพื้นฐานความเป็น “สื่อสารมวลชน” ผ่านการนำเสนอในรูปแบบ Story Telling อันเป็นเอกลักษณ์ เราจะเป็น “เพื่อน” ที่คนอ่านทั้ง “เอามัน” และ “เอาเรื่อง”

เชื่อใจได้ตลอดเวลา ในวันที่ทุกคนเล่นบท “สื่อ” บนพื้นที่ข่าวสารอันเชี่ยวกรากในโลกออนไลน์ แต่ “ความน่าเชื่อถือ” มักเป็นสิ่งที่ผู้คนมองหาเสมอเมื่อต้องการ “ใช้ข่าว” สักชิ้น ไม่ว่าจะเพื่อ “บอกเล่า-อ้างอิง-วิเคราะห์” ก็ตาม

  • About
  • Contact
  • For Advertiser
  • Want to become an author?